31 ส.ค. เวลา 10:18 • กีฬา

ในที่สุด…

สารภาพเลยนะ วอลเลย์บอลหญิงไทย
คือกีฬาทีมชาติไทยเดียวที่ผมยังดู
คือ บอลทีมชาติ ผมเลิกดูไปนานละ เสียสายตา
มวยเดี๋ยวนี้ก็ไม่อยากดู การตลาดจ๋าเกินไป
…ถ้าถามว่าทำไม ผมคงต้องตอบว่า เพราะเป็นกีฬาชนิดเดียว ที่ดูแล้วว่าการพัฒนาแล้วมันมี และดูแล้วมีความเป็นระดับโลก
เป็นมืออาชีพจริงๆ…
…ไม่ใช่ถอยหลังลงคลองทุกอย่างแบบฟุตบอล…
ตอนผมเด็กๆหน่อย
ผมเห็นพี่สาวสุดสวยคนนึงชูหนึ่งนิ้วแบบโคตรเท่ห์
ในคอร์ดวอลเลย์บอลในทีวี
ก็เจ๊ปริมนั่นแหละ
สมัยเด็กๆก็คิดแต่ว่า นี่ใครวะ สวยจัง
แต่นั่นล่ะ คือจุดเริ่มต้นที่ของการติดตามสาวๆวอลเลย์บอลไทย
แล้วก็ดูแล้วผูกพันกับพวกเธอมาตลอด
จากชุดเจ๊ปริม มาชุดปลื้มสุดหล่อ จนมาถึงตอนนี้
ผมก็เห็นมาตลอด ทั้งช่วงดีและช่วงไม่ดี
แต่ผมเป็นคนนึง ที่ไม่ได้ซีเรียสนักเวลาที่เราแพ้พวกฝรั่ง
เพราะเข้าใจดี ถึงข้อจำกัดด้านสรีระที่เป็นรองมากๆ
อย่างสมัยก่อนรัสเซียจะถูกแบนเพราะสงคราม
พวกนางเจอไทยกี่ครั้งก็ชนะรวด
จะไม่ชนะได้ไง มีเสาไฟฟ้าแบบยัยกาโมว่าสองเมตรกว่านั่น
ยืนอยู่หน้าเน็ต แถมไม่ใช่คนเดียวด้วย เราเล็กกว่าเยอะ
เจอกำแพงแบบนั้นจะให้ทำไงล่ะ
ทีมชาติไทยมีปัญหาเสมอ เวลาเจอสาวๆยุโรปตะวันออก
ที่มีส่วนสูงแบบเวอร์ๆเป็นอาวุธ ตอนนี้รัสเซียโดนแบน
เราเจอเซอร์เบีย , โปแลนด์แทน ซึ่งก็จอดทุกทีเหมือนกัน
ผมเข้าใจตรงนี้ดี เลยไม่ซีเรียสนัก
คิดเสมอว่าแค่ที่เป็นอยู่ก็เก่งมากแล้ว
อย่างนัอยกับทีมเอเชียด้วยกันเราสู้ได้
อยู่หัวแถวแบบไม่อายใคร
ถ้าถามว่าทีมสาวไทยอยู่ตรงไหนของแผนที่วอลเลย์บอลโลก
แบบไม่อคติ ไม่ชาตินิยมเลยนะ
ผมว่า อันดับ 10-15 ประมาณนั้น
คือ ต้องยอมพวกสาวโย่งฝั่งฝรั่งมันจริงๆ
ไม่ใช่ว่าเทคนิคเราด้อยกว่า แต่สรีระมันเสียเปรียบเกินไป
จริงๆผมว่าฝรั่งเทคนิคแย่กว่าสาวไทยด้วยซ้ำไป
แต่เวลาเจอไทย สาวโย่งฝรั่งมันไม่ต้องใช้เทคนิค
หรือสมองอะไรมากนัก อาศัยใหญ่ หนัก เข้าหัก เราก็แย่แล้ว
เพราะเข้าใจตรงนี้ และรับสภาพ เลยไม่ดราม่าอะไรมาก
เวลาแข่งชิงแชมป์โลกแล้วแพ้พวกฝรั่งตลอด
จริงๆแล้ว หลังๆมานี่ ก็ไม่ใช่แค่ไทยหรอก
สาวโย่งฝรั่งใช้แรงหักทีมเอเชียทุกทีมนั่นแหละ
มันเหมือนเป็นสูตรสำเร็จไปแล้ว
…กีฬาก็แบบนี้แหละ จะมากจะน้อยยังไง พื้นฐานร่างกาย
มันมีส่วนสร้างความแตกต่างเสมอ…
…ไม่มีสูงๆบ้าง ฝรั่งก็ไม่ได้เก่งกว่าเราหรอก…
…ยิ่งสหรัฐกับบราซิลนี่หนักเลย ทีมสหประชาชาติชัดๆ คนขาวดูนามสกุลแต่ละนางแล้ว ก็คือพวกสาวโย่งเชื้อสายยุโรปตะวันออกแทบทั้งนั้น แถมผสมด้วยสาวผิวสีที่พลังการกระโดดเวอร์วัง มันก็เลยไม่แปลกอะไรนักที่พวกนางจะเป็นเบอร์ 1,2 สลับกันบ่อยๆ แล้วก็แทบจะผูกปีชนะเรา…
ก็อยากให้คนไทยเข้าใจข้อจำกัดตรงนี้ จะได้ไม่ดราม่าอีก
เวลาสาวไทยออกไปแพ้ในรายการใหญ่ๆ
หลังจากเฉียดไปเฉียดมากับโอลิมปิกหลายรอบ
ผ่านดราม่าเคล้าน้ำตามาก็สองหน
ในที่สุดสาวไทยก็ทำสำเร็จซะที
ส่วนนึงที่น่าจะมีผลมาก นอกจากการได้โค้ชที่ดี
และเข้าใจนักกีฬามาทำทีม ก็คือการมีประสบการณ์
ในลีกต่างประเทศของสาวๆนั่นแหละ
ผมว่าดูเหมือนสาวไทยจะเข้าใจการเล่นกับคู่แข่งตัวใหญ่
มากขึ้นมาก เช่น กรณีของกัปตันพรพรรณ ที่ไปเล่นอยู่ในสหรัฐ
อันนี้สำคัญมากครับ เพราะถ้าเปรียบกับฟุตบอล
คนเซตก็คือเพลย์เมคเกอร์ที่กำหนดจังหวะ และทิศทาง
ของเกมส์ ว่าจะต้องไปในรูปแบบไหน
การที่เธอเล่นในสหรัฐแล้วเจอผู้เล่นสูงใหญ่ตลอดเวลา
มันทำให้เธอรู้ว่า ต้องออกบอลไปแบบไหน ถึงจะหนีจาก
ยัยเสาไฟฟ้าทั้งหลายแหล่ได้ดีที่สุด
ประกอบกับอาซ้อเฝิงคุน ภรรยาโค้ชอ๊อด
ที่เป็นอดีตมือเซตจีนชุดแชมป์โลกมาคอยติวให้
มันก็ยิ่งช่วยให้การเล่นของพรพรรณมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กับส่วนอื่นก็เหมือนกัน เพราะถ้าไปไล่ดูเลย
สาวๆชุดนี้เล่นในต่างประเทศเกือบทั้งหมด
และเล่นในลีกระดับเมเจอร์ของโลกด้วย
มันทำให้พวกเธอเข้าใจการเล่นกับสาวโย่งมากขึ้น
ซึ่งทำให้ลดความเสียเปรียบลงได้มาก
…ถ้าให้ผมเปรียบเทียบกับฟุตบอล สาวไทยชุดนี้ก็คล้ายๆ
กับทีมชาติแถวแอฟริกานั่นแหละ คือ ส่งออกนักกีฬาไป
ขัดเกลาในลีกที่แข็งแกร่ง แล้วเก็บประสบการณ์มาใช้….
…สุดท้าย มันก็เลยออกมาเป็นผลงานให้เรามีความสุขกัน….
ต้องโค้ชไทยเท่านั้น !
สิ่งที่คนไทยควรภูมิใจอีกอย่างคือเรื่องของสไตล์
สไตล์การเล่นของสาวไทย เป็นเอกลักษณ์มากนะครับ
มันค่อยๆถูกสร้าง และปรับมาตลอด ให้เข้ากับสรีระของเรา
มาตลอดเวลาอย่างยาวนาน
มันมาเริ่มช่วงรอยต่อยุคคุณปริมกับชุดเจ็ดเซียนนั่นแหละ
แล้วก็ค่อยๆปรับมาตลอด ซึ่งตรงนี้ต้องให้เครดิตมากๆ
กับโค้ชอ๊อด ที่เป็นคนสร้างระบบและสไตล์นี้ขึ้นมา
จนเป็นแนวทางที่ระดับโรงเรียนและสโมสรในไทยใช้ทั้งหมด
ความเข้าใจข้อจำกัดนี่เอง ที่สร้างสไตล์แบบไทยขึ้นมา
โค้ชต่างชาติอาจดีกว่าในแง่แผน แท็กติกเกมส์
หรือกระทั่งเทคนิคการแพทย์
แต่มันจะไม่มีประโยชน์เลย ถ้าละเลยเรื่องสรีระคนไทย
ลองคิดง่ายๆ ถ้าเราไปเอาชาวรัสเซียมาเป็นโค้ช
มันจะได้ไหมล่ะ เพราะเขาทำทีมมากับสาวเสาไฟฟ้าตลอด
แท็กติก แผนมันจะไม่ได้กับเราแน่นอน
เพราะงั้น หากในอนาคตโค้ชอ๊อดวางมือไป
ยังไงก็ควรใช้โค้ชไทยต่อไปจะดีที่สุด
…ส่วนโค้ชนอกนั้น ผมว่ามาเป็นส่วนเสริมแบบที่ทำอยู่
นี่คือเหมาะที่สุดแล้ว อย่างตอนนี้เรามรฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล
จากญี่ปุ่นคือคุณชิน และฝ่ายเสริมเทคนิคอย่างซ้อเฝิงคุน
ลักษณะนี้จะเหมาะสมที่สุด….
ประวัติศาสตร์ ที่ต้องเดินต่อไป….
การไปโอลิมปิกครั้งแรก สำหรับเราแล้ว
มันควรเป็นบันทึกหน้าแรก ที่จะต้องมีหน้าต่อไป
เปล่า ผมไม่ได้หมายถึงเหรียญโอลิมปิก
บอกตรงๆ ผมไม่เพ้อฝันขนาดนั้น
แต่ผมหมายถึง การเป็นขาประจำที่ได้เข้าร่วมทุกครั้ง
แบบที่สาวจีน สาวญี่ปุ่นเขาทำกันได้
แค่นั้นก็หรูมากแล้ว
และมันจะยืนยันการเป็นที่ระดับหัวแถวของโลกได้
ถามว่ายากไหม ก็ยากอยู่นะ เพราะเอเชียมีขาประจำ
แน่ๆแล้วก็คือจีน กับญี่ปุ่น โควต้าที่เหลือต้องแย่งกันเอง
ตอนนี้สาวเกาหลีใต้ดรอปลงไปชัดเจน แต่ก็มีทีมอื่น
แรงขึ้นมาเหมือนกัน เราคงต้องระวังสาวอดีตโซเวียต
จำพวกอุซเบกิสถาน คาซัคสถานให้ดี พวกนี้สรีระรัสเซีย
ซึ่งยังดีว่าทั้งสองชาติเป็นชาติมุสลิม นักกีฬาหญิง
จึงมีขัอจำกัดตัวเองอยู่ แต่ก็ประมาทไม่ได้
ส่วนในอาเซียนผมยังมั่นใจว่าสาวไทย
จะเป็นราชินีอาเซียนไปอีกนาน เพราะเวียดนาม
ถึงจะดูเก่งขึ้นมาก แต่ก็ยังตามอยู่เยอะมาก
และสรีระก็ไม่ได้เปรียบไทยสักเท่าไหร่
ก็หวังว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรก และครั้งเดียว
…ซึ่งผมมั่นใจในแนวทางของสมาคมวอลเลย์บอลนะ
ว่าจะพัฒนา รักษามาตรฐานไว้ได้ ไม่ถอยหลังลงคลอง…
…ช่วงดรอปน่ะมีแน่ อันนี้เป็นธรรมดา แต่ผมเชื่อว่าจะยังไง
ก็คงไม่ดรอปลงแบบน่าเกลียดแบบฟุตบอลแน่ๆ….
ในโอลิมปิก เราคงต้องทำใจบ้าง หากต้องแพ้เยอะๆ
ก็อย่างที่บอก ข้อจำกัดด้านร่างกายเรามันมาก
จริงๆถ้าแข่งแบบนัดต่อนัด ได้พักนานๆ ไทยสู้ได้ทุกทีม
ปัญหาคือ เมื่อเข้าทัวร์นาเมนต์ที่ต่อเนื่อง
เราที่ต้องใช้แรงลดข้อเสียเปรียบด้านสรีระมากกว่าคนอื่น
เมื่อเทียบเกมส์ต่อเกมส์แล้ว
อันนี้จะส่งผลมากกับสภาพความล้าของร่างกายนักกีฬา
ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำใจครับ มันแก้ไม่ได้
เราจะเห็นบ่อยๆ ว่าสาวๆมักมีปัญหาเสมอ
เมื่อทัวร์นาเมนต์เริ่มสักพัก อาการล้า โดดไม่ขึ้น
มันจะมาแทบทุกครั้ง
นี่คือข้อจำกัด ที่เราคงต้องทำใจรับให้ได้
และไม่ดราม่าเวลาแพ้ขึ้นมา
…ซึ่งผมมองไม่เห็นทางแก้ไขนะ…
…เทียบกันก็เหมือนทีมชาติญี่ปุ่นในบอลโลกนั่นแหละ
คือ ต่อเกมส์วิ่งเยอะเพื่อชดเชยข้อจำกัดทางสรีระ
พอเล่นหลายเกมส์ก็ล้า เจอฝรั่งโยนใส่เอาดื้อๆจนแพ้
…มันก็ ลักษณะเดียวกัน….
ในจุดที่ทีมที่เป็นอยู่ก็ดีมากแล้วแต่เราต้องยอมรับความจริง
เรื่องนี้ แล้วไม่ไปดราม่ากันให้มากเกินไป
เมื่อวาน…พอใกล้แข่ง ถนนเงียบกริบ
แทบจะเหมือนยุคเขาทรายชกมวยเลย
นี่น่าจะยืนยันได้เลย ว่าคนไทยตามเชียร์สาวๆขนาดไหน
ตอนแรกซื้อเบียร์ ซื้อขนมมารอหน้าจอที่บ้าน
กะว่าจะดูกับแฟนสองคน เพราะนางก็นักวอลเลย์บอล
สมัยเรียนเหมือนกัน กับความสูง 174 ของนาง
มันเดาไม่ยากนักถึงกีฬาที่นางเคยเล่น
เธอเลยเป็นแฟนวอลเลย์บอลตัวยงเหมือนกัน
(จริงๆดูบ่อยกว่าผมอีก)
สักพัก รุ่นน้องที่ทำร้านเหล้าใกล้บ้านโทรมา
ว่ามีปาร์ตี้หมูกระทะดูวอลเลย์บอลกัน เลยชวนเราไปลุ้นด้วยกัน
ก็เลยไป ดูเยอะๆสนุกกว่า
เป็นการดูกีฬาที่สนุกและระทึกมากที่สุดเกมส์นึงในชีวิตเลย
ผมว่าผมลุ้นหนักกว่าตอนอิตาลีชิงแชมป์บอลโลก 2006 อีก
ก็มันทีมชาติไทยอ่ะนะ ….
แล้วคือมันโคตรจะดราม่าเลย เกมส์เดียวมีทั้งช่วงเฮ
มีทั้งช่วงสิ้นหวัง
ตอน เสมอ 2-2 แล้วเซตสุดท้ายโดนนำ
นั่งซึม เงียบกริบ นั่วน้ำตาริ้นสิ้นหวังกันแล้วแหละ
แต่พอแซงได้ อารมณ์เปลี่ยนจริงๆ ดราม่าสุดๆ
แล้วสุดท้าย ก็ต้องเสียน้ำตากัน
ดี ที่มันเป็นน้ำตาแห่งความดีใจ ไม่ใช่ผิดหวัง
ผมว่าที่คนไทยอินมาก เพราะเราเฉียดไปเฉียดมาหลายครั้ง
แถมทุกครั้งที่เฉียดก็มีดราม่าตลอด โดยเฉพาะกับญี่ปุ่น
ถึงสองครั้งทีเดียว
คนไทยเลยรอวันนี้กันมานานมาก
และการที่สาวๆวางตัวดีมาตลอด ไม่เคยแอ็คอาท
ก็ยิ่งทำให้คนไทยรู้สึกดีกับพวกเธอ และตามสนับสนุน
ไม่ทอดทิ้ง หรือทำให้พวกเธอเป็นกระแสสั้นๆ
จนสุดท้ายก็สำเร็จซะที กับสิ่งที่ทุกคนรอคอย
ก็ต้องขอบคุณพวกเธอล่ะครับ ที่สร้างเรื่องดีๆในบ้านเรา
ให้มีความสุขกันบ้าง ในยามที่อะไรๆอย่างอื่นมันดูแย่ไปหมด
…ขอบคุณที่ทำให้เราเสียน้ำตานะสาวๆ….
…สู้ต่อไป แล้วเจอกันที่ LA. นะ ครั้งนี้ยอมเสียเงิน….
…ข้ามวันละ ผมยังไม่มูฟออนเลยเนี่ย✌🏼✌🏼✌🏼✌🏼….
โฆษณา