30 ส.ค. เวลา 06:25 • ความคิดเห็น

สรุปคู่มือความเข้าใจและการรับมือคน Toxic ในองค์กร

Cr. เรียบเรียงเนื้อหาจากเพจเฟซบุ๊ค ห้องเรียนรักเล่าเรื่อง 2018
แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่: ต้นเหตุ/ความคิดเบื้องหลัง, โครงสร้างการมองคน Toxic เป็นตัวละคร, และ แนวทาง/กลยุทธ์การรับมือ
1. ทำความเข้าใจคน Toxic: พวกเขาคิด เชื่อ และรู้สึกอย่างไร?
• เรื่องเล่าและ Logic ในใจ: คน Toxic ส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นคนไม่ดีมาตั้งแต่แรก แต่เกิดขึ้นจากปมในใจ บาดแผล หรือประสบการณ์ในอดีต ซึ่งถูกสร้างเป็น "เรื่องเล่าในหัว" (Internal Narrative) ที่ใช้ตีความและมองโลก
การสวมบทบาท (Role) ที่สร้างขึ้นเอง: พวกเขามักเลือกบทบาทที่อยากเล่น คือ "เหยื่อ" หรือ "ฮีโร่ (หลงตัวเอง)" โดยบทบาทเหล่านี้มักไม่ใช่หน้าที่จริงที่องค์กรมอบหมาย
ความพยายามดึงคนอื่นเข้าซีน: คน Toxic ไม่สามารถเล่นละครบทนี้คนเดียวได้
หากเขาเชื่อว่าตัวเองเป็น เหยื่อ → เขาจะพยายามหา "ผู้ร้าย/คนรังแก"
หากเขาเชื่อว่าตัวเองเป็น ฮีโร่ → เขาจะพยายามหา "ศัตรู/ผู้ร้าย" มาเปรียบเทียบ
• ทำไมต้องมี Empathy (ความเข้าใจ): การเข้าใจเบื้องหลังจะช่วยให้เรามองเห็นความน่าสงสาร ความปั่นป่วน หรือความตลกในพฤติกรรมของพวกเขา แทนที่จะมองว่าเขาเป็นศัตรูที่มาทำร้ายเราโดยตรง
2. โครงสร้างจิตวิทยาของคน Toxic (มองผ่านมุมมอง "ตัวละคร")
หากลองวิเคราะห์คน Toxic เสมือนตัวละครในละคร/ภาพยนตร์ จะพบโครงสร้างหลัก 2 ส่วน:
2.1 ความต้องการหรือเป้าหมายเบื้องลึก (Desire & Goal)
• ต้องการการยอมรับและความปลอดภัย: ลึกๆ รู้สึกไม่มั่นคงในใจ (Insecurity) จึงแสดงออกด้วยการพยายาม "ควบคุมทุกอย่าง" เพื่อให้รู้สึกปลอดภัย
2.2 ความขัดแย้งในใจและปมในอดีต (Internal Conflict)
• บาดแผลจากความล้มเหลว: อาจเคยล้มเหลวจากงานในอดีต จนเกิดกลไกปกป้องตัวเอง (Self-defense) ที่รุนแรง
• ความไม่สมบูรณ์ในชีวิตด้านอื่น: เมื่อชีวิตส่วนตัวไม่มีความสุข จึงมาทุ่มเทเอาชนะเอาดีในองค์กรเพื่อชดเชย
• ความหวาดระแวงในสถานะ: รู้สึกว่าตำแหน่งหรือความสำคัญของตนเองกำลังสั่นคลอน
• ขาดทักษะทางสังคม: บางครั้งต้องการมีเพื่อนหรือการยอมรับ แต่ใช้วิธีเอาชนะคนอื่นเพราะสร้างความสัมพันธ์ปกติไม่เป็น
3. กลยุทธ์และวิธีการรับมืออย่างมีสติ
1. เปลี่ยนมุมมอง (Shift Perspective):
o มองพวกเขาเป็น "ตัวละคร" แทนที่จะมองเป็น "ศัตรู" วิธีนี้ช่วยลดอารมณ์ร่วม ทำให้เราเห็นความน่าสงสารหรือความตลกในพฤติกรรมของเขา และมองเห็นผลลัพธ์ของสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีสติ
2. อย่าเข้าเล่นตามเกม/ซีนที่สร้าง (Don't play their game):
o เมื่อเขาสร้าง Drama หรือ Scene เพื่อให้เราไปรับบทเป็น "คนรังแก" หรือ "ศัตรู" ให้หยุดและตั้งสติ ตั้งคำถามว่า "ตอนนี้เขากำลังพยายามให้เราเล่นบทอะไร?" แล้วถอยออกมา ไม่ตามน้ำ ไม่ Toxic กลับ
3. รักษาระยะห่าง (Set Boundaries):
o การเข้าใจไม่ได้แปลว่าจะต้องยินยอมหรือยอมถูกกระทำเสมอไป ให้วางขอบเขตการทำงานและการปฏิสัมพันธ์ให้ชัดเจน
4. เลือกวิธีตอบโต้อย่างชาญฉลาดตามสถานการณ์ (Tactical Response):
o แกล้งโง่ (Play Dumb): ในบางสถานการณ์ การทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นหรือไม่รับลูก สามารถตัดบทความรุนแรงลงได้
o ตอบโต้/เล่นเกมกลับ: ในกรณีที่จำเป็น สามารถตอบโต้เพื่อลดอีโก้ หรือจี้จุดอ่อนอย่างมีหลักการ เพื่อหยุดยั้งพฤติกรรมข้ามเส้น
3 หัวใจสำคัญในการก้าวข้ามปัญหา Toxic ในที่ทำงาน
1. ถอยออกมาเป็น "ผู้ชม" ไม่ใช่ "ตัวละครในเกม"
เมื่อเข้าใจว่าพฤติกรรม Toxic เกิดจากปมและการสร้างเรื่องเล่าในใจของเขา ให้ถอยตัวเองออกมามองสถานการณ์อย่างมีสติ มองเขาเป็นเพียงตัวละครตัวหนึ่ง แล้วคุณจะไม่ตกเป็นเหยื่อในละครดราม่าที่เขาสร้างขึ้น
2. เมตตาอย่างมีขอบเขต (Empathy with Boundaries):
การมีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ช่วยให้เราไม่โกรธหรือไม่มองเขาเป็นศัตรู แต่ความเข้าใจนั้นต้องมาพร้อมกับการ "ตั้งการ์ดและรักษาระยะห่าง" เพื่อไม่ให้พฤติกรรมเหล่านั้นมาทำร้ายจิตใจหรือกระทบกับงานของเรา
3.โฟกัสที่เป้าหมายและการเติบโตของคุณเอง:
อย่าเสียเวลาและพลังงานชีวิตไปกับการเล่นเกมการเมืองหรืออารมณ์กับคน Toxic ให้เอาพลังงานนั้นกลับมาโฟกัสที่ผลงาน ความสัมพันธ์ดีๆ กับเพื่อนร่วมงานคนอื่น และการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน
โฆษณา