5 ก.ย. เวลา 09:17 • หุ้น & เศรษฐกิจ

จับชีพจรตลาด ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ พลิกกลับ ทองคำร่วง ไฟตะวันออกกลางปะทุอีกครั้ง (Ep.68)

by หนีดอย ประจำเดือนกันยายน 2026
3
📌เข้าสู่เดือนที่ 9 ของปี 2026 เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเป็นเดือนที่ตลาดสวิงแรงทั้งสองทาง ก่อนจะมาปิดท้ายด้วยจุดเปลี่ยนสำคัญในสัปดาห์แรกของเดือนนี้ ที่อาจพลิกมุมมองเรื่องดอกเบี้ยที่ตลาดตั้งไว้ตลอดเดือนที่ผ่านมา
ตลาดหุ้นเกาหลีผันผวนหนักที่สุดในภูมิภาคอีกครั้ง Kospi ที่ปิดเดือนก.ค. ที่ 6,258 จุด ฟื้นตัวแรงในช่วงกลางเดือนส.ค. จนแตะระดับสูงสุดที่ 6,912 จุด (21 ส.ค.) หนุนโดยแรงซื้อกลับในหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ (Samsung Electronics +9.49%, SK Hynix +13% ในวันเดียว) ก่อนจะปรับฐานกลับมาปิดเดือนที่ราวๆ 6,700-6,800 จุด เมื่อความกังวลด้าน Valuation ของธีม AI กลับมาอีกครั้ง
ประกอบกับความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นปลายเดือน หลังสหรัฐฯ โจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่านที่เกาะลารักในช่องแคบฮอร์มุซ (30 ส.ค.) ทำให้ตลาดเอเชียแปซิฟิกเปิดเดือนก.ย. ในโทนระมัดระวัง
ฝั่งยุโรป STOXX600 ยังคงแข็งแกร่งกว่าภูมิภาคอื่น แม้จะมีจังหวะอ่อนตัวลงแตะระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนก.ค. ในช่วงต้นเดือนก.ย. จากแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ลามมาถึงยุโรป แต่โดยรวมยังคงทรงตัวในโซนที่ใกล้เคียงจุดสูงสุดตลอดกาลที่ทำไว้ในเดือนก่อน
ฝั่งจีน Hang Seng และ CSI300 เคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยฮ่องกงได้แรงหนุนจากกระแสเงินทุนจีนแผ่นดินใหญ่ที่ไหลเข้าหุ้นเทคโนโลยีและ AI สัญชาติจีน (Alibaba, Tencent, MiniMax) รวมถึงข่าว Moonshot AI ยื่นไฟลิ่ง IPO ที่ฮ่องกงมูลค่าราว 3 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่ CSI300 (A-share) ยังคงผันผวนในกรอบ 4,500-4,750 จุด
📌จุดเปลี่ยนสำคัญของเดือน : ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ เดือนส.ค. พลิกกลับ 180 องศา
ตลอดเดือนส.ค. ตลาดเทรดด้วยสมมติฐานว่า Fed จะ "คงดอกเบี้ย" หรือแม้แต่มีโอกาสลด หลังตัวเลขจ้างงานเดือนก.ค. อ่อนแอ ทำให้ทองคำ (Gold) ฟื้นตัวแรงจากโซน 4,000 ดอลลาร์ ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 2 เดือนที่ราว 4,450-4,522 ดอลลาร์/ออนซ์ในช่วงต้นเดือนก.ย. ก่อนประกาศตัวเลข
แต่เมื่อ Bureau of Labor Statistics เปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือนส.ค. ในวันศุกร์ที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา ตัวเลขออกมาที่ +162,000 ตำแหน่ง เกินคาดการณ์ของตลาดที่มองไว้เพียง 53,000-56,000 ตำแหน่งไปมาก (สูงสุดในรอบ 5 เดือน) พร้อมปรับตัวเลขเดือนมิ.ย.-ก.ค. ขึ้นรวมกันอีก 55,000 ตำแหน่ง กับตัวเลขอัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1%
ผลลัพธ์คือตลาดพลิกมุมมองทันที จากที่เคยกังวลว่า Fed จะ "ลดดอกเบี้ยเร็วเกินไป" กลายเป็นกังวลว่า Fed อาจต้อง "ขึ้นดอกเบี้ย" แทน ดัชนี Dow ร่วงลงหลังประกาศตัวเลข ทองคำและเงินปรับตัวลงจากจุดสูงสุดของสัปดาห์ ในขณะที่ตลาดพันธบัตรกลับไม่ได้ตอบสนองรุนแรงเท่าที่ควร ซึ่งเป็นสัญญาณที่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าน่าสนใจไม่แพ้ตัวเลขจ้างงานเอง
ตัวแปรชี้ขาดที่เหลืออยู่ก่อนการประชุม FOMC วันที่ 15-16 ก.ย. คือตัวเลข CPI เดือนส.ค. ที่จะประกาศวันที่ 10 ก.ย. ว่าจะสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยไปอีกหรือไม่
📌ทองคำ / ดอลลาร์ / เงินบาท
3
ทองคำเคลื่อนไหวเป็น 2 ช่วงชัดเจนในเดือนที่ผ่านมา คือ
(1) ช่วงกลาง-ปลายเดือนส.ค. ที่ปรับตัวขึ้นแรงจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยและมุมมองลดดอกเบี้ย และ
(2) หลังตัวเลขจ้างงานวันที่ 4 ก.ย. ที่ปรับฐานลงจากจุดสูงสุด ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงซื้อทองคำต่อเนื่อง โดย World Gold Council รายงานยอดซื้อสุทธิไตรมาส 2 ที่ 288.9 ตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบไตรมาสเดียวกัน แม้ราคาจะยืนสูงก็ตาม เป็นปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างระยะยาวที่ยังไม่เปลี่ยนไป
ธนาคารแห่งประเทศไทยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันในการประชุมวันที่ 26 ส.ค. หนุนให้เงินบาทเคลื่อนไหวค่อนข้างมีเสถียรภาพในกรอบ 32.60-33.35 บาท/ดอลลาร์ตลอดเดือน
📌Bitcoin
3
BTC ยังคงอยู่ในช่วงพักฐานต่อเนื่อง เคลื่อนไหวแถว 76,000-79,000 ดอลลาร์ ห่างจากระดับสูงสุดของปีพอสมควร ข้อมูลเชิงสถิติน่าสนใจคือ Bitcoin ปิดเดือนส.ค. เป็นบวกเพียง 2 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2020 และทั้ง 2 ครั้งนั้นเดือนก.ย. ที่ตามมาติดลบ 7.3% และ 7.96% ตามลำดับ แต่ในทางกลับกัน 3 เดือนก.ย. ล่าสุดที่ผ่านมากลับปิดบวกทั้งหมด ทำให้ปีนี้เป็นจุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษว่าสถิติฝั่งไหนจะทำงาน
📌สรุป 5 ตีมที่ดีที่สุดใน 3 เดือนพร้อมกองทุนตัวอย่าง
1. Genomics (ARKG) : SCBGENOME(E) +38.88%
กองอื่นๆ เช่น TGENOME +36.10%
2. CHINA BIOTECH : DAOL-CHINABIO +24.05%
กองอื่นๆ เช่น UCHI +18.47%
3. BIOTECH : TBIOTECH +22.65%
กองอื่นๆ เช่น LHLONGEVITY +19.75%
4. Health Innovation : DAOL-GIHEALTH +19.43%
กองอื่นๆ เช่น TGHDIGI +18.69%
5. Healthcare : BCARE 17.83%
กองอื่นๆ เช่น KT-HEALTHCARE-A +17.10%
3
📌สรุป 5 ตีมที่แย่ที่สุดใน 3 เดือนพร้อมกองทุนตัวอย่าง
1. SPACE : A-JEDI -36.91%
กองอื่นๆ เช่น LHSPACE-A -22.91%
2. Clean Energy : LHSOLAR -34.12%
กองอื่นๆ เช่น TNEWENGY -33.02%
3. AI : ASP-AIEQ -29.07%
กองอื่นๆ เช่น ASP-DISRUPT -25.09%
4. RARE-EARTH : ONE-RAREEARTH -26.64%
กองอื่นๆ เช่น SCBRARE(A) -26.26%
5. HUMANOID : LHHUMANOID -24.39%
กองอื่นๆ เช่น A-HUMANOID -16.16%
3
📌กองทุนระดับความเสี่ยง 5 ที่เหมาะกับการเป็น Core Port
โดยมีทั้งตราสารหนี้และหุ้นผสมกันในกองทุน
กับ ผลตอบแทน 3 เดือนย้อนหลัง
1. ES-GAINCOME-UH-A และ
ES-GAINCOME-UH-R +6.33%
2. ES-ULTIMATE GA1 +2.88%
3. ES-ULTIMATE GA2 +4.03%
4. ES-ULTIMATE GA3 +4.45%
3
📌สรุปการเข้าซื้อ/ขาย/สับเปลี่ยนกองทุนสำหรับพอร์ทตัวเอง (Aug 2026)
🎯BUY
ไม่มี
🎯SELL
TCLOUD
3
🎯SWITCH OUT -> SWITCH IN
SCBINDIAE -> TISCOINA-A
SCBCHAE -> B-CNA500P
SCBCEE -> B-CNA500P
SCBEUEQE -> B-EUPASSIVE
3
ปล. เหตุผลของการซื้อ / ขาย / สับเปลี่ยนจะอยู่ใน โพส My Personal Move ที่ x.com/needoykan ครับ
3
📌 มุมมองการลงทุนที่เหลือในปีนี้ ที่น่าสนใจเก็บสะสมเพิ่มในความเห็นส่วนตัว
1. GOLD ในแง่ Bond Yield ดีดตัวสูงขึ้น
2. RARE EARTH ในแง่ Strategic Mineral / Supply Security
3. GRID ในแง่ AI Power Demand / Electricity Infrastructure
4. GLOBAL INFRASTRUCTURE ในแง่ Bond Yield ดีดตัวสูงขึ้น
5. AGRICULTURE ในแง่ความเสี่ยงของ El Niño ปี 2026–27 ราคาปรับตัวสูงขึ้น
6. ARKQ (Automation) ในแง่ AI-driven Automation / Productivity Growth
3
📌 แผน DCA ส่วนตัว (เริ่ม Jun 2026 เป็นต้นไป)
3
🇺🇸K-USXNDQ-A(D) : 30%
🇺🇸KKP NDQ100-UH-E : 10%
🇺🇸KKP TECH RMF-H : 15%
🇯🇵SCBNK225E : 5%
🇪🇺B-EUPASSIVE : 5% (ตั้งแต่ 3 ก.ย.​2026 เป็นต้นไป)
🇹🇭K-TNZ-ThaiESG : 10%
🟡GOLD NOW : 10%
ES-GOLDRMF-UH : 5% (ตั้งแต่ 3 ก.ย.​2026 เป็นต้นไป)
₿BTC : 10%
🎯หลักการ
สัดส่วนหุ้น 75% Gold 15% BTC 10%
สัดส่วนตามประเทศ มากสุดที่ US 55%
สัดส่วนสินทรัพย์ให้ปันผลที่ 30%
เน้น DM เป็นหลักในการ DCA : US + EU + JP
มี EM แค่ TH เนื่องจากใช้ผลประโยชน์ทางภาษี
DM = Developed Market
EM = Emerging Market
ในส่วนของ ThaiESG ข้างต้นนี้
เป็นการ DCA ที่มีน้ำหนักราว 40%
ที่เหลือคือ Timing จับจังหวะ 60%
สำหรับกองทุนสินทรัพย์อื่นๆ เช่น จีน อินเดีย ฯลฯ
หรือ Thematic อื่นๆ ใช้การซื้อแบบจับจังหวะ
โดยการแบ่งไม้ซื้อเมื่อราคามีการย่อตัว
กรณี Base case คาดการณ์ (45%)
ผลตอบแทนคาดหวัง (ต่อปี) +9 ถึง +13%
Max drawdown: 15–22%
กรณี Worst case คาดการณ์ (25%)
ผลตอบแทนคาดหวัง (ต่อปี) -10 ถึง -20%
Max drawdown: 30–40%
ยังคงกรอบสัดส่วนเดิม หุ้น 75% / Gold 15% / BTC 10% โดยเน้น DM เป็นหลักในการ DCA (US + EU + JP) และ EM เฉพาะไทยเพื่อประโยชน์ทางภาษี
📌หมายเหตุ
สินทรัพย์ที่แสดงในบทความนี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์แนะนำให้ซื้อหรือขาย เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลที่ได้จากกราฟและข่าวสารตลาด
การลงทุนตัดสินใจในสินทรัพย์แต่ละประเภท เป็นดุลยพินิจของผู้อ่านเอง
กองทุน/ETF ที่นำเสนอในบทความ เป็นตัวอย่างเพื่อใช้ประกอบอ้างอิงกับสินทรัพย์นั้นๆ ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดหรือมีตัวเลือกเดียวที่เห็นเท่านั้น
บทความนี้ไม่มีข้อมูลเชิงพื้นฐานมาเกี่ยวข้อง
Disclaimer : การเปิดเผยข้อมูลนี้เป็นเพียงความเห็นการลงทุนส่วนบุคคล เพื่อความโปร่งใสในฐานะผู้แนะนำการลงทุน มิใช่การชี้นำหรือให้คำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์แต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต โดยผู้จัดทำไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลนี้ไปใช้ในการลงทุน
อัศวิน ชมจิตต์
ที่ปรึกษาการเงิน AFPT : เลขคุณวุฒิ AFPT260030
เลขที่ใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน : 139388
Finnomena
3
โฆษณา