Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
WAKE UP PROMPT
•
ติดตาม
10 ก.ย. เวลา 11:03 • ธุรกิจ
เรากำลังประเมินพนักงานจาก “ผลงาน” หรือ “ความรู้สึก”?
หลายครั้งเราพยายามบอกพนักงานทุกคนว่า
“บริษัทให้ความเป็นธรรมกับทุกคน”
แต่พอถึงเวลาประเมินผลงานจริง ๆ
เรากลับไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจนว่า
แต่ละตำแหน่งควรถูกประเมินจากอะไร
เรามักมองเห็นคนที่สร้างผลลัพธ์ให้บริษัทโดยตรงได้ง่ายกว่า
โดยเฉพาะพนักงานขาย เพราะยอดขายเป็นตัวเลขที่ชัดเจน
และเชื่อมโยงกับรายได้ของบริษัททันที
แต่สำหรับพนักงานหลังบ้าน พนักงานฝ่ายปฏิบัติการ
หรือคนที่คอยดูแลและแก้ปัญหาให้ลูกค้า
ผลงานของเขาอาจไม่ได้ปรากฏออกมาเป็นยอดขาย
ต่อให้ทำงานหนักแค่ไหน คุณค่าของเขาจึงอาจถูกมองเห็นได้น้อยกว่า
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ
เพราะโดยธรรมชาติ เรามักมองเห็นคุณค่าของคนได้ง่ายขึ้น
เมื่อเขาสร้างผลลัพธ์บางอย่างที่เรามองเห็นได้ชัด
แต่ความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้เกิดจากคนเพียงตำแหน่งเดียว
บริษัทก็เหมือนทีมฟุตบอลครับ
การที่กองหน้าจะยิงประตูได้
หากไม่มีกองหลังและผู้รักษาประตูช่วยป้องกัน
หรือไม่มีกองกลางช่วยแย่งบอลและส่งบอลไปให้
กองหน้าก็ยากที่จะมีโอกาสทำประตูได้สำเร็จ
แต่การแข่งขันมักถูกตัดสินจากผลลัพธ์ ไม่ต่างจากเกมธุรกิจ
ต่อให้วันนั้นกองหน้าจะหายไปจากเกมเป็นเวลานาน
แล้วปรากฏตัวขึ้นมายิงประตูชัย
คนที่ได้รับเครดิตมากที่สุดก็มักเป็นกองหน้า
ขณะที่กองหลัง กองกลาง และผู้รักษาประตู
อาจทำงานอย่างหนักมาตลอดทั้งเกมเพื่อไม่ให้ทีมเสียประตู
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กองหน้าไม่ควรได้รับเครดิต
แต่ถ้าเราชื่นชมเฉพาะคนที่สร้างผลลัพธ์สุดท้าย
โดยไม่มองเห็นคุณค่าของคนที่ช่วยให้ผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้น
ตำแหน่งอื่นก็อาจเริ่มรู้สึกว่างานของตัวเองไม่สำคัญ
และเมื่อคนรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำไม่มีใครมองเห็น
เขาอาจเริ่มตั้งคำถามว่า
“แล้วจะทำให้ดีขึ้นไปทำไม?”
ความรู้สึกแบบนี้อาจส่งผลต่อกำลังใจ ความร่วมมือ
และบรรยากาศการทำงานของทั้งทีมได้
แต่ทางแก้ไม่ใช่การชมทุกคนเท่ากัน
หรือให้ทุกคนได้รับผลตอบแทนเท่ากัน
สิ่งที่เราต้องทำก่อนคือ
เข้าใจว่าแต่ละตำแหน่งมีหน้าที่สร้างคุณค่าอะไรให้กับธุรกิจ
เขารับผิดชอบอะไร
ผลลัพธ์ที่เขาควบคุมได้คืออะไร
เขาทำหน้าที่นั้นได้ดีแค่ไหน
และเขาช่วยให้งานของคนถัดไปเดินต่อได้ดีเพียงใด
บางตำแหน่งอาจไม่ต้องปิดการขาย
แต่การดูแลให้ลูกค้าได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องและทันเวลา
ก็ถือเป็นความสำเร็จของตำแหน่งนั้นได้
บางตำแหน่งอาจไม่ได้สร้างรายได้โดยตรง
แต่ช่วยลดความผิดพลาด ลดงานแก้ซ้ำ
หรือทำให้บริษัทวางบิลได้ตรงเวลา
สิ่งเหล่านี้ก็สร้างคุณค่าให้กับธุรกิจเช่นกัน
เพราะฉะนั้น
หากเราต้องการประเมินผลงานโดยพึ่งความรู้สึกให้น้อยลง
เราต้องเข้าใจก่อนว่า
พนักงานแต่ละคนมีหน้าที่อะไร
ผลงานที่ดีของตำแหน่งนั้นหมายถึงอะไร
และเราจะมองเห็นหรือบันทึกผลงานนั้นได้อย่างไร
การมี JD หรือ KPI เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือแม้จะมีทั้งสองอย่าง
ก็อาจยังไม่เพียงพอ
เพราะถ้าเราบอกพนักงานเพียงครั้งเดียวตอนเริ่มงาน
แล้วรอจนถึงปลายปีจึงค่อยมาบอกว่าอะไรดีหรืออะไรต้องแก้
เขาแทบไม่มีโอกาสปรับตัวระหว่างทางเลย
ระบบประเมินที่ดีจึงควรมีการ Check-in และ Feedback เป็นระยะ
เพื่อให้พนักงานรู้ว่า
ตอนนี้ตัวเองทำได้ดีตรงไหน
ควรพัฒนาเรื่องใด
และสิ่งที่กำลังทำมีส่วนต่อความสำเร็จของทีมอย่างไร
เครื่องมือที่ใช้ไม่จำเป็นต้องซับซ้อนครับ
สิ่งสำคัญกว่าคือ
การทำให้บทบาท ผลงาน หลักฐาน และการสื่อสารเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน
เพราะระบบที่ดีอาจไม่ได้กำจัดความรู้สึกออกจากการประเมินทั้งหมด
แต่อย่างน้อย
ระบบจะช่วยให้เราประเมินจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงมากขึ้น
และพึ่งความรู้สึกส่วนตัวน้อยลง
ก่อนถึงรอบประเมินครั้งต่อไป
ลองถามพนักงานแต่ละคนดูครับว่า
“คุณรู้ไหมว่า บริษัทใช้ผลงานอะไรในการประเมินคุณ?”
ถ้าคำตอบของพนักงานไม่ตรงกับสิ่งที่หัวหน้าและเจ้าของเข้าใจ
ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่พนักงานไม่ตั้งใจทำงาน
แต่อาจเป็นเพราะระบบของเรายังทำให้ทุกคนเข้าใจกติกาไม่ตรงกัน
แล้วที่บริษัทของคุณ พนักงานรู้ไหมครับว่าเขากำลังถูกประเมินจากอะไร?
missiontothemoon
ธุรกิจ
hr
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย