28 ส.ค. เวลา 11:13 • ประวัติศาสตร์

14 กรกฎาคม 1789 วันที่ประชาชนฝรั่งเศสลุกขึ้นและทำให้ราชวงศ์ต้องหวาดกลัวและเปลี่ยนประวัติศาสตร์ยุโรป

14 กรกฎาคม ค.ศ.1789 (พ.ศ.2332) ความหวาดกลัวและความโกรธแค้นได้ปกคลุมกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ราคาขนมปังพุ่งสูงขึ้นอย่างหนัก ขณะที่อัตราการว่างงานก็เพิ่มขึ้น ประชาชนจำนวนมากกำลังเผชิญกับความยากลำบากในการดำรงชีวิต และท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด ข่าวลือก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองว่า “พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส (Louis XVI)” พระประมุขแห่งฝรั่งเศส อาจส่งกองทหารเข้าปราบปรามกระแสความไม่พอใจทางการเมืองที่กำลังขยายตัว
กลุ่มฝูงชนจึงเริ่มเคลื่อนไหวด้วยการบุกเข้าไปที่โรงพยาบาลทหาร ”Hôtel des Invalides“ และยึดปืนคาบศิลาได้หลายพันกระบอก แต่สิ่งที่พวกเขายังขาดคือดินปืน และประชาชนก็เชื่อว่าดินปืนจำนวนมากถูกเก็บซ่อนอยู่ภายใน “คุกบาสตีย์ (Bastille)” ป้อมปราการยุคกลางซึ่งเคยเป็นเรือนจำของราชวงศ์ฝรั่งเศส
แม้ว่าภายในคุกบาสตีย์จะมีนักโทษอยู่เพียงไม่กี่คน แต่ความสำคัญของสถานที่แห่งนี้กลับยิ่งใหญ่เกินกว่าหน้าที่ของมันในฐานะคุกธรรมดา โดยตลอดหลายชั่วอายุคน คุกบาสตีย์ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจเผด็จการของกษัตริย์ การจับกุมโดยไร้กระบวนการยุติธรรม การคุมขังลับ และอำนาจที่ไร้ขอบเขตของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
เมื่อเวลาผ่านไป ประชาชนนับพันได้รวมตัวล้อมป้อมบาสตีย์และเรียกร้องให้ผู้บัญชาการยอมจำนน ซึ่งการเจรจาก็ไม่สามารถหาข้อยุติได้ สถานการณ์จึงเลวร้ายลงจนเกิดการยิงปะทะ ฝ่ายผู้โจมตีและทหารรักษาการณ์ได้ต่อสู้กันอย่างดุเดือดเป็นเวลาหลายชั่วโมง ก่อนที่กลุ่มประชาชนจะสามารถเอาชนะฝ่ายป้องกันและบีบบังคับให้ผู้ว่าการ “แบร์นาร์-เรอเน เดอ โลเนย์ (Bernard-René de Launay)” ยอมแพ้
เมื่อประชาชนบุกเข้าไปภายในป้อม พวกเขาได้ปลดปล่อยนักโทษ ยึดอาวุธและดินปืนจำนวนมาก รวมถึงจับตัวเดอ โลเนย์ออกมาสู่ท้องถนน ก่อนที่เดอ โลเนย์จะถูกสังหารโดยฝูงชน ความโกรธแค้นที่มีต่อสัญลักษณ์ของอำนาจกษัตริย์ได้ระเบิดออกมาอย่างเต็มที่
หลังจากนั้น ประชาชนเริ่มรื้อทำลายป้อมบาสตีย์ เปลี่ยนสถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นตัวแทนของอำนาจราชวงศ์อันน่าเกรงขาม ให้กลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง และกลายเป็นสิ่งที่ระลึกแห่งชัยชนะของประชาชน
1
ข่าวการล่มสลายของคุกบาสตีย์ได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศฝรั่งเศสอย่างรวดเร็ว เหล่าชาวนาพากันโจมตีคฤหาสน์ของขุนนาง ทำลายเอกสารที่บันทึกสิทธิพิเศษของระบบศักดินา และท้าทายอภิสิทธิ์ของชนชั้นสูง ขณะที่ในกรุงปารีส เหตุการณ์นี้ก็ได้สร้างความมั่นใจให้กับผู้นำฝ่ายปฏิวัติ และทำให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงตระหนักว่า การใช้กำลังทหารเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ประชาชนกลับมาเชื่อฟังได้อีกต่อไป
สิ่งที่ระบอบกษัตริย์สูญเสียไปจากการล่มสลายของคุกบาสตีย์นั้นไม่ใช่เพียงแค่เรือนจำแห่งหนึ่ง แต่คือภาพลักษณ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์และความไร้เทียมทานของอำนาจกษัตริย์
อย่างไรก็ตาม การบุกบาสตีย์ไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นของทุกสาเหตุที่นำไปสู่การปฏิวัติฝรั่งเศส แต่เหตุการณ์นี้ได้กลายเป็นภาพจำที่ทรงพลังที่สุดของการปฏิวัติ หลังจากนั้น เหตุการณ์ต่างๆ ได้เปลี่ยนแปลงฝรั่งเศสไปอย่างสิ้นเชิง ระบบอภิสิทธิ์ของชนชั้นศักดินาถูกยกเลิก มีการประกาศ “ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิของมนุษย์และพลเมือง (Declaration of the Rights of Man and of the Citizen)” ซึ่งยืนยันหลักการใหม่เกี่ยวกับเสรีภาพและความเสมอภาค
ต่อมา ระบอบกษัตริย์ถูกโค่นล้ม พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และ “พระนางมารี อ็องตัวแน็ต (Marie Antoinette)” พระมเหสี ถูกประหาร ขณะที่ประเทศต้องเผชิญกับความรุนแรงทางการเมือง การกวาดล้างฝ่ายตรงข้าม และสงครามที่กินเวลายาวนาน
การบุกทลายคุกบาสตีย์ไม่ได้เพียงทำลายกำแพงของป้อมปราการเก่าแก่แห่งหนึ่ง แต่มันได้ทำลายกำแพงทางความคิดที่เชื่อว่าอำนาจของกษัตริย์ไม่มีวันถูกท้าทายได้
ในวันนั้น ประชาชนธรรมดาได้ลุกขึ้นต่อสู้กับป้อมปราการของราชวงศ์ เอาชนะกองกำลังของรัฐ และเปิดประตูสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประวัติศาสตร์ด้วยปืนคาบศิลา ปืนใหญ่ และความโกรธแค้น
การล่มสลายของคุกแห่งหนึ่ง กลายเป็นสัญญาณว่าอำนาจเก่าของยุโรปไม่ได้เป็นสิ่งที่ไม่มีวันสั่นคลอนได้อีกต่อไป
โฆษณา