สิ่งที่เราเห็นชัดขึ้นคือ ตลาดกำลังให้น้ำหนักกับ Earnings มากขึ้น หุ้นที่มี Valuation สูง แต่รายได้และกำไรยังไปไม่ถึงความคาดหวัง อาจเจอแรงกดดันจากต้นทุนเงินทุนที่สูง ขณะที่บริษัทที่สามารถสร้างรายได้ กระแสเงินสด และกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ยังมีโอกาสได้รับ Premium จากตลาด โดยเฉพาะบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่ AI Infrastructure ตั้งแต่ Semiconductor, Memory, Data Center, Cloud, Networking ไปจนถึงบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ยังเดินหน้าลงทุน CAPEX เพื่อรองรับการเติบโตของ AI
ดังนั้นความผันผวนของหุ้น AI ในบางช่วงไม่จำเป็นต้องแปลว่าเทรนด์ AI สิ้นสุดลง ตราบใดที่เม็ดเงินลงทุนและการใช้งานจริงยังเติบโต ธีมนี้ก็ยังมีแรงส่งในระยะกลางถึงยาว
ขณะเดียวกัน Growth Theme ในรอบนี้ไม่ได้อยู่เฉพาะตลาดสหรัฐฯ เพราะห่วงโซ่เทคโนโลยีกระจายอยู่ในหลายประเทศ โดยเฉพาะเอเชีย ทั้ง Taiwan, South Korea และ China ซึ่งมีบทบาทสำคัญตั้งแต่ Semiconductor Foundry, Memory, Hardware ไปจนถึง Internet Platform และ EV การกระจายพอร์ตไปยัง Emerging Markets จึงไม่ใช่แค่การหาตลาดที่ Valuation ถูกกว่า แต่ยังเป็นการเพิ่ม Exposure ไปยังอีกส่วนหนึ่งของ Global Technology Supply Chain และช่วยลดการกระจุกตัวในตลาดสหรัฐฯ เพียงแห่งเดียว