ปาเก้ไม่ได้มีแค่ลายก้างปลา ก่อนเลือกพื้นไม้ ลองรู้จัก Parquet Tiles กันสักนิด

เวลาได้ยินคำว่า “พื้นไม้ปาเก้” หลายคนน่าจะนึกถึงไม้ชิ้นเล็ก ๆ ที่นำมาปูเรียงต่อกัน แล้วขัดและทำสีที่หน้างาน ซึ่งเป็นภาพที่ถูกต้องครับ แต่ปัจจุบันไม้ปาเก้พัฒนาไปไกลกว่านั้นมาก
ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด คำว่า Parquet หมายถึงการนำชิ้นไม้มาจัดวางให้เกิดเป็นลวดลาย ไม่ว่าจะเป็นลายก้างปลา ลายเชฟรอน ลายตะกร้าสาน หรือลายเรขาคณิตแบบ Versailles
เพราะฉะนั้น “ปาเก้” จึงพูดถึงรูปแบบการจัดลายเป็นหลัก ไม่ได้หมายความว่าทุกแบบจะต้องมีโครงสร้างเหมือนกันทั้งหมด บางรุ่นเป็นไม้จริงชิ้นเล็กแบบดั้งเดิม ขณะที่บางรุ่นเป็นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ หรือประกอบลวดลายมาเป็นแผ่นสำเร็จรูปแล้ว
Parquet Tiles คืออะไร?
คำว่า Tiles ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกระเบื้องเซรามิก แต่หมายถึงการนำไม้หลายชิ้นมาประกอบเป็นลวดลายอยู่ภายในแผ่นสี่เหลี่ยม หรือเป็นโมดูลสำเร็จรูป
ข้อดีคือช่วยควบคุมลายที่มีรายละเอียดซับซ้อนได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะลาย Versailles ซึ่งประกอบด้วยไม้หลายทิศทางอยู่ภายในกรอบเดียวกัน เมื่อปูต่อกันเต็มพื้นที่จะให้ความรู้สึกคลาสสิก หรู และมีเอกลักษณ์มากกว่าการปูไม้ลายตรงทั่วไป
ลายแบบนี้เหมาะกับพื้นที่ที่อยากให้ “พื้น” เป็นจุดเด่นของห้อง เช่น ห้องรับแขก ห้องอาหาร ห้องทำงาน โถงโรงแรม หรือร้านค้าที่ต้องการสร้างบรรยากาศให้คนจดจำ
ตัวอย่างหนึ่งคือ A LA CARTE Parquet Tiles รุ่น ET461 ของ K.S. WOOD
• สี White Oak (Caramel)
• ลาย Versailles Pattern
• ขนาด 15 × 600 × 600 มม.
• หนึ่งแผ่นครอบคลุมพื้นที่ 0.36 ตร.ม.
• ราคาสินค้า 4,500 บาท/ตร.ม.
ถ้าต้องการประมาณจำนวนแผ่นเบื้องต้น ให้นำพื้นที่ห้องหารด้วย 0.36 แล้วปัดขึ้นเป็นจำนวนเต็ม
ตัวอย่างเช่น ห้องขนาด 20 ตร.ม.
20 ÷ 0.36 = 55.56
จึงต้องใช้ขั้นต่ำ 56 แผ่น ก่อนเผื่อการตัดบริเวณขอบห้อง การคัดลาย และวัสดุสำรองตามคำแนะนำของทีมติดตั้ง
แต่ก่อนตัดสินใจจากลายและสีเพียงอย่างเดียว มีเรื่องที่อยากให้ตรวจเพิ่มอีกเล็กน้อยครับ
1. พื้นเดิมต้องเรียบและแข็งแรง
Parquet Tiles มีแนวกรอบสี่เหลี่ยมค่อนข้างชัด ถ้าพื้นเดิมเป็นแอ่งหรือนูน ลายอาจต่อกันไม่สวย แผ่นอาจโยก หรือเกิดเสียงเวลาเดินได้
2. ต้องวัดความชื้นจริง
การใช้มือสัมผัสแล้วรู้สึกว่าพื้นแห้งยังไม่เพียงพอ ควรวัดความชื้นของพื้นรองรับและไม้ด้วยเครื่องมือ โดยใช้เกณฑ์ตามที่ผู้ผลิตไม้และกาวกำหนด
3. ควรวางแนวลายก่อนติดตั้ง
ลาย Versailles ลายก้างปลา และลายเชฟรอนควรกำหนดแกนกลางห้องก่อนลงกาว เพราะถ้าเริ่มลายผิดตำแหน่ง อาจทำให้บริเวณขอบห้องเหลือเศษแผ่นเล็กเกินไป หรือจุดเด่นของลายถูกเฟอร์นิเจอร์บัง
4. อย่าเปรียบเทียบเฉพาะราคาไม้ต่อตารางเมตร
ใบเสนอราคาควรระบุให้ชัดว่ารวมค่าปรับพื้น กาว ค่าแรงติดตั้ง บัว ตัวจบ ค่าขนส่ง และงานเก็บผิวหรือยัง เพราะราคาไม้ที่ถูกกว่าอาจไม่ได้ทำให้งบหลังจบงานต่ำกว่าเสมอไป
5. เหมาะกับพื้นที่ภายในที่แห้ง
พื้นไม้ปาเก้ควรหลีกเลี่ยงห้องน้ำ พื้นที่ซักล้าง จุดที่มีน้ำขัง และพื้นที่ภายนอก หากมีน้ำหกควรรีบซับ ไม่ควรปล่อยให้ความชื้นสะสมตามรอยต่อ
อีกเรื่องที่หลายคนมักสับสนคือ ปาเก้กับพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ไม่ใช่วัสดุที่อยู่คนละฝั่งกันเสียทีเดียว
ปาเก้บอก “รูปแบบการจัดลาย” ส่วน Engineered Wood บอก “โครงสร้างของแผ่นไม้” ดังนั้นพื้นไม้รุ่นหนึ่งจึงสามารถเป็นทั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์และทำลายปาเก้ได้พร้อมกัน
ถ้ากำลังเลือกพื้นให้บ้าน ลองเริ่มจากถามตัวเองก่อนว่าอยากได้อะไรเป็นหลัก
• อยากได้ลายที่มีรายละเอียดและไม่เหมือนใคร เลือกปาเก้หรือ Parquet Tiles
• อยากให้ห้องดูยาวและมีเส้นนำสายตา เลือก Chevron
• อยากได้ความคลาสสิกที่เข้ากับบ้านหลายสไตล์ เลือก Herringbone
• อยากได้พื้นเรียบ ดูกว้าง และเห็นลายไม้ต่อเนื่อง เลือกไม้แผ่นยาว
ไม่มีลายไหนดีที่สุดสำหรับทุกห้องครับ มีแต่ลายที่เหมาะกับขนาดพื้นที่ แสง เฟอร์นิเจอร์ และบรรยากาศที่เราอยากได้มากกว่า
อ่านบทความฉบับเต็ม พร้อมตารางเปรียบเทียบ ราคา วิธีคำนวณจำนวนแผ่น และเช็กลิสต์ตรวจงานพื้นไม้ปาเก้ได้ที่:
พื้นไม้ปาเก้ จาก K.S. WOOD
#ปาเก้ #ไม้ปาเก้ #พื้นไม้ปาเก้ #พื้นไม้ปาร์เก้ #ParquetTiles #VersaillesPattern #พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ #แต่งบ้าน #วัสดุตกแต่งภายใน #KSWOOD
โฆษณา