1 ก.ย. เวลา 01:30 • การตลาด

Soft Power โตแรง ส่งแบรนด์จีนครองตลาดโลก

จีนพลิกโฉมจาก “Made in China” สู่ “Created in China” แบรนด์ยักษ์ใหญ่เร่งขยายอิทธิพลทั่วโลก นับตั้งแต่ในปี 2557 เป็นต้นมา
จีนได้เสนอแนวทาง “ส่งเสริมการเปลี่ยนจากการผลิต สู่ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ - จากความเร็ว สู่ คุณภาพ – และจากสินค้าจีน สู่ แบรนด์จีน” ซึ่งเห็นได้ชัดเจนในระยะหลังว่าแบรนด์จีนค่อยๆ ก้าวผ่านจากเส้นทางเดิมที่มีข้อได้เปรียบด้านราคาและการแข่งขันเชิงปริมาณ โดยมุ่งสร้างการยอมรับในตลาดโลก โดยอาศัยการออกแบบสินค้าที่ประณีต สร้างประสบการณ์การบริโภคที่ดีเยี่ยม ควบคู่กันการพัฒนานวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปรับตัวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถยกระดับมูลค่าแบรนด์อย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันเห็นได้ชัดว่าจีนได้เปลี่ยนผ่านจากฐานการผลิตขนาดใหญ่และสินค้าราคาประหยัด Made in China ก้าวเข้าสู่การเป็น Created in China ศูนย์กลางนวัตกรรม การยกระดับอุตสาหกรรม และการสร้างแบรนด์ระดับโลกอย่างเต็มตัว ตามแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นนวัตกรรม เทคโนโลยี การออกแบบที่ยั่งยืน และการส่งเสริม Soft Power ในระดับสากล
  • มูลค่า 500 แบรนด์ชั้นนำจีนทะลุ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์
จากรายงานดัชนี 500 แบรนด์จีนที่มีมูลค่าสูงสุดประจำปี 2569 โดย Brand Finance ระบุว่า มูลค่ารวมของแบรนด์ชั้นนำจีนมากกว่า 2.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราเติบโตขึ้นร้อยละ 7.6 (YoY) ซึ่ง 10 อันดับแรกมีสัดส่วนมูลค่ารวมสูงถึงร้อยละ 36 โดยมีไฮไลต์ที่น่าสนใจ ดังนี้:
  • ผู้นำตลาด Douyin (TikTok) ครองอันดับ 1 ของจีนเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ด้วยมูลค่าแบรนด์ 153,540 ล้านเหรียญสหรัฐ (อันดับ 6 ของโลก) แซงหน้าบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโซเชียลมีเดียและพาณิชย์ดิจิทัลแบบดั้งเดิมจากยุโรปและสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง
  • ขณะที่ด้านการไฟฟ้าแห่งชาติจีน (State Grid) มีมูลค่าแบรนด์กว่า 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ครองอันดับ 2 ของจีน และอันดับ 10 ของโลก ตามมาด้วยสถาบันการเงินใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคาร ICBC ธนาคาร China Construction Bank ธนาคาร Bank of China และธนาคาร ABC ธนาคารทั้ง 4 แห่งติดอันดับ 20 แบรนด์ชั้นนำของโลกพร้อมกัน สะท้อนอำนาจในด้านการเงินระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
  • อุตสาหกรรมยานยนต์ มีแบรนด์รถยนต์ติดอันดับถึง 29 แบรนด์ มีมูลค่าแบรนด์ (Brand Value) รวม 54,600 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3 ของมูลค่ารวมทั้งหมดในรายชื่อ และเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน นำโดย BYD (อันดับ 1 มูลค่า 17,300 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 23%) Geely Auto (อันดับ 2 มีมูลค่าแบรนด์ 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 26 %) และ AITO ที่คว้าแบรนด์รถยนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดประจำปี (อันดับ 3 มีมูลค่าแบรนด์ 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐ)
  • วัฒนธรรมและ Soft Power โดย Pop Mart เข้าสู่ Top 500 เป็นครั้งแรกในอันดับที่ 106 (มูลค่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) จากความสำเร็จของ IP ระดับโลกอย่าง Labubu สะท้อนถึงการส่งออกวัฒนธรรมร่วมสมัยของจีนที่ทรงพลัง ร่วมกับการที่จีนคว้าอันดับ 2 ในดัชนี Soft Power โลกปี 2569
  • ประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดการเติบโตของ Soft Power จีนในตลาดโลก
  • การยกระดับจาก Made in China สู่ Created in China
สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจของจีนที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม วัฒนธรรม และการเปิดประเทศ ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะเห็นได้ว่าในตลาดประเทศกำลังพัฒนา ประเทศตามแนวเส้นทาง BRI มีการแทรกซึมของแบรนด์จีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน สื่อสารโทรคมนาคม และพลังงานสะอาด สร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันที่แตกต่างด้วยการส่งออกเทคโนโลยีและการดำเนินงานที่ปรับให้เข้ากับท้องถิ่น กลายเป็นแหล่งเติบโตสำคัญสำหรับแผนขยายธุรกิจทั่วโลก
  • การเติบโตของ Soft Power
ตามดัชนี Soft Power ปี 2569 (คะแนน 73.5) ที่เผยแพร่โดย Brand Finance นั้น จีนติดอันดับ 2 ของโลกและเป็นประเทศเดียวใน Top 10 ที่คะแนนเพิ่มขึ้น และโดดเด่นเป็นอันดับ 1 ด้านการค้าระหว่างประเทศ นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการพัฒนาที่ยั่งยืน
  • การส่งออกวัฒนธรรมผ่านผลิตภัณฑ์
จากเดิมการส่งออก Soft Power จะพึ่งพาภาพยนตร์หรือส่งเสริมกิจกรรมวัฒนธรรมที่สอดแทรกค่านิยม แต่จีนในปัจจุบันขยายขอบเขตมาเป็นการสร้างการรับรู้ผ่านผลิตภัณฑ์/บริการในชีวิตประจำวัน เช่น รถยนต์ไฟฟ้า แพลตฟอร์มดิจิทัล IP สินค้าเทรนด์ และการดึงดูดการท่องเที่ยว
  • การปรับภาพลักษณ์แบรนด์จีนให้ทัดเทียมสากล
ที่ผ่านมาจีนพยายามปรับภาพลักษณ์ในตลาดโลกด้วยการสร้างพันธมิตรกับหลายประเทศ เปิดรับการแลกเปลี่ยนการบริโภคสินค้าต่างประเทศ เพิ่มการตรวจสอบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และยกระดับการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือนานาชาติผ่านกลไกความร่วมมือและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ฯลฯ เพื่อสร้างการรับรู้ในต่างประเทศเชิงบวกมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน การขยายการเติบโตของแบรนด์จีนก็ช่วยสร้างความไว้วางใจและการยอมรับต่อสินค้าและบริการของจีนเพิ่มขึ้น เป็นการวางรากฐานการก้าวสู่ตลาดโลกของแบรนด์จีนอย่างกว้างขวาง
ความเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว ประเทศจีน
ความสําเร็จของแบรนด์จีนจากการแข่งขันด้านราคามาเป็นผู้นำด้านคุณค่าและเทคโนโลยี การขยายอิทธิพลของทุนและแบรนด์จีนในตลาดไทย ทั้งในช่องทาง e-Commerce และหน้าร้านในห้างสรรพสินค้า ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันและโอกาสของภาคธุรกิจไทย อาทิ
  • แรงกดดันของ SME ไทย จากการบุกตลาดไทยอย่างรวดเร็วของแบรนด์จีน ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น สินค้าจีนมีต้นทุนการผลิตต่ำจากขนาดการผลิตที่ใหญ่ (Economies of Scale) และห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจร ทำให้สินค้าไทย โดนตีตลาดหนักจากข้อได้เปรียบด้านราคา ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งปรับตัวในเชิงคุณภาพ จากการผลิตสู่การสร้างสรรค์ และจากการขายสินค้าสู่การสร้างแบรนด์
  • สินค้าไทยมีภาพลักษณ์ค่อนข้างน่าเชื่อถือ ดัชนี Soft power (ของ Brand Finance) ไทยเป็นอันดับที่ 38 จาก 193 ประเทศ ดังนี้ การแข่งขันของไทยสามารถเสริมการสร้าง Brand Identity เน้นการเล่าเรื่อง (Storytelling) การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และการสร้างคุณค่าทางอารมณ์ (Emotional Value) ที่สินค้าผลิตจำนวนมากเลียนแบบได้ยาก
Reference : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว ประเทศจีน
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)
กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายด่วน 1169
โฆษณา