1 ก.ย. เวลา 13:30 • นิยาย เรื่องสั้น

"ห้วงเวลาแห่งความพิศวง — ตอน ควันไฟ น้ำมัน หักหลัง… แล้วใครกันแน่ที่ควรตาย!"

ตอนที่ 5
“เธอคุ้น ๆ บ้างไหมว่า เราเคยเห็นคน ๆ นี้ที่ไหน? ฉันดูวนซ้ำไปมาอยู่หลายรอบแล้ว แต่ก็จำไม่ได้สักที”
“ฉันก็ว่า คุ้น ๆ นะมิ้ม เคยเห็นที่ไหนกันนะ?”
สองสาวโยกหัวไปซ้ายทีขวาที พยายามใช้ความคิดอย่างหนัก แต่ยิ่งคิดเท่าไรท้องก็เริ่มร้องทันที ตอนนี้เสียงกระเพาะของทั้งคู่บรรเลงเป็นเพลงคลาสสิคได้เลย งั้น! ทานอาหารก่อนดีกว่า อิ่มแล้วความคิดจะได้ไหลลื่นมากยิ่งขึ้นไงล่ะ
“กะเพราหมูสับไข่ดาวกับข้าวผัดหมูไม่ใส่ไข่ดาวค่ะป้าคนสวย… ขอไวไวเลยนะคะ ตอนนี้หิวจนกินช้างได้ทั้งตัวแล้ว”
เมนูสุดฮิตของสองสาวที่ชอบทานอะไรง่าย ๆ อิ่มท้องดี และแม่ค้าปรุงได้อย่างรวดเร็ว เพราะคำชมจากสองสาวทำให้ตะหลิวสามารถลอยในอากาศได้ กลิ่นหอม ๆ ของอาหารจานเด็ดทั้งสองจานลอยไปแตะจมูกใครบางคนเข้าอย่างจัง!
“หื้ม… หิวจังเลย ป้าครับ… ผมเอากะเพราทะเลใส่ไข่ดาวด้วยครับ แหม… เธอสองคนนี่ทิ้งฉันเลยนะ! พวกตัวจี๊ดทั้งสอง”
“อ้าว! บุ๋นวันนี้เธอมาทำอะไรที่นี่ล่ะ? คิดถึงพวกฉันเหรอหรือว่า เบื่อ ๆ ไม่มีอะไรทำกันนะ?”
พูดเสร็จมิ้มก็รีบตักข้าวเข้าไปคำใหญ่ ๆ สองคำ จนข้าวไปจุกที่แก้มทั้งสองข้าง ดูเหมือนหนูแฮมสเตอร์ไม่มีผิด แพรเองก็ไม่แพ้กันรีบเคี้ยวอาหารลงท้องเพื่อให้กระเพาะเจอเพื่อนเสียที
“ก็เบื่อแหละ… เพราะเรียนเสร็จฉันก็ไม่เห็นเธอสองคนแล้ว หายตัวไวมากเลยนะ!”
“พวกฉันมาสายนี่นา… ยัยแพรนะสิแต่งตัวช้าอีกแล้ว หมุนอยู่ได้ ดูทั้งเสื้อกระโปรงและโบว์ผูกผมเบี้ยวหน่อยก็ไม่ได้ จนฉันเองก็ต้องรอจนกว่าคุณหญิงท่านจะเรียบร้อยเสียก่อน จึงจะมามหาวิทยาลัยได้”
“ฉันขอโทษน่า… ก็ไม่ชอบให้โบว์มันเบี้ยวอะ พอมาสายก็เลยไปนั่งอยู่หลังห้อง ไม่กล้าเดินไปนั่งข้างหน้ากับบุ๋นเลย กลัวโดนอาจารย์มองอย่างแรงเข้าให้”
“จริงด้วยสิ! ฉันดูคลิปที่นายหามาให้ทั้งหมดนั้นแล้ว มีอยู่คลิปหนึ่ง เพราะดูแล้วมันคาใจอะไรบางอย่าง มีคนในคลิปนั้นที่ดูแล้วคุ้นตามาก แต่ยังไงก็จำไม่ได้ว่าเป็นใคร นี่… เธอลองดูคลิปนี้สิบุ๋น”
“ไหน ๆ เอามาดูหน่อย… เดี๋ยวฉันจะวิเคราะห์รายละเอียดจากคลิปนี้ให้เอง”
“ฉันกับมิ้มคลับคล้ายคลับคลาว่า เคยเห็นคน ๆ นี้ที่ไหนมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออกเสียที!”
บุ๋นยอดอัจฉริยะกดดูคลิปซ้ำไปมา จนมั่นใจว่า… น่าจะใช่ผู้ชายคนนี้แน่นอน ซึ่งสองสาวเองก็เคยเห็นเขามาแล้วเช่นกัน เพียงแต่… เห็นจากที่ไกล ๆ เพราะเขามากับใครอีกคนที่ชอบแวะไปที่คณะอักษรศาสตร์บ่อย ๆ ในช่วงนี้ แต่เขาไปเกี่ยวข้องอะไรกับอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย ยากจะบอกได้
“อ๋อ… ใช่แล้วยัยแพร จริงอย่างที่บุ๋นบอกเลย เราเคยเห็นเขามาแล้วจริง ๆ มากับหนุ่มหล่อ บ้านรวย ขับรถหรู แสนสุภาพคนนั้นไงล่ะ”
“เออ… จริงด้วย มากันบ่อยเลยล่ะ มาหาพี่เรนนี่ดาวประจำคณะเราไง หึ่ย! ทำไมแค่นี้เราจำไม่ได้นะ”
“เพราะพวกเธอสมองช้าไง เลยใช้เวลาคิดนานเกินไป ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ปึ่ก!”
เสียงหนังสือกระทบกับใบหน้าและแผ่นหลังของบุ๋นพร้อมกันในคราเดียว ด้วยน้ำมือของสองสาวที่พร้อมใจกันลงมือสังหารเพื่อนที่พูดมากเกินไป
“นี่เธอ… ฉันเจ็บนะ! ยัยตัวแสบทั้งสองรอก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยเอาคืน”
บุ๋นคาดโทษสองสาวเอาไว้แล้ว แต่ขอทานอาหารให้อิ่มก่อนค่อยว่ากัน เพราะช่วงบ่ายก็ไม่มีเรียนแล้ว ไปนั่งที่ร้านกาแฟคณะอักษรฯ ส่องสาว ๆ น่ารัก ๆ ดีที่สุด สาวน่ารัก ๆ ที่ไม่ใช่ยัยตัวจี๊ดสองคนนี้
“แพรกับบุ๋นไปที่ร้านกาแฟก่อนได้เลยนะ ฉันขอเข้าห้องน้ำก่อน ฝากกระเป๋าไปด้วยนะแพร เดี๋ยวฉันตามไป”
มิ้มรีบเดินไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็ว แต่สายตาก็จับจ้องไปที่ผู้ชายสองคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาเหลือเกิน นั่นคือ รุ่นพี่หนุ่มหล่อ บ้านรวย ขับรถหรู กับคนในคลิปที่ดูวนซ้ำไปมานั่นเอง เขามาทำอะไรกันที่นี่อีกนะหรือจะมาชวนพี่เรนนี่ไปทานอาหารอีก
“หื้ม! ใช่แน่ ๆ กลิ่นนี่อีกแล้ว คุณกลิ่นน้ำมันใช่ไหมคะ? อยู่แถวนี้ใช่ไหม?”
“ใช่… ผมเอง”
“คราวนี้อย่าเพิ่งไปไหนนะคะ ฉันขอร้อง มีเรื่องจะถามคุณอีกเยอะเลย หากคุณเห็นพี่เรนนี่อย่าเพิ่งมีความรู้สึกโกรธหรือหึงหวงแล้วรีบตามเธอไป ถ้าเป็นอย่างนั้น… ก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรอีกแน่เลย”
“คุณอยากรู้อะไรอีก?”
“วันนั้นคุณบอกว่า มองเห็นหน้าคนที่วิ่งเข้ามาหาคุณไม่ชัด เห็นแต่แหวนสีเงินมีตัวอักษรภาษาอังกฤษ มันคือตัวอักษรอะไรคะ?”
“ตัวอักษร T ผมเห็นตัวนั้นบนแหวนสีเงิน น้ำเสียงที่เย้ยหยันนั้น ผมก็ยังจำได้ไม่เคยลืม วันที่เกิดอุบัติเหตุ พอรถระเบิดไหม้ไปแล้ว มารู้สึกตัวอีกครั้งในสภาพวิญญาณ ก็พบว่าตัวเองมาอยู่ข้าง ๆ แฟนที่นอนหมดสติอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว
และคนที่ช่วยแฟนของผมเอาไว้ก็คือรุ่นพี่ปีสี่ คณะเดียวกันนั่นเอง”
“แล้วคุณทำอะไรต่อจากนั้นคะ?”
“ผมทำได้แค่มองอยู่ใกล้ ๆ ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ จึงค่อย ๆ ออกมาสงบสติตัวเอง สักพัก… ผู้ชายอีกคนก็เดินมาใกล้ที่ผมยืนอยู่ แน่นอนว่า เขามองไม่เห็นผมหรอก เขากดมือถือโทรออกหาใครบางคน และพูดว่า ‘เป็นไง… ผลงานกูดีไหม? คราวนี้มึงได้ของที่อยากได้มาสะสมเพิ่ม อย่าลืมค่าตอบแทนที่มึงบอกว่า จะให้กูอย่างสมน้ำสมเนื้อแล้วกันนะไอ้เพื่อนรัก!’ ผู้ชายคนนั้น สวมแหวนสีเงินมีตัวอักษร T อยู่ด้วย”
“งั้นคุณก็รู้อยู่แล้วว่า คนที่ไม่ช่วยแถมพูดจาร้ายกาจใส่คุณแบบนั้นคือใคร… อย่างนั้นใช่ไหมคะ?”
“ใช่… ผมรู้ แต่ไม่รู้ว่า คนที่มันติดต่อในวันนั้นคือใคร? ตอนนี้ผมกังวล สับสน และกลัวมาก ๆ อยากบอกเรนนี่ว่า อย่าคบกับใครไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม เพราะคนที่เข้ามาหาเธออาจเป็นคนร้ายที่วางแผนฆ่าผมก็ได้ และเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง”
แสงแดดตกกระทบวัตถุบางอย่างจนเกิดประกายวิบวับเข้าตาของมิ้มอย่างจัง เธอจึงมองตามประกายนั้นไป เอ่อ… นั่นมัน! ใช่เลย แหวนสีเงินที่มีตัวอักษร T นี่นา และมันสวมอยู่ที่นิ้วมือของรุ่นพี่…
ไม่ไกลออกไป คินที่บังเอิญเห็นภาพนั้นเข้าพอดีก็อดสงสัยไม่ได้
นั่นน้องมิ้มนี่นา… อีกแล้ว! น้องคุยอยู่กับใครกันนะ? จะว่าคุยอยู่กับเพื่อนก็ไม่ใช่ เหมือนกำลังถามอะไรกับใครบางคน แต่ตรงนั้นมีแค่มิ้มคนเดียวเท่านั้นนะ! เรื่องนี้มันชักจะแปลกขึ้นทุกทีแล้วสิ…
หลังออกจากห้องน้ำ ขณะที่มิ้มกำลังเดินกลับไปที่ร้านกาแฟ ก็ได้เจอกับเรนนี่เข้าพอดี เธอจึงรีบฝากสารแห่งความห่วงใยของคุณกลิ่นน้ำมันให้ดาวคณะทันที แต่จะให้บอกตรง ๆ คงไม่ได้แน่!
“พี่เรนนี่คะ… มิ้มอยู่ทางนี้ จะถามเรื่องวิชาโทพอดี พี่เลือกวิชาไหนเป็นวิชาโทคะ? คือมิ้มคิดว่า มันควรจะสอดคล้องกับวิชาเอกภาษาอังกฤษที่เราเลือกกันไว้ พอมีเวลาไปนั่งดื่มกาแฟกันไหมคะ ช่วยให้คำปรึกษาน้องตาดำ ๆ หน่อยนะคะ”
เรนนี่หัวเราะเบา ๆ จนดวงตาโค้งลงเล็กน้อย พร้อมกับยอมเดินตามมิ้มไปที่ร้านกาแฟจะได้ให้คำปรึกษากับน้องปีหนึ่งที่น่ารักอย่างนี้ด้วยเลย
“สำหรับพี่… พี่เลือกวิชาเอกเป็นภาษาอังกฤษและวิชาโทเป็นภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เพราะต่อยอดงานได้หลายสายเลยนะ ทั้ง Corporate Communication, Marketing, Content งานต่างประเทศ หรืองานที่ต้องติดต่อกับคนต่างวัฒนธรรม แล้วน้องมิ้มชอบด้านไหนอีกไหม?”
“มิ้มอยากเลือกภาษาจีนอีกภาษาค่ะ เน้นเป็นภาษาที่สามเอาไว้สื่อสารกับต่างชาติ และทำธุรกิจกับเจ้าของภาษาไปเลย… ดีไหมคะ?”
“แพรก็อยากเลือกภาษาจีนเหมือนกันค่ะ ตอนนี้การค้าขายกับทางเอเชียก็กำลังไปได้สวยเลย แถมนักลงทุนก็เริ่มเปลี่ยนมาลงทุนกับเอเชียเยอะมาก ๆ ค่ะ”
“แหม… พวกเธอจะเรียนแต่ภาษากันหรือไง? เลือกโทอื่นบ้างก็ได้นะ เดี๋ยวก็ลิ้นพันกันจนพูดลำบากหรอก”
เรนนี่หัวเราะคิกคัก ที่บุ๋นพูดออกมาก็มีส่วนถูก เพราะเธอเคยเรียนภาษาที่สามเหมือนกัน ปรากฏว่า เอาภาษาอังกฤษไปผสมกับภาษาที่สาม จนเพื่อน ๆ ในชั้นหัวเราะเธอกันใหญ่
“ก็อาจจะมีบางอย่างที่น้องบุ๋นพูดมานะ แต่ถ้าเราพยายามแยกแต่ละภาษาให้ดี ก็น่าจะไม่มีปัญหา... และพี่ก็เห็นด้วยกับมิ้มและแพรที่จะเรียนภาษาที่สามเพิ่มเติมให้กับตัวเอง”
มิ้มกับแพรมองหน้ากัน เพื่อจะเข้าคำถามที่จะโยงไปหาหนุ่มหล่อ บ้านรวย ขับรถหรูคนนั้น แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี? มองกันไปมาจนหันไปเจอบุ๋นเพื่อนรักอีกแล้ว ใช่เลย! บุ๋นไงคนที่จะเชื่อมคำถามให้พวกเราได้
“แล้วอย่างวิชาโทบริหารเราสามารถเลือกเรียนได้ไหมคะ? มันจะยากเกินไปไหมคะพี่เรนนี่?”
มิ้มพยายามขมวดเรื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้เรนนี่ตกใจกับสิ่งที่กำลังจะถามต่อไปนี้
“อืม… มันก็อาจจะยากอยู่บ้าง แต่ภาษากับการบริหารสามารถไปด้วยกันได้นะ เพราะถ้าเรามีทักษะภาษา แถมยังเข้าใจธุรกิจด้วย ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่เลย”
“มิน่าล่ะคะ… มิ้มว่า ที่พี่รูปหล่อคนนั้นถึงมาที่คณะอักษรฯ บ่อย ๆ ก็เพื่อให้พี่เรนนี่สอนให้ใช่ไหมคะ?”
“เปล่าหรอก… รุ่นพี่คอยมาดูพี่เป็นปกติหลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้นแหละ แต่แฟนพี่เขาก็เป็นนักศึกษาบริหารธุรกิจ เลือกวิชาโทเป็นภาษาอังกฤษ เป็นรุ่นน้องของพี่ภีมเขาล่ะ”
“หื้ม! แฟนพี่เรนนี่คือรุ่นน้องคณะเดียวกับพี่ภีมหรือคะ? งั้น… พี่เรนนี่ก็ต้องเคยเจอรุ่นพี่พร้อมกับแฟนพี่ด้วยใช่ไหมคะ?”
“ใช่ค่ะ… เพราะมหาวิทยาลัยมีงานกิจกรรมประจำปี คณะบริหารทำร้านอาหารพร้อมทาน รุ่นพี่ก็เป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ด้วยนะ มีพ่อครัวจากโรงแรมชื่อดังมาทำอาหารขายกันเลย เป็นร้านที่คนพูดถึงอย่างมากในปีที่ผ่านมา พี่ก็มาทำหน้าที่เด็กเสิร์ฟคอยช่วยแฟนพี่ด้วยเหมือนกันค่ะ”
“มิ้มเห็นรุ่นพี่เขามักไปไหนมาไหนกับอีกคนหนึ่ง เห็นพี่ภีมที่ไหนก็ต้องเห็นคน ๆ นี้อยู่ด้วยเสมอ เขาสนิทกันมากหรือคะพี่เรนนี่?”
“อืม… เขาเป็นเพื่อนรุ่นพี่ค่ะ เรียนคณะบริหารเหมือนกัน แต่คนละสาขา พี่ภีมเรียนอีกด้าน ส่วนพี่ธามเรียนด้านการเงิน เห็นว่าสนิทกันตั้งแต่เด็ก ๆ เรียนก็เรียนด้วยกัน ไปไหนก็ไปด้วยกันค่ะ”
“อย่างนี้นี่เองค่ะ… แต่ดูแล้วคนละแบบกันเลยนะคะ รุ่นพี่ดูดี ภูมิฐาน แต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่อีกคนกลับดูดุดัน สีหน้าเคร่งขรึม การแต่งตัวก็ดูเข้ม ๆ จนให้ความรู้สึกว่าไม่น่าเข้าใกล้เท่าไร เวลาที่รุ่นพี่มารับพี่เรนนี่ พี่คนนั้นก็ไปด้วยไหมคะ?”
“ไม่ได้ไปหรอกค่ะ… ปกติแล้วก็มีรุ่นพี่กับพี่ที่ไปด้วยกัน ทานอาหารบ้าง เดินเล่นบ้างก็เท่านั้นค่ะ”
“อย่าบอกนะว่า เธอสนใจรุ่นพี่ที่ดูดุดันคนนั้นอะยัยมิ้ม! ไม่น่าเชื่อว่า เธอจะชอบแนวนั้นได้!”
เสียงบุ๋นแหลมขึ้นระดับสาม เชิงแหย่เพื่อนมิ้ม จนสองสาวหันขวับกลับมามองหน้าหนุ่มอัจฉริยะตรงหน้า ต่างคนต่างหยิบหนังสือคนละเล่มตีไปที่บุ๋นพร้อมกัน ทั้งน้ำหนักและความเร็วทำให้เจ้าหนุ่มแว่นหนาถึงกับร้องออกมาด้วยความเจ็บ
“อ๊าก!”
ห้องนอนของมิ้ม…
“เราได้เบาะแสเพิ่มแล้วล่ะแพร คนที่ไม่ช่วยแฟนพี่เรนนี่ออกมาจากรถที่กำลังไฟไหม้คือ รุ่นพี่ที่ชื่อ ธาม เพราะเขาสวมแหวนสีเงินมีอักษรตัว T ซึ่งพี่คนนี้ก็ยังไปที่โรงพยาบาลอีกด้วย แถมโทรศัพท์หาใครบางคนเพื่อทวงรางวัลจากแผนที่วางเอาไว้”
“เดี๋ยวนะมิ้ม… ถ้าอย่างนั้นแปลว่า พี่ธามอาจเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุจริง ๆ แต่คนที่เขาโทรหาเป็นใครล่ะ? แล้วคำว่า ‘ของที่อยากได้มาสะสมเพิ่ม’ หมายถึงอะไรกันแน่?”
ตอนนี้สองสาวยังมีแค่คำบอกเล่าของคุณกลิ่นน้ำมันกับภาพในคลิป ยังพิสูจน์อะไรไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำต่อคือ สืบเรื่องธาม
แล้วคนที่เหมาะจะถูกลากกลับมาใช้งานที่สุดก็คือ…
บุ๋นเพื่อนรักอีกแล้ว
ไม่รอช้า… มิ้มรีบส่งข้อความไปหาหนุ่มอัจฉริยะอย่างรวดเร็ว เพื่อนัดหมายให้มาเจอกันที่ร้านกาแฟคณะอักษรตอนบ่ายเช่นเคย
ก่อนที่มิ้มจะวาง Tablet ลง สายตากลับหยุดอยู่กับคำหนึ่งที่ยังติดอยู่ในหัว
“คราวนี้มึงได้ของที่อยากได้มาสะสมเพิ่ม…”
1
ถ้าธามเป็นคนทำ…
แล้วคนที่อยากได้ “ของ” นั้น คือใครกันแน่?
#ห้วงเวลาแห่งความพิศวง
#นิยาย
#เรื่องสั้น
#เรื่องเล่า
#ลึกลับเหนือธรรมชาติ
#ลมลัลลา
โฆษณา