Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ธเนศเล่าขาน "ทานทางปัญญา"
•
ติดตาม
29 ส.ค. เวลา 02:32 • การศึกษา
ประวัติโรงเรียนสระบุรี หรือโรงเรียนชาย (สบ.1) และโรงเรียนสตรีสระบุรี หรือโรงเรียนสหายหญิง (สบ.2) ก่อนมารวมกันเป็นโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม(สบว.)
ผมเรียนชั้น ม.ศ.1 - 3 ที่โรงเรียนสระบุรี (สบ.1) เมื่อ พ.ศ.2509 - 2511 ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดชาย คนทั่วไปจึงเรียกว่า "โรงเรียนชาย" และตอนนั้นมีโรงเรียนประจำจังหวัดหญิง เรียนอยู่ในอาคารเดียวกัน (เป็นอาคารสองชั้นทอดยาวเป็นแนวโค้ง) คือโรงเรียนสหายหญิง (สบ.2) โดยมีเพียงลูกกรงเหล็กกั้นพรมแดนระหว่างช่องทางเดินของอาคารเท่านั้น ผมขออนุญาตสรุปความเป็นมาของโรงเรียนทั้งสองแห่งนี้จากข้อเขียนของอาจารย์พิเนตร น้อยพุทรา โดยสังเขป ดังนี้
ประวัติความเป็นมาของโรงเรียนฝั่งชาย(สบ.1)เริ่มเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2445 หลังจากทางรถไฟตัดผ่านทางมาถึงสระบุรีได้เพียงประมาณสี่ปีครึ่ง พระปลัดบุญ เจ้าอาวาสวัดศาลาแดง ได้เปิด “โรงเรียนศาลาแดง” ขึ้นภายในวัด และรับหน้าที่เป็นครูใหญ่คนแรก เป็นจุดเริ่มต้นของโรงเรียนนี้ โดยเริ่มต้นจากห้องเรียนเล็ก ๆ บนศาลาการเปรียญ
เมื่อจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้น พื้นที่เดิมเริ่มคับแคบ ใน พ.ศ. 2456 โรงเรียนจึงย้ายจากวัดศาลาแดงไปอยู่ที่วัดศรีบุรีรัตนาราม (วัดปากเพรียว) มีการสร้างอาคารเรียนไม้ขึ้น ด้วยความร่วมมือของประชาชน และใช้ชื่อว่า “โรงเรียนวัดปากเพรียว” จากนั้นเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ให้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “โรงเรียนประจำจังหวัดสระบุรี” ซึ่งต่อมาเรียกกันสั้น ๆ ว่า “โรงเรียนสระบุรี” หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ “โรงเรียนชาย”
ต่อมาใน พ.ศ. 2481 โรงเรียนย้ายออกจากวัดปากเพรียวไปยังพื้นที่ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของวิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี จากโรงเรียนที่เริ่มต้นอยู่บนศาลาวัด โรงเรียนกำลังค่อย ๆ มีอาคารและพื้นที่เป็นของตนเองตามการขยายตัวของเมือง
การย้ายโรงเรียนครั้งสำคัญเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2499 เมื่อพลตำรวจเอกประมาณ อดิเรกสาร ได้บริจาคเงินซื้อที่ดินให้จำนวน 18 ไร่ 80 ตารางวา ติดกับถนนพหลโยธิน(คือที่ตั้งโรงเรียนในปัจจุบัน) และได้รับงบประมาณภาครัฐซื้อเพิ่มเติมอีก 13 ไร่ 1 งาน 14 ตารางวา รวมเป็นพื้นที่ประมาณ 31 ไร่ 1 งาน 94 ตารางวา และมีการสร้างอาคารคอนกรีตสองชั้น หลังคาทรงไทย จำนวน 32 ห้องเรียนขึ้นในบริเวณนี้
ส่วนประวัติความเป็นมาของโรงเรียนสตรีสระบุรี (สบ.2) ก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2463 เปิดสอนครั้งแรกโดยอาศัยบ้านพักปลัดจังหวัดเป็นสถานที่เรียน มีครูกรองทรัพย์ สุนทรนนท์ หรือกิจสุวรรณ เป็นครูใหญ่คนแรก
ใน พ.ศ. 2466 สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร พร้อมด้วยสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงรับอุปถัมภ์โรงเรียนและพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ ก่อสร้างอาคารเรียนคอนกรีต บ้านพักครู และจัดหาอุปกรณ์ทางการศึกษา ในที่ดินหมู่ที่ 5 ตำบลปากเพรียว (ใกล้หอนาฬิกา) แล้วย้ายมาเรียนที่อาคารนี้เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2466 และได้รับพระราชทานนามว่า “โรงเรียนสหายหญิง”
อาคารเรียนของโรงเรียนหลังนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ “อาคารวไลยอลงกรณ์” ลักษณะเป็นอาคารเก่า หลังคากระเบื้อง หน้าจั่วไม้ และประตูหน้าต่างบานเกล็ดแบบอาคารราชการในยุคนั้น อาคารหลังนี้ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน และกลายเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บอกเราว่า ครั้งหนึ่งบริเวณนี้เคยเป็นสถานศึกษาของเด็กหญิงชาวสระบุรี
สถานที่แห่งนี้ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับโรงเรียนอนุบาลสระบุรี เพราะโรงเรียนอนุบาลเปิดสอนครั้งแรกใน พ.ศ. 2487 โดยอาศัยพื้นที่โรงเรียนสหายหญิง พอเปิดได้หนึ่งปีก็ยุบเลิกไป ก่อนจะได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดอีกครั้งใน พ.ศ. 2496 ณ สถานที่เดิม
ในระยะแรก โรงเรียนสหายหญิง รับนักเรียนทั้งชายและหญิงในระดับประถมศึกษา แต่ระดับมัธยมศึกษารับเฉพาะนักเรียนหญิง กระทั่ง พ.ศ. 2491 โรงเรียนยุบชั้นประถมศึกษาทั้งหมด เหลือเฉพาะชั้นมัธยมศึกษาตั้งแต่ ม.1–ม.6 ตามระดับที่เปิดสอนในขณะนั้น
เมื่อจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้น อาคารวไลยอลงกรณ์และพื้นที่เดิมเริ่มคับแคบ โรงเรียนจึงจำเป็นต้องหาสถานที่แห่งใหม่ พ.ศ. 2500 พลตำรวจเอกประมาณ อดิเรกสาร ได้บริจาคที่ดินจำนวน 16 ไร่ เพื่อสร้างโรงเรียนสหายหญิง ที่ดินผืนใหม่นี้ตั้งอยู่ตรงข้ามโรงเรียนประจำจังหวัดสระบุรี โดยมีถนนพหลโยธินคั่นกลาง ต่อมาได้รับงบประมาณซื้อเพิ่มเติมอีกกว่า 6 ไร่ รวมพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ 1 งาน 96 ตารางวา ส่วนสถานที่เดิมบริเวณอาคารวไลยอลงกรณ์ (ใกล้หอนาฬิกา) ถูกมอบให้โรงเรียนอนุบาลสระบุรีใช้ต่อไป
แม้จะได้ที่ดินแล้ว แต่โรงเรียนสหายหญิงก็ยังย้ายเข้าไปเรียนไม่ได้ทันที เพราะต้องรองบประมาณก่อสร้างอาคาร ระหว่างนั้นนักเรียนสหายหญิงจึงต้องข้ามไปอาศัยเรียนที่อาคาร 32 ห้องเรียนของโรงเรียนชาย โดยได้รับการแบ่งให้ใช้จำนวน 16 ห้องเรียนเป็นการชั่วคราว ก่อนจะรวมเป็นโรงเรียนเดียวกันอย่างเป็นทางการ เด็กนักเรียนจากโรงเรียนชายและโรงเรียนหญิงจึงเคยใช้พื้นที่ฝั่งเดียวกันมาแล้ว คนละโรงเรียน คนละชื่อ แต่ต้องมาอาศัยหลังคาเดียวกันในช่วงที่อีกฝ่ายกำลังรอโรงเรียนแห่งใหม่
การรอคอยกินเวลานานหลายปี วันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2505 ครูและผู้ปกครองจึงร่วมกันก่อตั้งสมาคมผู้ปกครองและครูสหายหญิง มีนายสิริ ปากเพรียว เป็นนายกสมาคม พร้อมกรรมการอีก 25 คน สมาคมช่วยจัดกิจกรรมและระดมทุนเพื่อผลักดันให้การก่อสร้างโรงเรียนแห่งใหม่เกิดขึ้นจริง
จนกระทั่ง พ.ศ. 2509 โรงเรียนได้รับงบประมาณจากรัฐบาล รวมกับเงินสมทบของสมาคมผู้ปกครองและครู นำไปก่อสร้างอาคารเรียนคอนกรีตสองชั้นจำนวน 18 ห้องเรียน พร้อมห้องน้ำ บ้านพักครู บ้านพักนักการภารโรง หอประชุม และอาคารประกอบอื่น ๆ การก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2511 และโรงเรียนเริ่มทยอยเปิดใช้ห้องเรียนในพื้นที่แห่งใหม่
จนกระทั่งวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2515 กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งให้รวมโรงเรียนสหายหญิงเข้ากับโรงเรียนสระบุรี บริหารในระบบสหศึกษา และใช้ชื่อใหม่ว่า “โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม” โดยใช้พื้นที่ฝั่งโรงเรียนชายเป็นสถานที่จัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาประจำจังหวัด มีนายเจตน์ แก้วโชติ เป็นผู้บริหารโรงเรียน ส่วนพื้นที่โรงเรียนสหายหญิงแห่งใหม่ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ถูกมอบให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนอนุบาลสระบุรี
ชื่อ “สระบุรีวิทยาคม” จึงไม่ใช่เพียงชื่อใหม่ของโรงเรียนชาย แต่เป็นชื่อที่เกิดจากการรวมอดีตของโรงเรียนสองสายเข้าด้วยกัน สีเหลือง–ฟ้าของโรงเรียนชาย และสีชมพู–เขียวของโรงเรียนหญิง ยังถูกเก็บไว้ในสีคณะกิจกรรมของโรงเรียน กลายเป็นความทรงจำที่บอกว่า ก่อนจะมาอยู่ภายใต้ชื่อเดียวกัน เด็กสระบุรีเคยเติบโตอยู่กันคนละฝั่งถนน
เขียนประวัติโรงเรียนแล้วทำให้คิดถึงเพื่อนร่วมรุ่นปี 2509- 2511 ทั้งชายและหญิง และรำลึกถึงคุณครูหลายๆท่าน เช่น อจญ.สันทัด เมี้ยนกำเนิด ครูทรงชัย ครูเรียม ครูประกอบ ครูสำราญ ครูผิว ครูจุล ครูมีศักดิ์ ครูนงลักษณ์ ครูทวี ครูทองใบ ครูเยาวลักษณ์ ฯลฯ หากท่านยังมีชีวิตอยู่ก็ขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุข หากท่านจากไปแล้วก็ขอให้ท่านไปสู่สุคติด้วยเถิด
ธเนศ ขำเกิด สรุป เรียบเรียง
-------------------------
*ขอขอบคุณ ภาพและข้อเขียนของ
อาจารย์พิเนตร น้อยพุทรา
โรงเรียน
ประวัติศาสตร์
เรื่องเล่า
1 บันทึก
1
2
1
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย