27 ส.ค. เวลา 15:03 • การเมือง
การแทรกแซงประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการซื้อเสียง, การซื้อสื่อ, และการโกหก ใช่หรือไม่? ลองแสดงความคิดเห็นกันครับ
คำถามนี้ถูกลบ
ไม่ใช่
เอไอช่วยตอบให้ ตามนี้ค่ะ
การแทรกแซงประชาธิปไตยครั้งใหญ่ที่สุดของไทยคือ "การรัฐประหาร" ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
.
โดยมีเหตุการณ์สำคัญและส่งผลกระทบต่อเนื่องยาวนานที่สุด 2 ครั้งหลัก คือ:
* การรัฐประหารปี 2549:
ล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งทางการเมืองแบ่งขั้วสีที่รุนแรงต่อเนื่องนับทศวรรษ
.
* การรัฐประหารปี 2557:
นำโดย คสช. ซึ่งทำการยึดอำนาจและควบคุมตัวผู้เห็นต่างอย่างกว้างขวาง รวมถึงมีการเขียนรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ดีไซน์โครงสร้างองค์กรอิสระและวุฒิสภา (ส.ว.) มาแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจทางการเมืองของไทยและส่งผลกระทบมาจนถึงปัจจุบัน
.
หากมองในภาพรวม เหตุการณ์เหล่านี้ถือเป็นการแทรกแซงที่ทำลายกระบวนการประชาธิปไตย ขัดขวางอำนาจของประชาชน และสร้างความเสียหายต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศมากที่สุด
.
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและเข้าใจง่ายที่สุด
.
การแทรกแซงประชาธิปไตยของไทยถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 กลไกหลัก ที่เปลี่ยนโฉมการเมืองไทยไปอย่างสิ้นเชิง:
.
1. การล้มกติกาด้วย "อาวุธ" (Military Coup)
* ภาพที่เกิดขึ้น:
รถถังและกำลังทหารเข้ายึดสถานีโทรทัศน์ ประกาศฉีกรัฐธรรมนูญ และยกเลิกรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมา
.
* ผลกระทบ:
ประเทศไทยติดอันดับต้น ๆ ของโลกที่มีการรัฐประหารสำเร็จถึง 13 ครั้ง ทำให้การพัฒนาการเมืองต้องสะดุดและนับหนึ่งใหม่ซ้ำๆ
.
2. การฝังตัวในกฎหมาย (Institutional Design)
* ภาพที่เกิดขึ้น:
การเขียนรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่กำหนดให้มี ส.ว. แต่งตั้ง 250 คน มาร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี
.
* ผลกระทบ:
เกิดภาพที่ขัดกับหลักประชาธิปไตย คือ พรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งอันดับ 1 ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะเสียงของประชาชนถูกคานด้วยเสียงของกลุ่มคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
.
3. การใช้อำนาจผ่าน "องค์กรอิสระ" (Judicial Activism)
* ภาพที่เกิดขึ้น:
การใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญหรือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการตัดสินคดีความทางการเมือง
.
* ผลกระทบ:
เกิดการยุบพรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตยที่เป็นที่นิยมของประชาชนไปแล้วหลายพรรค และการตัดสิทธิ์ทางการเมืองของผู้นำทางความคิด ซึ่งทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเสียงของตนเองผ่านคูหาเลือกตั้งไม่มีความหมาย
.
ทั้ง 3 ข้อนี้รวมกันทำให้ประชาธิปไตยของไทยไม่สามารถเติบโตได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพราะเมื่อใดที่ฝ่ายการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเริ่มมีอำนาจ ก็มักจะถูกแทรกแซงด้วยกลไกเหล่านี้เสมอ
โฆษณา