Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
คุณน้าพาเทรด
•
ติดตาม
28 ส.ค. เวลา 04:06 • ไลฟ์สไตล์
วางแผนออมเงินตามกฎ 50-30-20 ทำอย่างไร?
💡 ทำไมสูตรนี้ถึงถูกพูดถึงมานานหลายปี
คุณน้าเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกฎ 50-30-20 ผ่านหูมาบ้างแล้ว แต่รู้ไหมคะว่าสูตรนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แต่มาจากหนังสือ "All Your Worth" ที่เขียนโดย Elizabeth Warren วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ร่วมกับลูกสาวของเธอ ตั้งแต่หลายปีก่อน จุดที่ทำให้สูตรนี้อยู่ยงมาถึงทุกวันนี้คือความเรียบง่าย ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แค่แบ่งเงินเดือนออกเป็น 3 กองเท่านั้นเองค่ะ
📊 แบ่งยังไง แบ่งเท่าไหร่
ลองนึกภาพเงินเดือนของเราเป็นเค้ก 1 ก้อนแล้วหั่นเป็น 3 ชิ้นค่ะ
💡 3 กองของกฎ 50-30-20:
📍 50% รายจ่ายจำเป็น (Needs): ค่าเช่า/ผ่อนบ้าน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ และเงินผ่อนหนี้ขั้นต่ำที่ต้องจ่ายทุกเดือน
📍 30% รายจ่ายเพื่อความสุข (Wants): ช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว ดูหนัง กินร้านอาหารที่ไม่ใช่มื้อจำเป็น งานอดิเรกต่างๆ
📍 20% เงินออมและปลดหนี้ (Savings): เงินฝากออมทรัพย์ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสำรองฉุกเฉิน หรือโปะหนี้เพิ่มนอกเหนือขั้นต่ำ
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ ค่ะ ถ้าเงินเดือน 20,000 บาท จะแบ่งได้เป็น รายจ่ายจำเป็น 10,000 บาท รายจ่ายเพื่อความสุข 6,000 บาท และเงินออม 4,000 บาท ต่อเดือนค่ะ
🔍 จุดที่คนส่วนใหญ่แยกผิดบ่อยที่สุด
นี่คือจุดที่คุณน้าอยากเน้นเป็นพิเศษค่ะ เพราะหลายคนสับสนระหว่างหมวด "จำเป็น" กับ "อยากได้" อยู่บ่อยๆ ลองดูตัวอย่างนี้ค่ะ ค่าสมาชิกสตรีมมิ่งหลายแอปพร้อมกัน ค่ากาแฟแก้วหรูทุกเช้า หรือค่าผ่อนรถยนต์คันใหญ่เกินความจำเป็นในชีวิตประจำวัน สิ่งเหล่านี้หลายคนมักเผลอจัดไว้ในหมวด 50% รายจ่ายจำเป็น ทั้งที่จริงแล้วควรอยู่ในหมวด 30% รายจ่ายเพื่อความสุขต่างหาก การแยกผิดแบบนี้ทำให้สัดส่วน 50% บวมขึ้นเรื่อยๆ จนไม่เหลือพื้นที่ให้ออมได้จริงตามเป้าค่ะ
วิธีเช็คง่ายๆ คือถามตัวเองว่า "ถ้าตัดสิ่งนี้ออกไป ชีวิตประจำวันเราจะอยู่ไม่ได้เลยไหม" ถ้าคำตอบคือ "อยู่ได้ แค่ไม่สะดวก/ไม่สนุกเท่าเดิม" นั่นแปลว่าควรจัดอยู่ในหมวด 30% ค่ะ
⚡️ ถ้าสูตรนี้ไม่พอดีกับชีวิตเรา ปรับได้ไหม
ได้แน่นอนค่ะ ธนาคารกรุงเทพเองก็แนะนำว่าสูตรนี้ยืดหยุ่นได้ตามเงื่อนไขชีวิตของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องยึดตัวเลข 50-30-20 แบบตายตัว คุณน้าขอยกตัวอย่างการปรับให้เห็นภาพค่ะ
💡 ปรับสูตรตามสถานการณ์:
📍 คนที่มีภาระเยอะ (ต้องส่งเงินให้ที่บ้าน มีหนี้ที่ต้องผ่อนหนัก): อาจเริ่มจากสูตร 60-20-20 ก่อน คือเผื่อรายจ่ายจำเป็นไว้ 60% แล้วค่อยๆ ปรับลดลงเมื่อภาระเบาลง
📍 คนที่มีรายได้เหลือเยอะและมีวินัยสูง: อาจขยับไปใช้แนวคิด "ออมก่อนใช้" แบบ 80/20 คือกันเงินออม 20% ออกไปทันทีตั้งแต่ต้นเดือน ที่เหลือ 80% ค่อยใช้จ่ายตามสบาย
จุดสำคัญคือไม่มีสูตรไหนถูกหรือผิด 100% ค่ะ ขอแค่มีวินัยและรู้จักปรับให้เข้ากับชีวิตตัวเองจริงๆ ก็พอ
🐾 ทำยังไงให้เริ่มได้จริง ไม่ใช่แค่รู้ทฤษฎี
คุณน้าแนะนำให้เริ่มจากขั้นตอนง่ายๆ ค่ะ
ข้อ 1. จดรายจ่ายทั้งหมดในเดือนที่ผ่านมาให้ครบ แล้วลองแยกเข้าหมวด 50-30-20 ดูก่อนว่าตอนนี้เราอยู่ตรงไหน
ข้อ 2. ถ้าหมวด 50% รายจ่ายจำเป็นบวมเกินไป ลองเช็คว่ามีรายการไหนที่จริงๆ ควรย้ายไปหมวด 30% บ้าง
ข้อ 3. เปิดบัญชีออมทรัพย์แยกต่างหากสำหรับหมวด 20% แล้วตั้งระบบโอนอัตโนมัติทันทีที่เงินเดือนเข้า จะได้ไม่ลืมและไม่เผลอเอาไปใช้ก่อน
⚡️ สรุปให้เห็นภาพ
กฎ 50-30-20 ไม่ใช่สูตรวิเศษที่ทำให้รวยเร็ว แต่เป็นกรอบง่ายๆ ที่ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมการเงินตัวเองชัดขึ้น จุดที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ตัวเลข 50-30-20 เป๊ะๆ แต่คือการแยกแยะให้ถูกว่าอะไรจำเป็นจริง อะไรแค่อยากได้ แล้วปรับสัดส่วนให้เหมาะกับชีวิตตัวเองค่ะ
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการวางแผนการเงินส่วนบุคคลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน สัดส่วนการแบ่งเงินควรปรับให้เหมาะกับรายได้ ภาระหนี้ และสถานการณ์ชีวิตของแต่ละบุคคล
ออมเงิน
ความรู้รอบตัว
พนักงานออฟฟิศ
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย