เมื่อวาน เวลา 11:17 • ข่าว

ชาวเยอรมันแห่ประท้วงผลการเลือกตั้ง หลังพรรคขวาจัดคว้าชัยในแคว้นแซกโซนี-อันฮัลต์

เมื่อวันอาทิตย์ (6 ก.ย. 26) ที่ผ่านมา มีงานเลือกตั้งใหญ่ระดับแคว้นที่ แซกโซนี-อันฮัลต์ ของเยอรมัน ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนถึงการเมืองระดับชาติ และอาจลุกลามไปถึงการเมืองในสหภาพยุโรปทั้งทวีปได้เลย
เมื่อผลการเลือกตั้งปรากฏออกมาว่า พรรค AfD หรือ Alternative für Deutschland ที่เป็นพรรคการเมืองสายชาตินิยมขวาจัด สามารถเอาชนะได้อย่างถล่มทลายถึง 43.8% ทิ้งห่างแชมป์เก่า พรรค CDU และยังเป็นพรรครัฐบาลกลางของเยอรมันในปัจจุบัน ที่คะแนนร่วงลงเหลือเพียง 17.2% อย่างไม่เห็นฝุ่น
การล้มแชมป์เก่า ที่เป็นพรรคใหญ่ ในแคว้น แซกโซนี-อันฮัลต์ ที่แม้จะไม่ใช่แคว้นใหญ่ระดับท็อป 5 ของเยอรมันก็จริง แต่ก็ส่งสัญญาณแรงถึงคะแนนความนิยมของรัฐบาลกลางเยอรมันที่นำโดย ฟรีดริช แมทซ์ ว่าตกต่ำลงอย่างมาก บวกกับกระแสความคิดของผู้คนเยอรมัน ที่เริ่มเอนเอียงมาในแนวชาตินิยมเข้มข้นมากขึ้น
แต่สิ่งที่ทำให้ตกตะลึงยิ่งกว่านั้นคือ นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 80 ปี หรือตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่พรรคการเมืองแนวขวาจัดสุดโต่ง สามารถเอาชนะการเลือกตั้งในระดับแคว้นได้ หลังจากที่เคยเกิดขึ้นในยุคสมัยที่พรรคนาซีเยอรมันของฮิตเลอร์เรืองอำนาจมาก่อน
เพิ่มดีกรีความแรงขึ้นไปอีก เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้ออกมาโพสต์แสดงความยินดีอย่างมาก กับชัยชนะของพรรค AfD ในสนามเลือกตั้งที่ แซกโซนี-อันฮัลต์ ลงใน Truth Social ว่า
“ว้าว! พรรคประชานิยมในเยอรมนีเพิ่งฉลองความสำเร็จใหญ่ ในที่สุด ชาวเยอรมันก็ทนกับกฏระเบียบการเข้าเมืองที่เลวร้าย ทำลายประเทศชาติของพวกเขาไม่ไหวแล้ว พวกเขากำลังลุกฮือ และจะไม่ยอมทนอีกต่อไป! MGGA!!! (Make Germany Great Again)“
มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ มันไม่ใช่เรื่องปกติที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ในตำแหน่ง จะออกมาแสดงความยินดีกับชัยชนะของพรรคการเมืองของชาติพันธมิตรที่ไม่ใช่พรรครัฐบาลปัจจุบันด้วย ในการเลือกตั้งแค่ระดับแคว้นท้องถิ่น
ซึ่งเจตนาทรัมป์ก็ชัดเจนว่าต้องการสร้างแรงกระเพื่อม ส่งต่อไปยังการเลือกตั้งของแคว้นอื่นๆ ในเยอรมันต่อจากนี้ ที่จะมีผลต่อการพลิกขั้วการเมืองในเยอรมัน ให้กลายเป็นรัฐบาลสายชาตินิยมขวาจัด ที่อยู่ข้างเดียวกับทรัมป์ให้ได้นั่นเอง
การแสดงท่าทีหนุนหลังพรรค AfD ของทรัมป์ยิ่งสร้างความไม่สบายใจกับคนเยอรมันจำนวนไม่น้อย ที่สนับสนุนแนวคิดสายกลาง และไม่ต้องการรัฐบาลที่มีแนวคิดขวาสุดโต่ง เช่นเดียวกับที่เคยสร้างตราบาปที่ชาวเยอรมันชดใช้ยันลูกหลานก็ไม่จบ ในยุคของฮิตเลอร์
เจมส์-คริสเตียน วากเนอร์ ผู้อำนวยการอนุสรณ์สถานค่ายกักกันนาซีที่บูเชนวัลด์ และเป็นหนึ่งในแกนนำผู้ประท้วง กล่าวประณามผลการเลือกตั้งใน แซกโซนี-อันฮัลต์ ว่า "เป็นความอัปยศที่เต็มไปด้วยความโกรธและตกตะลึง" และเรียกร้องให้ชาวเยอรมันไม่ควรยอมรับการเข้าสู่อำนาจทางการเมืองของพรรค AfD อย่างเงียบๆ เหมือนเป็นชะตากรรม
เพราะถึงแม้ว่า AfD จะได้คะแนนเสียงอย่างถล่มทลาย แต่ก็ไม่ได้เสียงมากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาล แซกโซนี-อันฮัลต์ แบบเบ็ดเสร็จด้วยพรรคเดียวได้ ดังนั้นจึงต้องจับมือกับพรรคอื่นเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม ซึ่งก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายของกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านพรรค AfD ที่ไม่ต้องการให้พรรคอื่นๆไปจับมือจัดตั้งรัฐบาลแคว้น แซกโซนี-อันฮัลต์ ร่วมกับ AfD
และต้องรีบตัดกระแสพรรค AfD ก่อนการเลือกตั้งระดับแคว้นถัดไปที่ เบอร์ลินและเมคเลนบูร์ก-เวสเทิร์นโพเมอราเนีย ในวันที่ 20 กันยายนที่จะถึงนี้ เพราะหาก AfD ยังสามารถเก็บที่นั่งเสียงข้างมากได้อีก 2 สนามที่ถือว่าเป็นแคว้นสำคัญของเยอรมันได้อีกหล่ะก็ พรรครัฐบาล CDU ของนาย ฟรีดริช แมทซ์ มีปัญหาแน่
พรรค AfD เคยถูกระบุโดยสำนักหน่วยข่าวกรองของรัฐบาลเยอรมันว่าเป็นองค์กรขวาจัดหัวรุนแรงอย่างชัดเจน ที่เชิดชูแนวคิดอัตลักษณ์เชื้อชาติที่คล้ายกับลัทธินาซี และชูนโยบายต่อต้านผู้ลี้ภัยอย่างสุดโต่ง ด้วยแผนเนรเทศครั้งใหญ่ ปิดพรมแดน และรื้อถอนระบบ Asylum seeker ตามกฏระเบียบของสหภาพยุโรป
ที่ทำให้รัฐบาลกลาง EU กังวลว่าหากในอนาคต พรรค AfD สามารถจัดตั้งรัฐบาลกลางแห่งเยอรมันได้สำเร็จ และขอถอนตัวจากกลไกระบบลี้ภัยของสหภาพยุโรป อาจส่งผลต่อระเบียบของชาติสมาชิก EU ทั้งหมดได้
แต่ทั้งนี้ ชัยชนะอย่างท่วมท้นของพรรค AfD ในครั้งนี้ ก็สะท้อนพลังเงียบของชาวบ้านเยอรมัน ที่ต้องการปิดรับผู้อพยพต่างด้าวที่เข้ามาจนล้นเมืองแต่รัฐบาลไม่สามารถรับมือกับปัญหาสังคมที่ตามมาได้ แม้แนวคิดชาตินิยมชาวอารยันเลือดบริสุทธิ์ ที่ฮิตเลอร์เคยปลูกฝังไว้จะจางไปกว่า 80 ปีแล้ว แต่ก็ใช่ว่าแนวคิดเหล่านี้จะไม่เหลืออยู่ในชาวเยอรมันรุ่นปัจจุบัน
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ชาวเยอรมันส่วนใหญ่อยากได้รัฐบาลที่มีแนวคิดนิยมนาซีมาปกครองบ้านเมือง แค่อยากได้รัฐบาลที่กล้าออกมาแก้ปัญหาแบบโลกไม่สวย และชาวเยอรมันบางส่วนก็อยากจะลองเปลี่ยนบ้าง
อย่างที่ชาวอิตาลี เคยให้โอกาส จอร์จา เมโลนี นายกรัฐมนตรีหญิงจากพรรคภราดรแห่งอิตาลี ที่มีแนวคิดนีโอฟาสซิสต์ ตามอุดมการณ์แบบ เบนิโต มุสโสลินี อดีตผู้นำเผด็จการ ให้กลับมาจัดตั้งรัฐบาลขวาจัดได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่ยุคสงครามโลกเหมือนกัน
ซึ่งก็ต้องจับตาดูการเติบโตของพรรค AfD ว่าจะร้อนแรงจนสามารถเปลี่ยนขั้วรัฐบาลเยอรมันให้กลับคืนสู่แนวคิดนีโอนาซีได้อย่างที่ชาว EU หวั่นเกรงได้หรือไม่
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
แหล่งข้อมูล
โฆษณา