เมื่อวาน เวลา 03:40 • สุขภาพ

ปวดก้นระบม นั่งไม่ได้ อย่าพิ่งเหมาว่าคือ ‘ริดสีดวง’! ระวัง ‘ฝีรอบรูทวาร’ แอบเล่นงาน

เคยไหม? อยู่ๆ ก็ปวดก้นขึ้นมา จะนั่ง จะเดิน หรือแค่อยู่เฉยๆ ก็ทรมานจนแทบร้องไห้ หลายคนมักจะคิดไปเองทันทีว่าเป็น "ริดสีดวงทวาร" แล้วหาซื้อยาทาหรือกินเอง แต่ผ่านไปหลายวันอาการก็ไม่ดีขึ้น แถมยิ่งปวดหนักกว่าเดิม!
ความจริงแล้ว อาการเจ็บปวดและระคายเคืองบริเวณก้น อาจไม่ได้มาจากริดสีดวง แต่เกิดจาก "การติดเชื้อและอักเสบรอบรูทวาร" หรือที่เรียกว่า ฝีรอบรูทวาร (Anorectal Abscess) และ ฝีคัณฑสูตร (Anal Fistula)
เช็กให้ชัด: ริดสีดวง VS ฝีรอบรูทวาร ต่างกันอย่างไร?
ริดสีดวงทวาร: เกิดจากเส้นเลือดดำบริเวณปลายทวารหนักโป่งพอง สังเกตง่ายๆ มักจะมี "ติ่งเนื้อยื่น" และมี "เลือดสดไหล" ขณะขับถ่าย แต่ถ้าไม่มีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน มักจะไม่ปวดรุนแรงเท่าฝี
ฝีรอบรูทวาร / ฝีคัณฑสูตร: เกิดจากต่อมผลิตเมือกในรูทวารเกิดการอุดตันและติดเชื้อแบคทีเรีย จนกลายเป็น "หนอง" คั่งอยู่ข้างใน สังเกตได้จาก:
ปวดตุบๆ ตลอดเวลา แม้ไม่ได้ถ่ายอุจจาระ นั่งแทบไม่ได้
บวม แดง ร้อน หรือคลำเจอเป็นก้อนนูนรอบๆ รูทวาร
มีหนองหรือน้ำเหลืองซึม ออกมาจากแผลเล็กๆ รอบก้น มีกลิ่นเหม็น
มีไข้ หนาวสั่น ร่วมด้วยเนื่องจากร่างกายกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อ
ปล่อยไว้ Danger! ไม่หายเอง แถมลุกลาม
ยาทาริดสีดวงไม่สามารถรักษาฝีรอบรูทวารได้ เพราะภายในยังมีหนองและเชื้อแบคทีเรียอยู่ หากปล่อยทิ้งไว้ หนองจะกัดเจาะเนื้อเยื่อจนกลายเป็น "ฝีคัณฑสูตร" (เกิดท่อเชื่อมระหว่างภายในทวารหนักกับผิวหนังด้านนอก) หรือร้ายแรงที่สุดคือเชื้อโรคแพร่กระจายเข้ากระแสเลือด!
การรักษาที่ถูกต้อง
ผ่าระบายหนอง: แพทย์จะทำหัตถการเปิดแผลเล็กๆ เพื่อระบายหนองออก ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดทรมานทันที
ผ่าตัดท่อฝี: หากกลายเป็นฝีคัณฑสูตรแล้ว จำเป็นต้องผ่าตัดรักษาท่อฝีเพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
คำแนะนำจากหมอ: หากมีอาการปวดก้นอย่างรุนแรง บวมแดง หรือมีหนองซึม อย่าเขินอายที่จะไปพบแพทย์เฉพาะทางโรคลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เพราะยิ่งตรวจพบไว ยิ่งรักษาได้ง่ายและหายทรมานได้เร็วขึ้นครับ!
(บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้น หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง)
โฆษณา