Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 02:09 • ธุรกิจ
ทำไมใครๆก็เกลียด Norton? แอนตี้ไวรัสระดับตำนาน ที่รอดตายจากการหากินกับ “ความกลัว”
ย้อนไปตอนปี 2021 มีข่าวลือว่าโปรแกรมแอนตี้ไวรัสระดับตำนานเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่
แต่มันไม่ใช่ฟีเจอร์สแกนไวรัสสุดล้ำอะไรหรอกนะครับ สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือโปรแกรมขุดเหรียญคริปโต…
ซอฟต์แวร์ที่บริษัทไล่บี้ลบทิ้งมาเป็นสิบปี วันนี้กลับจับมัดรวมมาให้เบ็ดเสร็จ
ผู้ใช้กดปุ่มปุ๊บ บริษัทก็เอาทรัพยากรคอมเราไปขุดเหรียญ Ethereum แล้วหักหัวคิวไป 15% ทันที…
การตัดสินใจครั้งนี้มันหลุดโลกจนนึกว่าเป็นมุกตลกปั่นๆ ในวัน april fools’ Day กันเลยทีเดียว
มันยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ว่าองค์กรนี้กลายสภาพเป็นอะไรก็ไม่รู้ที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมสุดๆ
ทั้งที่ครั้งหนึ่งสำหรับคนนับล้านบนโลก โปรแกรมไอคอนสีเหลืองตัวนี้คือสิ่งแรกที่ต้องลงเครื่อง…
ซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ปุ๊บ ต้องหามาติดตั้งปั๊บ มันคือบอดี้การ์ดส่วนตัวในยุคอินเทอร์เน็ตบุกเบิก
แต่พอเวลาผ่านไป ผู้พิทักษ์ที่ไว้ใจกลับกลายเป็นโปรแกรมที่โคตรหนักเครื่องและกินสเปคสุดๆ
เด้งเตือนจนน่ารำคาญ แถมตอนจะถอนการติดตั้งก็ยากยิ่งกว่าไวรัสบางตัวซะอีก…
1
แต่เชื่อมั๊ยครับว่า สิ่งที่น่าทึ่งสุดคือแบรนด์นี้ยังไม่ตาย แถมยังกอบโกยเงินได้มหาศาล
คำถามก็คือ ทำไมอดีตฮีโร่ถึงกลายมาเป็นซอฟต์แวร์ที่คนพยายามหาวิธีลบทิ้งกันจ้าละหวั่น?
…
เรื่องนี้ไม่ได้เริ่มจากการเขียนโค้ดกันไวรัส แต่เริ่มจากผู้ชายที่ชื่อ Peter Norton
ช่วงยุค 1980 เฮียแกกลายเป็นไอคอนที่คนใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรู้จักกันดีสุดๆ
บริษัทแกขายโปรแกรมสารพัดประโยชน์ ตั้งแต่กู้ไฟล์ยันซ่อมดิสก์ที่พังให้กลับมาใช้งานได้…
1
ยุคนั้นแพ็กเกจกล่องซอฟต์แวร์ของแกไม่ได้ใช้โลโก้บริษัทเก๋ๆ เหมือนชาวบ้านคนอื่น
แกเล่นเอารูปตัวเองกอดอกยิ้มแฉ่งแปะหราบนกล่องโปรแกรมซะเลย เรียกได้ว่าเป็นตัวตึงแห่งยุคจริงๆ
2
มันคือการตลาดที่สื่อสารตรงๆ ว่าผู้ชายคนนี้รู้เรื่องคอมพิวเตอร์และช่วยคุณได้…
1
จนกระทั่งปี 1990 บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Symantec ก็ทุ่มเงินซื้อกิจการแกไป
หลังจากนั้นชื่อแบรนด์ก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากช่างซ่อมคอมมาเป็นผู้พิทักษ์ความปลอดภัยพีซี
ซึ่งบอกเลยว่าเป็นการขยับตัวที่ถูกที่ถูกเวลามากๆ…
เพราะอินเทอร์เน็ตช่วงปลายยุค 90 ถึงต้นยุค 2000 มันคือดินแดนเถื่อนชัดๆ
ใครทันยุคนั้นจะจำได้ว่าไวรัสแพร่กระจายผ่านอีเมลไวมาก แค่เปิดเมลผิดชีวิตก็เปลี่ยน
โปรแกรมร้ายๆ มุดไปมาได้โดยที่เราไม่ต้องคลิกอะไรเลย แฮกเกอร์เจาะเข้ามาเป็นว่าเล่น…
สำหรับคนใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปยุคนั้น โลกออนไลน์คือสถานที่ที่น่าสะพรึงกลัวมาก
คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจหรอกว่าไวรัสทำงานยังไง รู้แค่คลิกผิดทีเดียวไฟล์งานพังพินาศ
จังหวะนั้น Symantec เลยยื่นข้อเสนอที่ง่ายแสนง่ายมาให้ผู้บริโภค…
แค่ลงโปรแกรมตัวนี้ อัปเดตบ่อยๆ แล้วจ่ายเงินต่ออายุทุกปี คอมพิวเตอร์คุณจะปลอดภัย
โมเดลธุรกิจแบบเก็บค่าสมาชิกรายปีมันเวิร์กมาก เพราะภัยคุกคามเปลี่ยนรูปแบบทุกวัน
แอนตี้ไวรัสไม่ใช่เครื่องคิดเลขที่ซื้อขาดแล้วจบ มันต้องอัปเดตฐานข้อมูลตลอดเวลา…
บริษัทโคตรเก่งในการเปลี่ยนความกลัวของคนให้กลายเป็นเครื่องปั๊มเงินสดเข้ากระเป๋า
เขาไปจับมือกับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ ให้พีซีทุกเครื่องมีโปรแกรมนี้ฝังมาตั้งแต่โรงงาน
กลยุทธ์คือให้ลูกค้าใช้ฟรีไปก่อน พอใช้ไปซักพักโปรแกรมก็จะเริ่มเด้งหน้าต่างเตือน…
เตือนว่าการปกป้องกำลังจะหมดอายุลง พอถึงจุดนั้นใครจะกล้ากดยกเลิก
ยุคพีคๆ แบรนด์นี้ยึดครองพื้นที่แทบจะทุกตารางนิ้วในโลกของพีซี…
ปี 2005 Symantec กวาดส่วนแบ่งรายได้ซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสทั่วโลกไปเกินครึ่ง
1
ปีถัดมาก็ประกาศอย่างภูมิใจว่าขายโปรแกรมไปแล้วกว่า 200 ล้านชุด
ชื่อแบรนด์กลายเป็นสัญลักษณ์ของการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยไปเลย…
แต่ก็นั่นแหละ สิ่งที่ทำให้พวกเขายิ่งใหญ่ กลับกลายมาเป็นหอกพุ่งแทงตัวเอง
ผู้ใช้คาดหวังให้แอนตี้ไวรัสทำงานเงียบๆ ไม่ใช่มาทำให้คอมอืดเป็นเต่าคลาน
พอเข้าช่วงกลางยุค 2000 โปรแกรมมันเริ่มพองตัว ยัดฟีเจอร์ใหม่มาไม่หยุด…
ตั้งแต่ตัวกรองเมลขยะไปจนถึงตัวกันสปายแวร์ ผู้บริหารคงคิดว่ายิ่งเยอะยิ่งขายแพงได้
แต่คอมพิวเตอร์ยุคนั้นไม่ได้แรงเหมือนเดี๋ยวนี้ ซอฟต์แวร์พวกนี้กินทรัพยากรเครื่องมหาศาล
ผลคือคนเริ่มรู้สึกว่าโปรแกรมที่บอกจะปกป้องคอม กลับทำให้เครื่องช้าลงอย่างเห็นได้ชัด…
เสียงบ่นเริ่มหนาหู จนปี 2008 บริษัทแม่ต้องออกมายอมรับความจริงต่อหน้าสื่อ
ปัญหากินสเปคเครื่องคือเรื่องที่ลูกค้าร้องเรียนเข้ามาเป็นอันดับหนึ่งเลยทีเดียว
แม้บริษัทจะพยายามรื้อโค้ดใหม่ให้เวอร์ชันหลังๆ เบาเครื่องลง แต่ชื่อเสียงมันพังไปแล้ว…
แบรนด์นี้กลายเป็นตัวแทนของความน่าหงุดหงิด ซื้อคอมใหม่ก็เจอฝังอยู่
เด้งป๊อปอัปทวงเงินค่าต่ออายุตลอดเวลา จนทุกคนเริ่มถามตัวเอง
เราจำเป็นต้องมีไอ้โปรแกรมนี้จริงๆ หรอมั๊ย ทำไมมันน่ารำคาญเบอร์นี้…
คำถามนี้ยิ่งตอบยากเมื่อ Microsoft หันมาเอาจริงกับการอุดช่องโหว่ระบบตัวเอง
Windows เริ่มมีไฟร์วอลล์ที่แกร่งขึ้น จนมีแอนตี้ไวรัสของตัวเองอย่าง Microsoft Defender
แถมมันยังเก่งขึ้นเรื่อยๆ จนผลทดสอบยุคนี้ยืนยันว่ามันดีพอสำหรับคนทั่วไปแล้ว…
ความท้าทายคือจะไปโน้มน้าวให้ลูกค้าควักเงินซื้อของที่มีให้ใช้ฟรีๆ ในเครื่องได้ยังไง
มันแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เมื่อขายซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสแบบเดิมไม่ออก
พวกเขาก็ต้องหาวิธีใหม่ในการดูดเงินจากกระเป๋าลูกค้าให้ได้…
คำตอบมาชัดเจนตอนปี 2016 Symantec ทุ่มเงินกว่า 2.3 พันล้านดอลลาร์ซื้อ LifeLock
แทนที่จะขายแค่โปรแกรมสแกนไวรัส LifeLock คือบริการป้องกันการถูกขโมยข้อมูลส่วนบุคคล
เขาทำการตลาดโดยขยี้ความกลัวเรื่องอาชญากรรมไซเบอร์ที่เข้ามาใกล้ตัวคนมากขึ้น…
แม้ผู้ก่อตั้ง LifeLock จะเคยซ่าเอาเลขประกันสังคมตัวเองไปโฆษณาโชว์หราบนรถบรรทุก
1
สุดท้ายตัวเองกลับโดนขโมยตัวตนไปก่อคดีซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมบริษัทโดนฟ้องโฆษณาเกินจริง
1
แต่ในมุมธุรกิจ LifeLock คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่มาช่วยต่อลมหายใจให้บริษัท…
มันสร้างเหตุผลใหม่ให้คนยอมจ่ายเงินรายเดือนหรือรายปีต่อไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ
แอนตี้ไวรัสอาจจะเป็นของดาษๆ แต่ความกลัวโดนแฮกข้อมูลบัตรเครดิตมันไม่มีวันหายไป
บริษัทขยายอาณาจักรเปิดบริการ VPN จัดการรหัสผ่าน และแจ้งเตือนข้อมูลหลุดบนดาร์กเว็บ…
รูปแบบการขายเปลี่ยนไปสิ้นเชิง เขาไม่ได้ถามแล้วว่าอยากได้แอนตี้ไวรัสมั๊ย
แต่เปลี่ยนมาถามว่าคุณจะกล้าเสี่ยงดูแลข้อมูลทั้งชีวิตบนโลกออนไลน์ด้วยตัวเองจริงๆ หรอ
กลยุทธ์แพ็กเกจแบบนี้ยิ่งทำให้วงจรการเป็นสมาชิกเหนียวหนึบยิ่งกว่ากาวตราช้าง…
แถมบริษัทก็ชอบลดราคาแรกเข้าแบบหั่นแหลก แต่พอบิลปีถัดไปมาราคาพุ่งปรี๊ดจนตกใจ
จนหน่วยงานรัฐในอังกฤษต้องเข้ามาเบรก สั่งให้ทำเงื่อนไขคืนเงินให้ชัดเจนขึ้น
และนั่นก็นำมาสู่ฟีเจอร์ขุดคริปโตที่เล่าให้ฟังตอนต้นนั่นแหละ…
การยัดเครื่องมือขุดเหรียญดิจิทัลเข้ามา มันสะท้อนว่าแบรนด์นี้ก้าวข้ามเส้นไปไกลแล้ว
หลายคนคิดว่านี่คือจุดจบของตำนาน แต่มันกลับเป็นจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่บทใหม่
ปี 2019 โครงสร้าง Symantec ถูกชำแหละ Broadcom กวาดซื้อฝั่งธุรกิจองค์กรไป…
ทิ้งธุรกิจฝั่งผู้ใช้ทั่วไปที่มีแบรนด์ Norton และ LifeLock ไว้เบื้องหลังอย่างโดดเดี่ยว
1
ส่วนนี้ถูกปั้นใหม่ในชื่อ NortonLifeLock ใครจะคิดว่าธุรกิจที่ดูล้าสมัยจะเป็นขุมทรัพย์
ฐานลูกค้าที่ยอมจ่ายเงินยังมีอีกเพียบ รายได้ก็เข้าสม่ำเสมอ ชื่อแบรนด์ก็ยังคุ้นหู…
แทนที่จะยอมแพ้ พวกเขากลับเหยียบคันเร่งกว้านซื้อคู่แข่งในตลาดแบบดุดันไม่เกรงใจใคร
ปี 2022 ปิดดีลประวัติศาสตร์ซื้อ Avast แบรนด์ที่ดูเหมือนเป็นคู่แข่งกันมาตลอด
ตอนนี้ทั้งหมดถูกรวบมาอยู่ใต้ร่มเงาบริษัทเดียวกัน เปลี่ยนชื่อใหม่เก๋ๆ เป็น Gen Digital…
ถึงจะมีประเด็นฉาวเรื่อง Avast เคยแอบเอาข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าไปเร่ขาย
แต่ในโลกธุรกิจ รายได้คือสิ่งที่พิสูจน์ความสำเร็จทุกอย่าง
กลยุทธ์ขยายจักรวาลไปสู่ระบบป้องกันข้อมูล และความปลอดภัยยุค AI มันได้ผลลัพธ์ที่ตึงจัด…
ถึงขั้นไปซื้อกิจการเพื่อลุยบริการทางการเงิน คาดว่าปี 2026 รายได้จะทะลุ 5 พันล้านดอลลาร์
1
แบรนด์ในตำนานนี้รอดมาได้ไม่ใช่เพราะคนกลับมารักโปรแกรมแอนตี้ไวรัส
แต่มันรอดเพราะแอนตี้ไวรัสไม่ใช่สินค้าหลักของพวกเขาอีกต่อไป…
ชื่อเสียงเก่าๆ กลายเป็นแค่ประตูบานใหญ่ที่เปิดไปสู่โมเดลธุรกิจที่ลึกล้ำกว่านั้น
มันคือธุรกิจที่เกาะกินอยู่กับ "ความวิตกกังวล" ของคนในยุคดิจิทัล
พอมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทำให้คนระแวง บริษัทก็จะมีแพ็กเกจมารอขายเป็นเกราะกำบังเสมอ…
ความย้อนแย้งสุดๆ คือคนไม่ได้เกลียดความสามารถในการสแกนไวรัสของมันหรอก
แต่คนเกลียดทุกอย่างที่ห่อหุ้มมันต่างหาก ป๊อปอัปเด้งกวนใจ โปรแกรมแอบฝัง ยัดเยียดขายของ
ซอฟต์แวร์ที่เคยสัญญาจะปกป้องเรา กลับกลายเป็นสิ่งที่จ้องจะล้วงเงินเราตลอดเวลา…
จากบริษัทที่ใช้เวลาทั้งชีวิตปกป้องคนจากโปรแกรมแย่ๆ ในโลกอินเทอร์เน็ต
วันนี้หลายคนกลับมองว่าซอฟต์แวร์ตัวนี้แหละ คือโปรแกรมแย่ๆ ซะเอง…
References : [theverge,bleepingcomputer,arstechnica,bbc,gen]
=========================
😴 นอนไม่หลับ? 😴 หลับไม่สนิท?
=========================
ใครที่มีปัญหานอนไม่สนิท ตื่นมาแล้วเพลียเหมือนผมบ้างครับ ผมอยากแนะนำ Diip CBD ที่มีทั้งแบบกัมมี่และแคปซูล
พอดีผมได้ลองใช้เองมาเพียงแค่อาทิตย์แรก บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยน ปัญหาเรื่องการนอนหมดไปเลยครับ สนใจแอดไลน์ @diipgeek มีผู้เชี่ยวชาญดูแลคอยปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/why-does-everyone-hate-norton/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
เทคโนโลยี
ธุรกิจ
ความรู้รอบตัว
1 บันทึก
8
1
1
8
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย