6 ก.ย. เวลา 15:20 • หุ้น & เศรษฐกิจ

🌎 Beyond Weekly Insight | เงินเฟ้อยังเหนียว + ดอกเบี้ยยังสูง หุ้นที่กำไรโตจริงยังมีโอกาสไปต่อ

Beyond Wealth | 6 กันยายน 2569
ตลาดการเงินในสัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับเรื่องดอกเบี้ยมากขึ้น หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายรายการยังสะท้อนว่าเศรษฐกิจไม่ได้ชะลอลงเร็วอย่างที่ตลาดเคยคาด ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่ได้ลดลงมากพอ ภาพนี้ทำให้ตลาดเริ่มมองว่า Fed อาจจำเป็นต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปอีกระยะ และหากเงินเฟ้อยังดื้อกว่าคาด ก็อาจต้องกลับมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นอีกครั้ง
ผลที่ตามมาคือ Bond Yield ที่ขยับสูงขึ้นและแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือแรงขายไม่ได้เกิดขึ้นกับหุ้นทุกกลุ่มเท่ากัน หุ้นที่ยังมี Earnings Growth แข็งแรง และอยู่ในธีมการเติบโตระยะยาวอย่าง AI และ Semiconductor ยังสามารถยืนได้ดีกว่าตลาดในหลายช่วง
ประเด็นสำคัญจึงอาจไม่ได้อยู่แค่ว่า Fed จะขึ้นหรือคงดอกเบี้ย แต่ต้องดูด้วยว่าเหตุผลที่ดอกเบี้ยยังสูงคืออะไร หากดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูงเพราะเศรษฐกิจยังแข็งแรง การจ้างงานยังดี และกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังขยายตัว ผลกระทบต่อตลาดหุ้นย่อมต่างจากกรณีที่ดอกเบี้ยสูงในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างชัดเจน ในภาพแรก ตลาดหุ้นยังมีโอกาสไปต่อได้ เพียงแต่การขึ้นของตลาดอาจไม่ได้กระจายไปทุกกลุ่มเหมือนเดิม และหุ้นที่ราคาแพงแต่กำไรไม่โตตามที่ตลาดคาดจะถูกกดดันมากขึ้น
สิ่งที่เราเห็นชัดขึ้นคือ ตลาดกำลังให้น้ำหนักกับ Earnings มากขึ้น หุ้นที่มี Valuation สูง แต่รายได้และกำไรยังไปไม่ถึงความคาดหวัง อาจเจอแรงกดดันจากต้นทุนเงินทุนที่สูง ขณะที่บริษัทที่สามารถสร้างรายได้ กระแสเงินสด และกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ยังมีโอกาสได้รับ Premium จากตลาด โดยเฉพาะบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่ AI Infrastructure ตั้งแต่ Semiconductor, Memory, Data Center, Cloud, Networking ไปจนถึงบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ยังเดินหน้าลงทุน CAPEX เพื่อรองรับการเติบโตของ AI
ดังนั้นความผันผวนของหุ้น AI ในบางช่วงไม่จำเป็นต้องแปลว่าเทรนด์ AI สิ้นสุดลง ตราบใดที่เม็ดเงินลงทุนและการใช้งานจริงยังเติบโต ธีมนี้ก็ยังมีแรงส่งในระยะกลางถึงยาว
ขณะเดียวกัน Growth Theme ในรอบนี้ไม่ได้อยู่เฉพาะตลาดสหรัฐฯ เพราะห่วงโซ่เทคโนโลยีกระจายอยู่ในหลายประเทศ โดยเฉพาะเอเชีย ทั้ง Taiwan, South Korea และ China ซึ่งมีบทบาทสำคัญตั้งแต่ Semiconductor Foundry, Memory, Hardware ไปจนถึง Internet Platform และ EV การกระจายพอร์ตไปยัง Emerging Markets จึงไม่ใช่แค่การหาตลาดที่ Valuation ถูกกว่า แต่ยังเป็นการเพิ่ม Exposure ไปยังอีกส่วนหนึ่งของ Global Technology Supply Chain และช่วยลดการกระจุกตัวในตลาดสหรัฐฯ เพียงแห่งเดียว
📌 มุมมอง Beyond Wealth
Beyond Wealth มองว่าภาวะดอกเบี้ยสูงในตอนนี้ยังไม่ใช่เหตุผลที่ต้องลดความเสี่ยงออกจากตลาดหุ้นทั้งหมด แต่สิ่งที่ควรทำคือเลือกมากขึ้น เน้นบริษัทและธีมที่มี Earnings รองรับจริง พร้อมกระจาย Growth Engine ไปหลายภูมิภาค และมีสินทรัพย์ที่ช่วยลดความผันผวนของพอร์ตควบคู่กัน กลยุทธ์ที่เหมาะกับช่วงนี้จึงยังเป็นแนวทาง Growth + Diversification + Hedge มากกว่าการวางพอร์ตตามมุมมองดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว
ในเชิงการจัดพอร์ต เรามอง MEGA10AI เป็นขาหลักสำหรับจับการเติบโตของ AI ผ่านบริษัทเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนใน AI ขณะที่ K-SEMQ ช่วยกระจาย Growth Exposure ไปยัง Emerging Markets และ Asian Technology Supply Chain ลดการกระจุกตัวในตลาดสหรัฐฯ
ส่วน SCBGOLD ทำหน้าที่เป็น Portfolio Hedge ช่วยลดแรงกระแทกจาก Bond Yield เงินเฟ้อ ความไม่แน่นอนของนโยบายการเงิน และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ สำหรับช่วงที่ตลาดยังมีหลายปัจจัยรบกวน สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การทายให้ถูกว่า Fed จะทำอะไรครั้งต่อไป แต่คือการถือพอร์ตที่ยังไปต่อได้ หากเศรษฐกิจยังโต ดอกเบี้ยยังสูง และความผันผวนกลับมาเป็นระยะ
#BeyondWealth #MEGA10AI #KSEMQ #SCBGOLD #EmergingMarkets
โฆษณา