7 ก.ย. เวลา 09:18 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นโลกผันผวน จาก Bond Yield ปรับขึ้น–น้ำมันพุ่ง

  • ●
    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในกรอบแคบ จากแรงกดดันของ Bond Yield ที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น และตลาดแรงงานแข็งแกร่ง
  • ●
    ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่านหนุนราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น จากความกังวลด้านอุปทาน พร้อมเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายของ Fed
  • ●
    เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง ได้แรงหนุนจากตลาดแรงงานและภาคบริการที่ขยายตัว
  • ●
    ญี่ปุ่น: JGB Yield ปรับตัวสูงขึ้น หนุนเงินเยนแข็งค่าและกดดันหุ้นส่งออก ขณะที่ราคาน้ำมันเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายของ BOJ
  • ●
    จีน: หุ้น AI และ Semiconductor ถูกกดดันจาก Yield และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ภาครัฐออกมาตรการสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์
สถานการณ์ตลาด
  • ●
    สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดย Dow Jones -0.3% ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq +0.1% และ +0.4% ตามลำดับ ตลาดได้รับแรงกดดันจาก Bond Yield ที่ปรับตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น 9% WoW และตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยของ Fed
  • ●
    ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์สหรัฐฯ–อิหร่าน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
- ต้นสัปดาห์เกิดการโจมตีตอบโต้กันบริเวณช่องแคบ Hormuz ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จากความกังวลต่ออุปทานน้ำมันโลก และสถานการณ์รุนแรงขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ หลังสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 3 ลำ ขณะที่ IRGC ของอิหร่าน โจมตีเรือสหรัฐฯและเรืออื่นๆ ในพื้นที่
- ตลาดกังวลผลกระทบต่อเงินเฟ้อและนโยบายการเงินของ Fed โดยปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ลดลงเหลือเฉลี่ยราว 10 ลำต่อวัน ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม
  • ●
    Bond Yield ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน โดย US 10Y Yield แตะราว 4.82% ก่อนปรับลดลงตามถ้อยแถลงของ Waller ที่เปิดโอกาสให้ Fed คงดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อชะลอตัว อย่างไรก็ตาม Yield กลับมาเร่งตัวขึ้น หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งกว่าคาด เพิ่มความกังวลว่า Fed อาจกลับมาพิจารณา ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน
  • ●
    ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
- Nonfarm Payrolls เดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง (คาดการณ์ 55,000 ตำแหน่ง)
- อัตราการว่างงานทรงตัวที่ 4.1% แม้จำนวนผู้เข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มขึ้น สะท้อนอุปสงค์และอุปทานแรงงานยังอยู่ในระดับค่อนข้างสมดุล
- Wage Growth เดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น 3.1% YoY สอดคล้องกับคาดการณ์ และชะลอลงจาก 3.2% ในเดือนก่อน
- ISM Manufacturing PMI ลดลงสู่ 54.6 จาก 55.6 แต่ยังสูงกว่า 50 และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ขณะที่ดัชนีราคาวัตถุดิบอยู่ที่ 71.1 สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูง
- ISM Services PMI เพิ่มขึ้น 1.3 จุด สู่ 55.4 จากคำสั่งซื้อใหม่และยอดคำสั่งซื้อค้างส่งที่ดีขึ้น ขณะที่ราคาที่ผู้ประกอบการจ่ายเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี
  • ●
    ญี่ปุ่น
- สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลดลง โดย Nikkei 225 -2.09% และ TOPIX -1.05% จากแรงกดดันของ JGB Yield ที่ปรับตัวสูงขึ้น และความคาดหวังว่า BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด
- 10-year JGB Yield พุ่งเหนือ 3.0% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1996 ก่อนลดลงมาปิดสัปดาห์ที่ราว 2.9%
- เงินเยนแข็งค่าจาก JPY 159 สู่ JPY 156/USD จากการเพิ่มขึ้นของคาดการณ์ว่า BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้ ส่งผลกดดันหุ้นกลุ่มส่งออก
- ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐฯ–อิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น เพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายการเงินของ BOJ
  • ●
    จีน
- ตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ถูกกดดันจากราคาน้ำมันและ Bond Yield ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ ส่งผลให้เกิดแรงขายในหุ้น Semiconductor และหุ้น Growth ที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกงฟื้นตัวแข็งแกร่ง โดยปรับขึ้น 1.74% นำโดยหุ้นกลุ่ม Technology, Consumer และอสังหาริมทรัพย์
- จีนเพิ่มมาตรการกำกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อลดความเสี่ยงจากระบบ Property Presale และเพิ่มการคุ้มครองผู้ซื้อบ้าน โดยกำหนดให้โครงการก่อสร้างถึงระดับโครงสร้างก่อนจึงสามารถเปิดขายล่วงหน้าได้
- จีนผ่อนคลายเงื่อนไขสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยขยายระยะเวลาสูงสุดของสินเชื่อเพื่อการพัฒนาโครงการ และเพิ่มระยะเวลาสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบุคคลจาก 30 ปีเป็น 40 ปี
  • ●
    สัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ปรับตัวขึ้น 7.36 จุด สู่ระดับ 1,595.58 จุด จากแรงซื้อกลับในหุ้นที่ปรับตัวลงก่อนหน้า โดยนักลงทุนต่างชาติกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิ 3.1 พันล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิ 1.6 พันล้านบาท
คำเตือน
เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือ และ ความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
ผู้ลงทุนสามารถขอข้อมูลหนังสือชี้ชวนได้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือจาก www.krungsriasset.com หรือตัวแทนสนับสนุนการขาย หรือเจ้าหน้าที่ขายหน่วยลงทุน
ติดตามกองทุนกรุงศรี อัปเดตข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่
#KrungsriAsset #กองทุนกรุงศรี #Weeklymarketview #สรุปภาวะตลาดรายสัปดาห์
โฆษณา