3 ก.ย. เวลา 04:58 • ข่าว

"พัฒนา" สั่งตรวจสอบหมอด่าคนไข้บัตรทองชั้นต่ำ ย้ำเป็นเรื่องส่วนบุคคล

เร่งคลอดอิเล็กทรอนิกส์รีเฟอร์แก้ปัญหาใบส่งตัว
เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2569 ที่โรงแรมเดอะ เฮอรีเทจ แกรนด์ ขอนแก่น  นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแพทย์คลินิกเอกชนคู่สัญญากับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) คุกคามและด่าทอคนไข้สิทธิ 30 บาท เป็นคนชั้นต่ำ เป็นคนอนาถา เหมือนขอทาน ฯลฯ ว่า
หากเป็นในส่วนของคลินิก ต้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ สปสช.ไปตรวจสอบว่า ปฏิบัติงานอย่างไรบ้าง ส่วนระบบ 30 บาทรักษาทุกโรค รักษาทุกที่ เป็นระบบที่ตั้งมากว่า 20 ปีแล้ว และเป็นระบบที่ดูแลสารทุกข์สุขดิบของประชาชน
สิทธินี้เป็นระบบให้ความมั่นคงด้านสุขภาพ ระบบนี้อยู่มานาน เวลาผ่านไปก็อาจต้องมีการปรับปรุงบ้าง ตัวผมเองในฐานะ รมว.สธ. และประธานบอร์ดสปสช. ได้หารือกับท่านปลัด สธ. และเลขาธิการ สปสช. ซึ่งเมื่อวานได้มีการประชุมบอร์ด สปสช. ประจำเดือนอยู่แล้ว เรามีนโยบายในการยกระดับบัตรทองตลอด และขอยืนยันว่า ระบบนี้เราดูแลให้ดีที่สุด ไม่ให้ประชาชนต้องล้มละลายเมื่อเข้า รพ. ไม่ต้องกังวลทั้งโรคเล็กน้อย หรือโรครุนแรง หรืออุบัติเหตุใดๆ ระบบนี้ยังดูแลประชาชน
เมื่อถามว่า มายเซตของผู้ให้บริการต่อคนไข้ จำเป็นต้องประสานหน่วยงานกำกับด้วยหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลของแพทย์ท่านนี้ ไม่ใช่ทุกคน แต่ขอย้ำว่า ไม่ว่าคนไข้ไปหาหมอทั้งคลินิก หรือรพ. ทุกท่านมาด้วยความทุกข์ทั้งสุขภาพกายและใจ เราย้ำเตือนบุคลากรเสมอภาค
ตนมั่นใจว่า ทุกท่านดูแลคนไข้ด้วยเจตนาดี ด้วยความอดทน อดกลั้น เราพยายามดูแลและทำทุกอย่างให้ราบรื่นที่สุด แต่ก็ต้องเข้าใจว่า หลายครั้งงานล้นมืออยู่บ้าง ก็อาจมีอาการ มีการแสดงออกที่ไม่ค่อยถูกใจ ถูกหลักเกณฑ์อยู่บ้าง ก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยต่อกัน
เมื่อถามว่า แต่สะท้อนถึงงบบัตรทองไม่พอ จึงมีปัญหาต่อการส่งต่อของคลินิกชุมชนอบอุ่น ทำให้ต้องมีปากเสียงกับประชาชน นายพัฒนา กล่าวว่า เรื่องส่งต่อมีปัญหาค่อนข้างเยอะ ในพื้นที่ กทม. อาจเป็นคลินิกชุมชนอบอุ่นไปทางรพ.แม่ข่าย วานนี้(2 ก.ย.) ได้มีการประชุมบอร์ดสปสช. ซึ่งได้แจ้งเรื่องนี้ โดยเฉพาะระบบอิเล็กทรอนิกส์รีเฟอร์
คาดว่า จะนำมาใช้ได้ภายในปี 2570 อย่างเร็วอาจเดือน ธ.ค.นี้ ได้เน้นย้ำกับสปสช.ให้เร่งรัดนำออกมาใช้เร็วที่สุด โดยเฉพาะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพเขตที่ 13 กรุงเทพฯ ที่มี นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานอนุกรรมการฯ ซึ่งต้องเร่งดำเนินการเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ผู้ป่วย
"ขอย้ำว่า คลินิกทุกแห่งที่เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ ต้องทำสัญญากับรพ.รับรีเฟอร์ ว่ามีข้อตกลง กระบวนการรีเฟอร์อย่างไรบ้าง การออกใบส่งตัวขั้นต่ำต้องกี่วัน ส่วนขั้นสูงได้กำหนดโดยสปสช.อยู่แล้ว เมื่อปี 2548 หากจำไม่ผิดประมาณไม่เกิน 90-120 วัน ตัวเลขไม่คอนเฟิร์ม แต่ไม่มีขั้นต่ำที่ 7 วัน หรือโรคอะไรบ้าง" นายพัฒนากล่าว
นายพัฒนากล่าวว่า ตนได้ย้ำที่ประชุม ผ่าน นพ.วิชัย ในฐานะประธานอปสข. ให้ทำเรื่องนี้ออกมาเร็วที่สุด เพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชน ขณะเดียวกัน นางมานิดา ภู่เจริญ ประธานอนุกรรมการด้านการเงินการคลัง สปสช. ได้ให้ข้อมูลที่ตนขอไว้ คือ การแยกบรรทัดว่า รพ.เอกชน กับคลินิกเอกชน หรือชุมชนอบอุ่นที่ได้งบไปกว่า 1.7 หมื่นกว่าล้านบาท โดยพบว่า
เป็นรพ.เอกชนราว 200 กว่าแห่ง กระจายทั่วประเทศราว 8 พันล้านบาท และคลินิกเอกชนรวม 800 กว่าแห่ง ได้งบอีก 8 พันกว่าล้านบาท ตรงนี้ก็ต้องนำไปดูต่อไปว่า การจัดบริการในปฐมภูมิ คลินิกชุมชนอบอุ่นจะแบ่งการจัดบริการอย่างไร เพราะข้อจำกัดของรพ.ในสธ.มีเพียง 8 แห่งเท่านั้น ซึ่งเป็นพื้นที่พิเศษ ที่สธ.จะเข้าไปดูแลประชาชนไม่เต็มที่นัก โดยประชากรในกทม.อีก 2-3 ล้านคน เรายังดูแลเป็นเครือข่ายครอบคลุมไม่ทั่วถึง
ชมคลิป
โฆษณา