11 ก.ย. เวลา 07:47 • ปรัชญา
BTS อารีย์

คนเลิกทำบุญกับวัด หันไปทำกับโรงพยาบาลและสัตว์

แต่เรายังคงทำบุญกับวัดอยู่ เมื่อเช้าก็ยังไปทำสังฆทานที่วัดแถวบ้าน
แม้จะมีข่าวฉาววงการสงฆ์ออกมาเเรื่อย ๆ ทั้งมีสีกา ทั้งยักยอกเงินวัดไปหลายสิบล้าน
คงเพราะเราศรัทธาในพระรัตนตรัยและทำเพื่อสืบต่อบำรุงศาสนา ไม่ใช่ที่ตัวตนพระรูปใดรูปหนึ่ง
เมื่อต้นเดือนได้เดินไปทำบุญที่บ้านสายลมหรือวัดท่าซุงสาขากรุงเทพ ฯ ตามปกติ ตอนจะเข้าประตูเดินสวนกับคุณป้า 2 คนที่กำลังออกมา คนนึงบอกคุณป้าอีกคนว่าเราก็ทำตามกำลังของเราที่มี ไม่ต้องไปเครียด คนอื่นหลายคนเขายังนั่งรออนุโมทนากันอย่างเดียวเลย
ท่านเจ้าอาวาสวัดท่าซุงสายหลวงพ่อฤาษีลิงดำนี้ จะมาที่บ้านสายลมทุกต้นเดือนหรือสิ้นเดือน วันศุกร์ถึงจันทร์ เพื่อรับสังฆทาน สอนกรรมฐาน สวดมนต์ และมักจะมีลูกศิษย์ที่พอมีฐานะทำบุญด้วยปัจจัยจำนวนมากด้วยความศรัทธาอยู่เสมอ เราเข้าใจว่าคุณป้าคนนึงคงไม่สบายใจที่ทำบุญน้อยเกินไปเพราะมีน้อย คุณป้าอีกคนจึงอธิบายว่าไม่จำเป็น เราทำตามกำลังของเราก็พอ แม้อนุโมทนาเขาอย่างเดียวก็ยังได้ ซึ่งตรงกับที่หลวงพ่อสอนไว้ว่าขึ้นกับเจตนา
ธรรมะนี่พิสูจน์ได้จริงว่าเป็น อะกาลิโก คือ คลาสสิคเหนือกาลเวลา ถ้าเข้าใจจริงก็จะรู้ว่าธรรมะไม่มีวันเชย และรู้ได้เฉพาะตนถ้าปฏิบัติจนรู้
เพราะธรรมะบางอย่าง อธิบายด้วยเหตุผลแบบ logic ทั่วไปไม่ได้ ไม่เหมือนการได้ลงมือปฏิบัติและรู้ด้วยตัวเอง
และเราก็ถือว่ายังโชคดีมากที่เจอครูบาอาจารย์ที่ดีเสมอ ต่อให้มีที่ไม่ดีก็อาจแว้บมาเจอแล้วคงผ่านไปโดยที่เราไม่รู้เรื่องไม่ดีของท่าน เพราะอย่างน้อยเวลาทำบุญเราก็นึกถึงพระรัตนตรัย ไม่ใช่แต่เฉพาะรูปเฉพาะองค์นั้น
พระสงฆ์ก็มีถูกมีผิดได้ เพราะก็เป็นผู้ศึกษาเรียนรู้ธรรมะเหมือนกับเรา ๆ ก็มีสอบตกบ้าง เรียนเก่งบ้างไม่เก่งบ้างเป็นธรรมดา
แค่ท่านอยู่ในกรอบระเบียบและมีภาระรบกวนทางโลกน้อยเพื่อให้ได้ศึกษาธรรมะอย่างจริงจังแล้วเอามาอบรมเราอีกที ถ้าท่านอยู่ในกรอบพระวินัยไม่ได้ ก็ควรกลับไปเป็นฆราวาส ทำมาหากินตามปกติ แค่นั้น…
รูปประกอบเป็นบรรยากาศมุมนึงที่บ้านสายลมของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ อีกรูปถ่ายในโบสถ์วัดดุสิดาราม เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ช่วงที่สวดมนต์และสอนวิปัสสนา
โฆษณา