6 ก.ย. เวลา 13:40 • ไลฟ์สไตล์

”ทำไมผมยังตื่นเวลาเดิม…แต่ไม่ลุกเหมือนเดิม“

ช่วงนี้
ผมเริ่มสังเกตตัวเองว่า
ผมมักจะรู้สึกตัว
ก่อนนาฬิกาปลุกประมาณตีสี่ครึ่ง
เหมือนเดิม
เวลาที่เคยเป็นเวลาตื่นของผม
แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือ
เมื่อก่อน
พอรู้สึกตัว
ผมก็จะลุกขึ้นมาเลย
ออกกำลังกาย
ตั้งเป้าหมาย
แล้วค่อยไปอาบน้ำตอนตีห้าครึ่ง
ทุกอย่างพอดีกัน
แต่ช่วงนี้
ไม่ใช่แบบนั้น
ผมรู้สึกตัวตอนตีสี่ครึ่ง
แล้วก็กดเลื่อน
ก่อนจะนอนต่ออีกประมาณครึ่งชั่วโมง
สุดท้าย
ก็ตื่นจริง ๆ ตอนตีห้า
พอเหลือเวลาไม่มาก
ผมก็ต้องเลือก
ว่าจะออกกำลังกาย
หรือตั้งเป้าหมาย
ทั้งที่เมื่อก่อน
ผมทำได้ทั้งสองอย่าง
แปลกดี
แต่สิ่งที่แปลกกว่า
คือผมไม่ได้รู้สึกแย่กับตัวเอง
เหมือนเมื่อก่อน
ไม่ได้คิดว่า
“ทำไมถึงทำไม่ได้เหมือนเดิม”
ไม่ได้รู้สึกว่า
ตัวเองขาดวินัย
และไม่ได้พยายามบังคับตัวเอง
ให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมทันที
ผมเพียงแต่สงสัยว่า
เกิดอะไรขึ้นกับผมกันนะ
…..
แล้วอยู่ ๆ
ผมก็นึกถึง
บันทึก Meditations ของมาคัส
มีเรื่องเกี่ยวกับการตื่นนอนอยู่ด้วย
ตอนนั้นผมเคยคิดว่า
ทำไมเขาถึงบันทึก
เรื่องเล็ก ๆ อย่างการตื่นนอน
แต่วันนี้
ผมกลับเข้าใจมันขึ้นมาอีกนิด
บางที
เรื่องที่เราใช้ชีวิตผ่านไปทุกวัน
อาจเป็นเรื่องที่บอกอะไร
เกี่ยวกับตัวเรา
ได้มากกว่าที่คิด
เพราะช่วงเวลาที่เราลืมตาตื่น
แต่ยังไม่ยอมลุกจากเตียง
มันมีบทสนทนาเล็ก ๆ
เกิดขึ้นข้างในตัวเรา
ส่วนหนึ่งบอกว่า
“ลุกได้แล้ว”
อีกส่วนหนึ่งบอกว่า
“ขอนอนต่ออีกหน่อย”
และบางครั้ง
สิ่งที่น่าสนใจ
อาจไม่ใช่ว่า
สุดท้ายเราเลือกอะไร
แต่คือ
ตอนนั้นเราเลือกเพราะอะไร
…..
ผมเลยคิดว่า
บางทีผมไม่จำเป็นต้องรีบหาคำตอบว่า
ทำไมช่วงนี้ถึงตื่นแล้วนอนต่อ
เพราะคำตอบ
อาจไม่ได้อยู่ที่เหตุการณ์เพียงวันเดียว
ผมอาจเหนื่อยขึ้นโดยไม่รู้ตัว
อาจนอนหลับไม่พอ
อาจเป็นเพียงช่วงหนึ่งของร่างกาย
หรืออาจไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลยก็ได้
ผมยังไม่รู้
และผมคิดว่า
การยังไม่รู้ก็ไม่เป็นไร
ผมเพียงจดมันไว้
แล้วค่อยดูไปว่า
มันจะเป็นเหมือนเดิมหรือเปล่า
…..
ทำให้ผมนึกถึงประโยคหนึ่ง
“ฉันจะยอมรับความจริง
ก่อนแก้ไขความจริง”
เมื่อก่อน
ผมอาจเห็นว่า
“ตื่นแต่ไม่ลุก
เท่ากับทำไม่ได้ตามแผน”
แล้วก็รีบแก้ไขมัน
แต่วันนี้
ผมกลับเห็นอีกแบบ
ความจริงคือ
ช่วงนี้ผมยังตื่นก่อนตีห้าทุกวัน
แค่นั้นเอง
ไม่ต้องใส่คำว่า
“ขี้เกียจ”
ไม่ต้องใส่คำว่า
“ไม่มีวินัย”
ไม่ต้องสร้างเรื่องราวเพิ่มเติม
ให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น
เพราะบางที
สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ
ก็มีเพียงเท่านั้น
…..
และผมก็คิดได้ว่า
ถ้าวันไหนผมตื่นตีสี่ครึ่ง
ผมก็ยังทำกิจวัตรแบบเดิมได้
ออกกำลังกาย
ตั้งเป้าหมาย
แล้วเริ่มต้นวัน
แต่ถ้าวันไหนผมตื่นตีห้า
ผมก็ไม่จำเป็นต้องทิ้งทุกอย่าง
ผมอาจออกกำลังกายสั้นลง
นึกถึงเป้าหมาย
แล้วไปอาบน้ำตามเวลา
ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้เต็ม
เพื่อที่จะบอกตัวเองว่า
“วันนี้เรายังทำได้”
บางที
**การรักษาสิ่งสำคัญไว้
แม้จะทำได้เพียงนิดเดียว
ก็ดีพอแล้ว**
…..
ผมเริ่มรู้สึกว่า
ชีวิตไม่ได้มีไว้
ให้เราควบคุมทุกอย่าง
ให้เป็นไปตามแผน
บางครั้ง
ชีวิตก็แค่เปลี่ยนจังหวะเล็ก ๆ
และหน้าที่ของเรา
อาจไม่ใช่การรีบลากมัน
กลับไปอยู่ในจังหวะเดิม
แต่อาจเป็น
การหยุดดูว่า
จังหวะใหม่กำลังบอกอะไรเรา
วันนี้
ผมจึงไม่ได้ตั้งคำถามว่า
“เมื่อไหร่ผมจะกลับมาตื่นตีสี่ครึ่ง
แล้วลุกได้เหมือนเดิม?”
แต่เปลี่ยนเป็น
“ทำไมช่วงนี้ผมถึงตื่นแล้วอยากนอนต่อ?”
คำถามแรก
ต้องการให้ผมกลับไปเป็นเหมือนเดิม
แต่คำถามหลัง
เพียงอยากรู้จัก
ตัวผมในวันนี้
ให้มากขึ้น
…..
และบางที…
นี่อาจเป็นเหตุผล
ที่มาคัสจดเรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ไว้
เพราะบางครั้ง
การรู้จักตัวเอง
ไม่ได้เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ใหญ่ ๆ
แต่อาจเกิดขึ้น
ในช่วงเวลาธรรมดามาก ๆ
อย่างตอนตีสี่ครึ่ง
ในห้องที่ยังมืดอยู่
ขณะที่เรากำลังตัดสินใจว่า
จะลุกขึ้นมาใช้ชีวิต
หรือขอนอนต่ออีกสักครึ่งชั่วโมง
วันนี้
ผมเลือกนอนต่อ
ก็ไม่ได้ผิดอะไร
ผมไม่ได้กำลังพยายาม
ตัดสินตัวเอง
และไม่ได้กำลังพยายาม
หาคำตอบให้ได้ในคืนนี้
ผมเพียงแค่
อยากรู้ว่า…ทำไม 🌙
——
บางครั้ง
การรู้จักตัวเอง
อาจไม่ได้เริ่มจาก
การเปลี่ยนตัวเอง
แต่อาจเริ่มจาก
การสังเกตตัวเอง
ในวันที่เรา
ไม่ได้เป็นเหมือนเดิม 🌙
——
บันทึก… จากความเงียบ
ตีสี่ครึ่ง
ผมยังตื่นเหมือนเดิม
เพียงแต่วันนี้
ผมยังไม่ลุก
เมื่อก่อน
ผมอาจถามว่า
“ทำไมผมถึงเปลี่ยนไป”
แต่วันนี้
ผมเลือกถามว่า
“ช่วงนี้ตัวผมกำลังเป็นอย่างไร”
สองคำถามนี้
ดูเหมือนจะคล้ายกัน
แต่ความรู้สึกข้างใน
ไม่เหมือนกันเลย
คำถามแรก
เหมือนกำลังตัดสินตัวเอง
ส่วนคำถามหลัง
เหมือนกำลังนั่งลง
ข้าง ๆ ตัวเอง
แล้วรอฟัง
โดยไม่รีบตอบ
บางที
เราไม่จำเป็นต้องรีบกลับไป
เป็นคนเดิม
เพียงเพราะ
วันหนึ่งเราเคยทำได้
เราอาจกำลังเปลี่ยนจังหวะ
และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า
จังหวะใหม่นี้
กำลังพาเราไปไหน
คืนนี้
ผมจึงยังไม่มีคำตอบ
และผมคิดว่า
ยังไม่มีก็ไม่เป็นไร
พรุ่งนี้เช้า
ถ้าผมตื่นตอนตีสี่ครึ่งอีก
ผมจะค่อย ๆ ดูตัวเอง
อีกครั้ง
ไม่ว่าจะลุก
หรือนอนต่อ
ผมอยากรู้เพียงว่า
**ผมกำลังเลือกสิ่งนั้น
เพราะอะไร**
เท่านั้นเองครับ
🌙
โฆษณา