6 ก.ย. เวลา 10:08 • การศึกษา

ทำไมคนรุ่นนี้ไม่อยากมีลูก? เพราะแค่ อยากมี อาจไม่พอแล้ว

# มีลูกสมัยนี้…ไม่ได้เตรียมแค่เปล แต่ต้องเตรียมทั้ง “ชีวิต”
## ฟังแล้วก็พอเข้าใจเลยว่า ทำไมหลายคนถึงคิดหนักก่อนมีลูก
ช่วงนี้เปิดโซเชียลไปทางไหน ก็เจอแต่คำถามประมาณว่า
**“มีลูกดีไหม?”**
**“มีแล้วจะไหวไหม?”**
**“เลี้ยงลูกสมัยนี้ต้องใช้เงินเท่าไร?”**
ดูไปดูมา Admin ไปเจอรายการ **ThaiPFA Talk on LIVE** ที่ **คุณแนน พัชรา จินตนะกุล CFP® ผู้ก่อตั้ง Kids Finance Thailand และนักวางแผนการเงินจากกรุงเทพประกันชีวิต** มาคุยเรื่อง
**“เตรียมเงินให้พร้อมก่อนมีลูก”**
ฟังแล้วก็แอบคิดว่า
**มิน่าล่ะ…คนยุคนี้ถึงคิดหนักเรื่องมีลูกกันขนาดนี้**
เมื่อก่อนหลายบ้านมีพื้นที่
มีญาติช่วยเลี้ยง
มีข้าวจากนา
มีผักจากสวน
มีของที่ทำเองได้
ค่าใช้จ่ายบางอย่างจึงไม่ได้ผ่านคำว่า **“จ่ายเงิน”** ทุกครั้ง
แต่ชีวิตเมืองวันนี้ต่างออกไป
คลอด — จ่าย
ฝากเลี้ยง — จ่าย
นม — จ่าย
โรงเรียน — จ่าย
กิจกรรม — จ่าย
รักษาพยาบาล — จ่าย
อยากให้ลูกมีโอกาสเพิ่มอีกหน่อย — ก็จ่ายอีก
จนบางครั้งการมีลูกหนึ่งคนไม่ได้รู้สึกเหมือนแค่เพิ่มสมาชิกในบ้าน
แต่เหมือนเปิดบริษัทใหม่หนึ่งแห่ง
ที่มีค่าใช้จ่ายประจำไปอีกยี่สิบกว่าปี 😅
แต่ประเด็นสำคัญคือ
**การมีลูกไม่ได้แพงเพราะเด็กต้องใช้ของเยอะอย่างเดียว**
มันแพงเพราะพ่อแม่วันนี้กำลังพยายามซื้อ “โอกาส” ให้ลูกด้วย
อยากให้เรียนดี
ภาษาได้
สุขภาพดี
มีประสบการณ์
มีเงินเรียนมหาวิทยาลัย
และถ้าเป็นไปได้ อยากให้เขาเริ่มชีวิตโดยไม่ต้องลำบากเหมือนเรา
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ก่อนมีลูก เราไม่ควรเตรียมแค่
ห้องนอน
รถเข็น
ขวดนม
หรือชื่อเล่นน่ารัก ๆ
แต่ควรเตรียมคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า
**“หลังมีลูกแล้ว การเงินทั้งครอบครัวจะเดินต่อยังไง?”**
มีเงินสำรองพอไหม
ถ้าคนหนึ่งต้องหยุดงาน รายได้จะหายไปเท่าไร
ค่าคลอดและค่ารักษาพร้อมหรือยัง
มีประกันอะไรบ้าง
ค่าเลี้ยงดูต่อเดือนประมาณเท่าไร
ค่าเรียนในอนาคตอยากเตรียมระดับไหน
แล้วเป้าหมายเกษียณของพ่อแม่จะถูกเลื่อนไปหรือเปล่า
เพราะนี่คือเรื่องที่หลายบ้านพลาด
เราเตรียมอนาคตให้ลูกทุกอย่าง
แต่ลืมเตรียมอนาคตของตัวเอง
สุดท้ายลูกเรียนจบจริงครับ
แต่พ่อแม่อายุ 60 แล้วไม่มีเงินเกษียณ
กลายเป็นว่าเราพยายามไม่ให้ลูกลำบากตอนเด็ก
แล้วไปฝากภาระไว้ให้เขาตอนโตแทน
อันนี้ก็ไม่ค่อยแฟร์กับใครเท่าไรครับ
ดังนั้นคำว่า **“พร้อมมีลูก”** ไม่ได้แปลว่าต้องมีเงินสิบล้านก่อน
ถ้ารอให้พร้อม 100%
บางคนอาจไม่ได้เริ่มเลย
สิ่งที่ควรมีมากกว่าคือ
**แผน**
รู้คร่าว ๆ ว่าค่าใช้จ่ายจะเพิ่มเท่าไร
มี Buffer
มีเงินฉุกเฉิน
มีการจัดการความเสี่ยง
และคุยกันระหว่างพ่อแม่ว่า ถ้าเกิดเหตุไม่เป็นไปตามแผน จะปรับตรงไหน
เพราะชีวิตจริงไม่มี Budget ไหนแม่นถึงบาทสุดท้ายหรอกครับ
ลูกอาจป่วย
พ่อแม่อาจตกงาน
โรงเรียนอาจแพงขึ้น
หรือบางช่วงอาจต้องใช้เงินมากกว่าที่คิด
แผนที่ดีจึงไม่ได้มีไว้ทำนายทุกอย่างถูก
แต่มันมีไว้ทำให้เรา **ไม่ต้องตกใจทุกครั้งที่อะไรไม่เป็นไปตามแผน**
และที่สำคัญ
อย่าเอากระแสว่า “มีลูกแล้วลำบาก” ไปทำให้คนที่อยากมีลูกกลัวจนเกินไป
บางบ้านเลือกไม่มีลูก
ก็เป็นชีวิตที่ดีได้
บางบ้านอยากมีลูก
ก็สร้างชีวิตที่ดีได้เหมือนกัน
ไม่มีคำตอบเดียวครับ
สิ่งสำคัญคืออย่าเลือกชีวิตเพราะแรงกดดันของคนอื่น
แต่เลือกเพราะเราเข้าใจว่า
**ชีวิตแบบนั้นต้องแลกกับอะไร
แล้วเรายินดีจ่ายทั้งเงิน เวลา และพลังให้มันหรือเปล่า**
นี่แหละที่ชอบจากหัวข้อของคุณแนน
เพราะมันไม่ได้มาบอกว่า
**“ต้องมีเงินเท่านี้ ถึงมีลูกได้”**
แต่มันชวนให้เราคิดว่า
**ถ้าอยากมีลูก เราจะจัดการเงินอย่างไร เพื่อให้ความฝันนั้นไม่กลายเป็นความเครียดของทั้งบ้าน**
การมีลูกไม่ใช่โปรเจกต์การเงินครับ
แต่มันมีเรื่องการเงินอยู่ในแทบทุกช่วงของชีวิต
เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่อยากมีลูก
ไม่ต้องกลัวจนเลิกฝันครับ
เริ่มจากคุยกัน
คำนวณกัน
เตรียมทีละเรื่อง
วันนี้ยังไม่พร้อม 100% ไม่เป็นไร
แค่พร้อมขึ้นกว่าเมื่อวาน
ก็ถือว่าเราเริ่มสร้างอนาคตให้ครอบครัวแล้ว
เพราะสุดท้าย
สิ่งที่ลูกต้องการจากเรา
อาจไม่ใช่พ่อแม่ที่รวยที่สุด
แต่คือพ่อแม่ที่
**รักเขาเต็มที่
และยังดูแลชีวิตตัวเองได้ด้วย**
ThaiPFA อยากให้ทุกคนที่อยากมีลูกไม่ต้องกลัวจนเลิกฝันครับ ความพร้อมไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แค่ค่อย ๆ เตรียมเงิน เตรียมแผน และเตรียมใจให้ดีขึ้นทีละนิด ก็เพียงพอที่จะเริ่มสร้างครอบครัวในแบบที่เหมาะกับเราแล้วครับ
— ด้วยความห่วงใยจาก **ThaiPFA**
#เตรียมเงินก่อนมีลูก #วางแผนครอบครัว #ค่าใช้จ่ายเลี้ยงลูก #วางแผนการเงิน #ThaiPFA
โฆษณา