เพราะกลุ่มนี้ไม่เหลือข้ออ้างแล้ว ส่วนใหญ่มีคอมพิวเตอร์ใช้ มีทักษะภาษา มีอิสระในการตัดสินใจเต็มที่ ไม่ต้องรอครูหรือโรงเรียนมาป้อน และอยู่ในช่วงชีวิตที่ AI ควรมีบทบาทสูงที่สุด ทั้งการทำความเข้าใจเรื่องที่เรียน การค้นคว้าวิจัย การเขียนวิทยานิพนธ์ การเขียนโค้ด และการวิเคราะห์ข้อมูล ผมเองซึ่งเป็นคนวัยกลางคนแล้วยังคิดว่าถ้า AI มาในช่วงที่ผมเป็นนักศึกษาผมคงไปไกลกว่านี้มาก
แต่ทำไมเยาวชนที่ควรจะใช้มันอย่างเต็มที่จึงไม่สนใจ
จริงอยู่ว่ามีนักศึกษาบางส่วนที่มหาวิทยาลัยจัดสิทธิ์ AI ระดับพรีเมียมให้อยู่แล้ว แต่นั่นเป็นส่วนน้อย และต่อให้มีอยู่แล้ว AI Passport ก็ยังเปิดทางให้เข้าถึงโมเดลที่แรงกว่าและหลากหลายกว่าได้อีก แต่ก็ยังไม่สนใจ
สิ่งที่ตีความได้คือ การใช้ AI ของนักศึกษาไทยส่วนใหญ่ยังอยู่แค่ระดับถามตอบสั้นๆ กับสรุปเนื้อหา ซึ่งเวอร์ชันฟรีก็เพียงพอแล้ว ยังไปไม่ถึงระดับที่จะรู้สึกถึงความแตกต่างของโมเดลที่เก่งกว่า พูดอีกแบบคือ เพดานการใช้ AI ของเค้าต่ำเกินกว่าที่จะมองเห็นคุณค่าของเครื่องมือที่ดีกว่า
คนกลุ่มนี้คือคนที่จะเดินออกจากรั้วมหาวิทยาลัยเข้าสู่ตลาดแรงงานในอีก 1-4 ปีข้างหน้า ไปแข่งกับแรงงานจากประเทศที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือทำงานหลักไปเรียบร้อยแล้ว (แม้จะทำงานในประเทศ แต่ก็ต้องแข่งกับต่างประเทศผ่านการผลิตสินค้าและบริการเพื่อนำเงินเข้าประเทศ ทั้งทางตรงและทางอ้อม และจะไม่อยู่ในภาคการผลิตเพื่อการส่งออกโดยตรงก็ตาม)
อีกไม่กี่ปี นายจ้างจะไม่ถามว่า "ใช้ AI เป็นไหม" แต่จะถามว่า "ใช้ AI ทำอะไรได้บ้าง" และคำตอบของบัณฑิตไทยจำนวนมาก อาจยังอยู่ที่ "ใช้ถามการบ้าน"