9 ก.ย. เวลา 09:14 • นิยาย เรื่องสั้น

วัยเด็กที่ฝันร้ายของผมep.3

ต่อจากครั้งที่แล้ว เมื่อผมขึ้นม.4ความกดดันได้กลับมาอีกครั้ง จริงๆตอนที่ผมมาอยู่กทม.ใหม่ๆอาอี๊สังเกตุเห็นควาทผิดปกติผมจึงบอกแม่ให้พาไปพบหมอจิตแพทย์แบะพัฒนาการ
สิ่งที่เจอคือผมเป็นสมาธิสั้น ณ ตอนนั้น
ผมก้รักษากินยามาตลอด จนม.4เริ่มมีอาการเครียดกดดันตัวเอง ทำร้ายตัวเอง อยากจะหายไป
ก้พบจิตแพทย์ ผลที่ได้คือมีสภาวะซึมเศร้า ป้าที่เคยกดดันผมก้ทวีคูณความกดดัน ตอนการให้ผมเป็นหมอต้องติดมหาลัยชื่อดัง จะได้เอาไปอวดคนอื่น ใช่ครับผมทำร้ายตัวเองเครียด กดดันจนนอนไม่หลับร่างกายโทรม เรียนไม่รู้เรื่อง ผมพยายามปรับตัวพยายามปล่อยทุกอย่าง ยาจิตเวชที่กินก้มากขึ้น ร่างกายก็เริ่มกินเยอะ เครียด กิน ปวดหัวน้ำหนักตัวทุกอย่าง พาอแม่ผมพยายามช่วยพูดก้ไม่ได้ผล เนื่องจากมีลำดับชั้นในบ้าน สิ่งที่ผมเป้นตอนนั้นมันทรมานมาก ผมอยากจะบอกคนอ่านว่า ในตอนนั้นผมไม่สามารถพูดคุยกับใครได้ เพราะคนในครอบครัวผมล้วนแต่มองว่าผมเป็นวัยรุ่นที่กำลังดื้อรั้น ผมพยายามจะหายตัวไปหลายครั้ง ไม่สำเร็จ อาการผมเริ่มแย่ลงสุขภาพจิตลดลงจากความเครียด ภายนอกดูร่าเริงแต่ร้องไห้ทุกคืน ผมอยากจะบอกคนอ่านว่า สภาวะนี้เป้นเรื่องที่ด่วนมาก
ถ้าอยากให้เด็กกล้าพูด บอกคุณโดยที่คุณไม่ต้องถามเขามันมีวิธีที่ง่ายมากๆ คือแสดงความเป็นห่วงออกมาอย่างจริงใจและตรงไปมา ไม่ใช่คำพูดที่ดุด่าแซะพาดพิง และให้ความเป็นส่วนตัวแก่เขา เขาจะไว้ใจคุณและพูดออกมาโดยที่ไม่ต้องถาม
แต่ในตอนนั้นผมไม่มี ผมเก็บเครียด จนม.6สภาพจิตผมเเย่ลงที่วุดในชีวิตเลย กดดันการเข้ามหาลัย ผมเป็นเด็กกิจกรรมเก็บพอร์ต เกรดรวมอยู่ราวๆ3.2 ป้าคนนั้นไม่ยอมให้ผมยื่นพอร์ตเขามีความคิดที่ปลูกฝังกันว่าต้องสอบเท่านั้น ในตอนนั้นผมเลือกปกป้องตัวเองว่า ผมขอเก็บพอร์ตผมอยากเข้ารอบนี้มันไม่ต้องสอบแข่งเขารับเยอะ เขาพูดมาว่าเก็บละได้อะไร ผมบอกประสบการณ์จริง การทำงานร่วมกัน เขาถามว่าจำเป็นมั้ยกับการเข้ามหาวิทยาลัยผมบอกว่าจำเป็นมหาลัยต้องการคนที่มำได้จริงไม่ใช่แค่เรียนเก่ง ผมเถียงกับเขาบนรถหนักมากจนเขาตบหน้าผม และบอกให้ผมยกเลิกรายการแข่งทั้งหมด ตอนนั้นผมสิ้นหวังมากแต่ผมเลือกจะคุยกับครูที่สอนพิเศษผม เขาเป็นคนเดียวที่บอกว่า มั่นใจมั้ยถ้ามั่นใจลงมือทำครูมีหน้าที่คอยสอนและแนะนำ ไม่ใช่คนที่จะมาบังคับให้เราไปเป้นนั่นนี่ตามที่เขาขอ คือป้าผมเขาเคยบอกให้ครูช่วยกล่อมให้ผมสอบหมอหรือวิศวะก้ได้ ในตอนนั้นเเสงอันริบหรี่ของผมมันบอกว่าชีวิตเป็นของผมผมสู้ถึงแม้จิตใจผมจะไม่ดีเพราะผมไม่ว่างไปพบหมอตามนัดเลย ผมพยายามแข่งเรียน จนยื่นพอร์ตติดมหาวิทยาลัยได้ เป็นคณะที่ที่บ้านไม่ปลื้ม มีแม่ผมที่บอกว่าขอเเค่เลี้ยงตัวเองได้จะเรียนไรก็เรียน
ป้าผมไม่พอใจมากเขามักจะพูดแซะผมตลอดว่า โอ้ยคณะนี้ จบไปทำไร เห็นว่างงานเยอะแยะ ผมทำได้แต่ทน แผลใจผมมันเยอะจนไม่มีที่ให้คำดูถูกเขาแล้ว ผมลุกและสู้ในสิ่งที่ผมชอบ
เดี๋ยวมาต่อครับ
ถ้ามีคนอ่านนะครับ🥲
โฆษณา