เมื่อวาน เวลา 08:03 • ประวัติศาสตร์

ทำไมเสาร้านตัดผมต้องเป็นสีแดง-ขาว? คำตอบซ่อนอยู่ในประวัติศาสตร์การแพทย์

ในยุโรปสมัยยุคกลาง อาชีพช่างตัดผมไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ตัดผมหรือโกนหนวดเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก โดยพวกเขาเป็นที่รู้จักในนาม “ช่างตัดผม-ศัลยแพทย์ (Barber-Surgeons)“ ซึ่งทำหน้าที่ตั้งแต่ตัดผม โกนหนวด ถอนฟัน เย็บบาดแผล จัดกระดูก ไปจนถึงการตัดแขนหรือขาในกรณีที่จำเป็น
ในสมัยนั้น แพทย์ที่ผ่านการศึกษาอย่างเป็นทางการยังมีจำนวนไม่มาก และมักให้บริการแก่ชนชั้นสูงหรือผู้มีฐานะเป็นหลัก ดังนั้นสำหรับคนธรรมดาทั่วไป เมื่อต้องการรักษาอาการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย จึงมักหันไปพึ่งช่างตัดผมซึ่งเข้าถึงง่ายและมีค่าใช้จ่ายที่พอรับไหว
ภายในร้านตัดผม เก้าอี้ตัวเดียวกันอาจใช้ทั้งสำหรับการโกนหนวดและการทำหัตถการทางการแพทย์ ซึ่งหนึ่งในบริการที่พบได้บ่อยที่สุดคือ “การปล่อยเลือด (Bloodletting)“ ซึ่งผู้คนในยุคนั้นเชื่อว่าสามารถช่วยปรับสมดุลของของเหลวหรือ “ธาตุทั้งสี่” ภายในร่างกาย และช่วยรักษาโรคภัยต่างๆ ได้
หลังจากปล่อยเลือด ผู้ป่วยจะได้รับการพันแผลด้วยผ้าลินินสีขาว ซึ่งความเชื่อมโยงระหว่างเลือดกับผ้าพันแผลนี้เองที่มักถูกนำมาอธิบายถึงที่มาของ “เสาหมุนหน้าร้านตัดผม (Barber Pole)“ อันโด่งดัง โดยสีแดงเป็นสัญลักษณ์แทนเลือด ส่วนสีขาวแทนผ้าพันแผล ขณะที่ตัวเสาถูกเชื่อมโยงกับไม้ที่ผู้ป่วยใช้กำไว้ระหว่างการปล่อยเลือดเพื่อช่วยให้หลอดเลือดดำโป่งและมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น
ส่วนแถบสีน้ำเงินนั้นถูกเพิ่มเข้ามาในสหรัฐอเมริกาในอีกหลายศตวรรษต่อมา โดยมีคำอธิบายที่แพร่หลายว่าสีน้ำเงินอาจหมายถึงหลอดเลือดดำ หรืออาจเกี่ยวข้องกับสีแดง ขาว และน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา
ทุกวันนี้ เสาหมุนลายสีแดง ขาว และน้ำเงิน ก็ยังคงเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของร้านตัดผมที่ผู้คนทั่วโลกจดจำได้ทันที แต่เบื้องหลังลวดลายที่คุ้นตานี้คือร่องรอยจากยุคสมัยหนึ่งในประวัติศาสตร์ ยุคที่ช่างตัดผมประจำเมืองอาจไม่ได้มีหน้าที่เพียงตัดผมหรือโกนหนวด หากยังเป็นทั้งศัลยแพทย์ หมอฟัน และผู้รักษาโรคให้กับผู้คนในชุมชนอีกด้วย
โฆษณา