Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สถาปัตยกรรมธรรมชาติ
•
ติดตาม
31 ส.ค. เวลา 13:45 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
กรุงเทพมหานคร
ทำไมกรุงเทพฯ ถึงร้อนกว่าที่อื่น — และสถาปนิกมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร?
รู้ไหมครับว่าใจกลางกรุงเทพฯ ร้อนกว่าพื้นที่รอบนอกได้ถึง 6-7°C ในช่วงฤดูร้อน/ฤดูแล้ง (Marks & Connell, Urban Studies, 2024)
นี่ไม่ใช่แค่ "ความรู้สึก" ว่าเมืองร้อนกว่าบ้านนอก แต่เป็นปรากฏการณ์ที่มีชื่อเรียกจริงจังว่า Urban Heat Island (เกาะความร้อนเมือง) และงานวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมระยะยาว 1990-2024 ยังพบว่าอุณหภูมิผิวดินของกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 0.215°C ต่อปี ติดอันดับ 4 จาก 11 เมืองที่ศึกษาในแง่อัตราการเพิ่มขึ้น (Ng et al., npj Urban Sustainability)
⸻
ตัวเลขที่ชี้ชัดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความไม่สบายตัว
รายงานร่วมของธนาคารโลกและกรุงเทพมหานคร "Shaping a Cooler Bangkok" (2025) ประเมินว่า ถ้าอุณหภูมิเมืองเพิ่มขึ้นอีก 1°C โดยไม่มีมาตรการรับมือเพียงพอ:
• อาจมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนเพิ่มขึ้นกว่า 2,300 รายต่อปี
• สูญเสียผลิตภาพแรงงานคิดเป็นมูลค่าราว 44,000 ล้านบาทต่อปี
• ค่าไฟฟ้าสำหรับความเย็นเพิ่มขึ้นอีกราว 17,000 ล้านบาทต่อปี
• กลุ่มเสี่ยงสูงคือเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี (ราว 880,000 คน) และผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป (ราว 1 ล้านคน)
พื้นที่สีเขียวของกรุงเทพฯ ก็อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่อื่นในเอเชีย (ราว 3 ตร.ม./คน — Marks & Connell)
⸻
สถาปนิกเกี่ยวข้องตรงไหน
หลายคนมองว่าเกาะความร้อนเป็นเรื่องผังเมืองหรือนโยบายภาครัฐล้วนๆ แต่การตัดสินใจออกแบบอาคารแต่ละหลังสะสมกันจนกลายเป็นปัจจัยหลักได้เลยครับ:
• ถนนและคอนกรีต — ดูดซับความร้อนไว้ตลอดวัน แล้วค่อยๆ คายออกตอนกลางคืน ทำให้อุณหภูมิยังสูงแม้พระอาทิตย์ตกไปแล้ว
• รูปทรงและความหนาแน่นของเมือง — อาคารที่วางผังโดยไม่คำนึงถึงทิศทางลมประจำถิ่นจะขัดขวางการไหลเวียนอากาศ ทำให้ความร้อนสะสมอยู่ระหว่างตึกแทนที่จะระบายออกไปได้ (งานวิจัยจาก Atmosphere, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2024)
• Anthropogenic heat — ความร้อนจากกิจกรรมมนุษย์ ทั้งระบบปรับอากาศและการจราจร เป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีส่วนต่อ UHI โดยตรง (Marks & Connell)
พูดง่ายๆ คือ ทุกครั้งที่สถาปนิกเลือกวัสดุ เลือกทิศทางอาคาร หรือออกแบบเปลือกอาคาร นั่นคือการโหวตว่าเมืองจะร้อนขึ้นหรือเย็นลงอีกนิดหนึ่งเสมอ
⸻
แล้วสถาปนิกช่วยแก้ได้อย่างไร
ในมุมผม นี่คือจุดที่สถาปนิกมีอำนาจต่อรองมากกว่าที่หลายคนคิด:
• Cool Roof — เปลี่ยนจากวัสดุหลังคาดูดซับความร้อนเป็นวัสดุ/สีที่สะท้อนรังสีแทน
• หลังคา/ผนังสีเขียว — เพิ่มพื้นที่สีเขียวแนวตั้งและแนวราบ ช่วยลดความร้อนสะสมและเติมพื้นที่สีเขียวที่ขาดแคลน
• ออกแบบให้ลมผ่านได้ — วางผังอาคารและช่องเปิดตามทิศทางลมประจำถิ่น แทนที่จะปิดกั้นการไหลเวียนอากาศ
• บังแดดอย่างตั้งใจ — ใช้ต้นไม้ ชายคา หรือ brise-soleil ลดรังสีที่กระทบผิวอาคารโดยตรง แทนการพึ่งแอร์อย่างเดียว
• พื้นผิวที่น้ำซึมผ่านได้ — ลดสัดส่วนพื้นคอนกรีต/ยางมะตอยที่ไม่จำเป็น
สิ่งเหล่านี้ต้องเริ่มจากการที่สถาปนิกมองว่านี่คือความรับผิดชอบส่วนหนึ่งของงานออกแบบ ไม่ใช่แค่ "ทางเลือกเสริม" ที่ใส่เพิ่มถ้ามีงบเหลือ
⸻
เกาะความร้อนเมืองไม่ได้เกิดจากภูมิอากาศเปลี่ยนไปเองเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนหนึ่งเกิดจากการตัดสินใจออกแบบและพัฒนาเมืองที่สะสมกันมาหลายสิบปี — และถ้าการตัดสินใจเหล่านั้นทำให้เมืองร้อนขึ้นได้ การตัดสินใจที่ดีกว่าก็น่าจะช่วยให้เมืองเย็นลงได้เช่นกัน
คุณคิดว่าอาคารรอบตัวคุณตอนนี้ ออกแบบมาเพื่อ "อยู่ร่วมกับความร้อน" หรือ "เพิ่มความร้อน" กันแน่? มาคุยกันในคอมเมนต์ครับ
ที่มาข้อมูล: Marks & Connell (2024, Urban Studies) · Ng et al. (npj Urban Sustainability) · World Bank & BMA, Shaping a Cooler Bangkok (2025)
บ้าน
การออกแบบ
สถาปัตยกรรม
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ส่วนผสมทางการออกแบบ
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย