•
5 ก.ย. เวลา 15:00

Reflection + Summary RoundShare​6 "เงินกับชีวิต"

โดยแบ่งเป็น 2 วง คือ
วงไข่แดง ที่จะมาแชร์ความรู้ มุมมองจากคำถามต่างๆ
วงไข่ขาว ผู้ร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งผมอยู่ในวงนี้นั่นเอง
โดยผมจะแบ่งออกเป็น 2 Part คือ พาร์ทสรุปสิ่งที่ได้จากคนที่มาแชร์ในห้อง
และอีกพาร์ทคือ สิ่งที่ผมตกผลึกได้จาก Roundshare ครั้งนี้ครับ
Part แรก
กิจกรรมจะมีต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะแบ่งกลุ่มแชร์กัน เล่าประสบการณณ์ของตนเอง
โดยมีคำถามที่ผลัดกันถามภายในวงดังนี้ครับ
(ผมแชร์ไว้ ณ ทีนี้เผื่อให้คนอื่นได้ตกผลึกเพิ่มเติมครับ)
- ช่วงชีวิตทางการเงินของตัวเองในตอนนี้ (เอาตัวรอด,ฟื้นตัว,ตั้งหลัก,สร้างฐาน,ขยายโอกาส,ปกป้องสิ่งที่มี)
- เงินส่วนใหญ่ ถูกใช้ไปเพื่อใครหรืออะไร
รายจ่ายหลักๆ สิ่งที่จ่ายแล้วมีความสุข สิ่งที่จ่ายแล้วเสียดาย สิ่งที่ถือว่าเป็นการลงทุนกับชีวิต
- รายจ่าย 1 อย่างที่สะท้อนตัวตนหรือคุณค่าของตัวเอง
- ความตึงเครียดระหว่างสิ่งที่อยากทำกับสิ่งที่ต้องจ่าย
- เรื่องเงินที่คนนอกมักเขาใจผิด
- เงินให้อะไรกับชีวิตเรามากที่สุด และมันเอาอะไรไปจากชีวิตของเรา
- ถ้ารายได้ไม่ใช่ปัญหา เราอยากทำงานแบบไหนเพราะอะไร
- คำว่า มีพอ สำหรับคุณคือจำนวนเท่าไหร่ หรือชีวิตแบบไหนที่เราต้องการ
- ช่วงไหนที่เราฐานะดีขึ้น เงินเดือนเพิ่ม ชีวิตก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้น
- ความเชื่อเรื่องเงินแบบไหนช่วยเราไว้ แบบไหนทำร้ายเรา
เนื้อหาส่วนนี้เป็นเนื้อหาที่สรุป ที่ตกผลึกได้จากคำถามและคำตอบของกลุ่มไข่แดงภายในห้องครับ
[1] หากให้นึกถึงความทรงจำในวัยเด็กของแต่ละคน อย่างไรก็ไม่เหมือนกัน
เพราะแต่ละคนต่างก็มีประสบการณ์ที่หลากหลายและไม่ซ้ำกันเลย
Lifestyle ของเรา การเงิน เราไม่เคยคิดเลยว่ามันมากจากไหน
แต่ประสบการณ์เหล่านั้น นั่นแหละที่บอกเราว่า เราให้ความสำคัญกับอะไร
[2] ความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ทุกอย่างต้องใช้เงิน
บางคนเป็นประสบการณ์ที่ได้พาพ่อแม่ไปเที่ยวด้วยกัน
บางคนใช้จ่ายเพื่อป้องกัน โรคร้ายภายในครอบครัว
บางคนอยากไปท่องเที่ยว
บางคนอยากทำตามความฝัน
แต่ทุกคนก็มีเงื่อนไขการใช้เงินของตนเองเสมอ
[3] มีมุมมองอีกมุมของเงินที่น่าสนใจ
เงิน = Self concept
นี่คือสิ่งที่แสดงตัวตนออกมาว่าคนเหล่านั้น ใช้คุณค่ากับอะไร ใช้เงินไปกับวิ่งใด
[4] ทุกคนมีความเชื่อทางด้านการเงินที่ไม่เหมือนกัน บางคนยึดเป้าหมายของตนเอง บางคนเป็นครอบครัว
และความเชื่อนั้นเอง คือ สิ่งที่กำหนดพฤติกรรมของเรา
[5] มีเงินเยอะ ไม่ได้เท่ากับมีความสุข
มีเรื่องเล่าของพี่คนหนึ่งที่ตั้งเป้าว่าอยากมีเงินเพื่อทำให้ครอบครัวสุขสบาย
แต่พอถึงวันนั้นจริง กลับได้รู้ว่า สิ่งที่เราตามหามันไม่เคยมีอยู่เลย
บางทีการยอมลดจำนวนเงินลง อาจได้เวลา ได้ความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวกลับมา
[6] หากเราเลือกงานที่มีความหมายและได้เงินดีด้วย นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
แต่ถ้าเราทำงานที่ไม่ชอบแต่ได้เงินดี การนำเงินนั้นไปทำสิ่งที่ชอบก็เป็นอีกทางเลือก
มีอีกมุมมองที่น่าสนใจคือ หากไม่มีปัญหาเรื่องการเงิน เราเลือกสิ่งที่ยังคงทำอยู่
เพราะเป็นงานที่มีความหมาย แต่อยากลดปริมาณลง เช่น จากทำงาน 5 วันเหลือ 4 วัน
[7] เราจะรู้ว่าสิ่งที่เรามีอยู่มันมีค่ามากแค่ไหน ก็ต่อเมื่อเราเสียมันไป
[8] เมื่อเรารู้ความต้องการที่แท้จริงของเรา โดยไม่ต้องไปสนกระแสสังคมอื่นๆ
เราสามารถกำหนดกรอบของมันได้ ทำตามนั้นและไม่จำเป็นต้องไปแข่งกับใคร
[9] เมื่อเวลาผ่านไป ความคิดทางทางการเงินเราก็เปลี่ยนแปลงได้
ตอนแรกอยากลุยงานเต็มที่ อยากช่วยเหลือคนอื่นได้เต็มที่ เวลาผ่านไปอยากลุยงานน้อยลง
อยากมีความมั่นคง จึงหาเงินมากขึ้น
[10] สิ่งที่ขวางกั้นเราไม่ให้ไปสู้เป้าหมาย บางครั้งมันไม่ได้มีแค่เงิน
บางอย่างใช้เงินแก้ไขไม่ได้ บางอย่างต้องใช้ โนฮาว ต้องใช้เวลา ใช้ความกล้า ใช้การลงมือทำ
และนี่คือ Part 2 คือส่วนที่ Reflect ของตัวเองกันบ้างนะครับ
เผื่อพี่ๆคนอื่นในวงจะมาตามอ่าน
ต้องขอท้าวความเล็กๆก่อนว่า ผมเห็นโพสของพี่เอ๋ นิ้วกลม เกี่ยวกับ Roundshare แล้วน่าสนใจ รวมถึงรู้บรรยากาศสิ่งที่จะได้รับมันมีค่าแค่ไหน จึงสมัครเป็นไข่ขาวไป
เพราะอยากไปนั่งฟังว่าพี่ๆเขามีประสบการณ์ มีความคิดเห็นในเรื่องเงินกับชีวิตอย่างไรบ้าง
ต้องปูก่อนว่าปีนี้ผมอายุ 26 ปี เพราะฉะนั้นมุมมองจะแตกต่างกับพี่ๆในห้องพอสมควร
(พี่เอ๋รับสมัคร 28-45 ปี)
ความคิดในช่วงวัยผมจึงมีแต่การหางานด้วย การตั้งเป้าเรื่องเงินเป็นหลัก
เมื่อเงินยังใช้ไม่ถึงเป้าหมายที่พอใช้จ่าย ทั้งตัวเองและคนในครอบครัว จึงยังไม่ได้คิดเรื่องการหางานที่มีความหมายมากนัก
อาจมีหลายคงามคิดเห็นที่ยังรอให้ผมได้ไปไขว่คว้าอยู่
(ปล. อันนี้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผมคนเดียว ไม่นับคนอื่นๆในวันเดียวกันนะครับ)
แต่พอได้ฟังพี่ๆในวันนี้แล้ว ผมตกผลึกได้ 2 ประเด็นจากเนื้อหาใน Part แรกที่ผมสรุปไว้
[1] ผมได้เห็นคนที่ประสบความสำเร็จในด้านการเงินแล้ว แม้ไม่ใช่เศรษฐี แต่มันไม่มีความสุข
มีเงิน ไม่มีเวลา
มีเงิน ครอบครัวไม่โอเค
หรือมีเงินแต่ไม่ได้ใช้ชีวิต
บางทีมันก็ควรมี Balance ของมัน เพื่อไม่ให้เราสูญเสียชีวิตจนเกินไป
[2] งานที่มีความหมาย
มีคำถามที่ถามว่า
ถ้ารายได้ไม่ใช่ปัญหา เราจะยังทำงานที่เดิมอยู่ไหม ถ้าไม่อยากทำงานแบบไหน
เกิน 70% เท่าที่ผมนับได้ จะตอบว่า 'ทำ' เพราะงานที่ทำตอนนี้เป็นงานที่มีความหมาย
ผมชอบที่พี่คนหนึ่งเล่าเรื่องราวของการขับวินมอไซค์ในวันที่ฝนตก
คำชม คำยินดีจากคนที่เห็นรถของเรา มันมีค่า มีกำลังใจให้สู้ต่อมากขึ้นอีก
อาจจะคล้ายๆกับการทำเพจสรุปหนังสือของผมก็ได้ ผมอยากสรุปสิ่งที่ตนเองได้อ่านมา
ตกผลึกได้อย่างไร มีอะไรที่อยากส่งต่อประโยชน์ให้ผู้อื่น
ที่ต่อให้ไม่มีรายได้เข้ามา ผมก็ยังอยากทำสิ่งนี้อยู่ครับ
แต่ก็ยังอยากคงอยากหารายได้จากมันนะครับ 🤣
เนื้อหาเหล่านี้จะคอยเป็นเข็มทิศในกับผมในอนาคตแน่นอนครับ
ขอบคุณทุกคนที่มาแชร์สิ่งดีๆกันในวันนี้นะครับ
ถ้าคลิป Rounshare รอบนี้ออกเมื่อไหร่ ผมจะมาแปะไว้ในคอมเมนท์นี้นะครับ
และสุดท้ายนี้ขอบคุณพี่นิ้วกลมครับที่จัด Session ดีๆแบบนี้ขึ้นมา
สิ่งที่ได้จากพี่เอ๋นิ้วกลมเต็มๆเลย คือ
เราอาจจะเป็นคนที่ไม่รู้ตัวเอง จนกระทั่งคำตอบของเราขัดขึ้น
เพราะเห็นคนอื่นที่ไม่เหมือนเรา และรู้ด้วยว่าทำไมเราถึงคิดแบบนี้ เราเป็นแบบนี้มาจากใคร
วันนี้ผมได้เห็นตัวเองชัดมากขึ้นจริงๆครับ
ขอบคุณมากๆจริงๆครับ
หวังว่าจะมีประโยชน์กับผู้อ่านทุกท่านนะครับ
โฆษณา