12 ก.ย. เวลา 02:33 • ความคิดเห็น
นำกายบิดามารดา มาเดินในรอยทั่งสี่ ขององค์พระสัมมาสัมธเจ้า ภาวนาสองคำ พุทโธ . เดินจงกรม ไม่นึดคิดอะไรเลย เดินจงกรม ชดใช้กรรม คลี่คลายทุกข์ คลี่คลายกรรม ของตนเอง
พูดให่หูเราได้ยิน ฟังเสียงของตนเอง ส่งไปให้จิตที่อ่าศัยในกายของคุณบิดามารดา พูดว่า ..จิตของข้าพเจ้า อาศัยอยู่ในเรือกายของคุณบิดามารดา ข้าพเจ้า นำกายบิดามารดา มาปฏิบัติธรรมตามรอยองค์พระสัมมาสัมพุทธเต้า พร้อมด้วยกายวาจาใจ .บอกตนเอง กายนิ่ง จิตเฉย ดำรวจกาย และจิต กายนิ่ง จิตไม่นึกคิดอะไร ภาวนาพุทโธขึ้นมา ..(หูเรา มันฟังเสียงคนอื่น .ให้หูเราฟังเสียงตัวเอง มาใช้กายบิดามารดาสร้างบุญกุศล จะได้บันทึกลงไปที่ธาตุทั้งสี่ ธาตุทั้งสอง ธาตนะโมขอคุณบิดามารดา ที่ให้จิตเรามอาศัย
จิตนิ่งนั้น . ไม่นึกคิดอะไร นึกคิด มันก็ไม่นิ่ง .
เรื่องราวต่างๆ ในชีวิตที่ มีสิ่งปรุงแต่ง เนื่องด้วยวิญญาณทั้งหก ไปเก็บ ไปบันทึก ที่ว่า ตาบันทึก หูบันทึกเสียง สัมผัสรับรู้ ตารับภาพ หูรับเสียง ส่งเป็นคลื่น ยิงที่สมอง สมองส่งต่อไปที่จิต จิตส่งต่อไปที่ธาตุทั้งสี่ ที่ธาตทั้งสี่ ก็มีการบันทึก จดจำ มีการส่ง.เป็นคลื่น เป็นอารมณ์ขึ้นมาที่จิต จิตส่งไปให้ที่สมอง เป็นอารมณ์นึกคิดปรุงแต่งการปกคลุมกาย มีการเปลี่ยนของขันติห้า ตาม อารมณ์ที่ไหลออกมาจากธาตุทั้งสี่
เรื่องราวอย่างนี้ ต้องอาศัย จิตเป็นสมาธิ กายนิ่ง จิตนิ่งได้ เรียนรู้ขึ้นมา ต้องมีความขันติของงจิต กายต้องเป็นกายบุญ จึงจะเรียนรู้ได้ แล้วก็ต้องมีกายขยับขยายจิตน้อยๆให้กว้างขวาง โตขึ้นมา ด้วยคำว่า บุญกุศลบารมี ที่จะช่วยให้จิต .เห็นอารมณ์นึกคิด นั้นเป็นตัวกรรมที่ยิ่งใหญ่ นำพาจิต ให้จมอยู่กับอารมณ์นึกคิดที่เป็นทุกข์ ยึดอารมณ์นึกคิด นำกายพ่อแม่ที่ให้จิตเราอาศัยอยู่ นำกายพ่อแม่นี้ไปสร้างกรรม.สร้างทุกข์ให้แก่จิตของตัวเอง ไม่มีใครทำให้ เราทำมันเอง .สร้างกรรมเอง เราก็ต้องรับกรรมเอง .
ฉะนั้น .กรรมที่เกิดขึ้น เมื่อเรามีสติสัมปชัญญะ รู้จักกรรม เราก็นำกายเข้าหาธรรม สร้างกายกรรม ให้เป็นกายบุญ ที่เค้า มีสติสัมปชัญญะ รู้จักธรรม ก็สร้างบุญกุศลบารมี หนีเวรกรรม ที่เป็นเรื่องราว ของจิต จิตที่มาอาศัยกายนี้ ต้องแก้ไข ด้วยจิตของตนเอง ใครก็ช่วยไม่ได้
สิ่งที่ไหลออกมาจากธาตุทั้งสี่ที่ประกอบเรือนกายให้จิต น้อยๆอาศัย ก็ทำให้จิตน้อย ๆ ถูกดูด ไปยึด เข้าไปในสิ่งที่เรียกว่า อารมณ์กรรม อารมณ์ที่เกิดขึ้น ก็ไปดึงสิ่งที่เรียกว่า ตัวกระทำเกิดขึ้น จิตก็ไปยึดตัวกระทำ ตัวพอใจไม่พอใจ อารมณ์ทุกข์ขัง ทีเป็นอดีต สะสมเก็บไว้ .สิ่งต่างๆในที่มีกาย ที่ใช้กาย มีกายวาจาใจ ใช้ทำอะไร . ไม่ได้สูญหายไปไหน บันทึกเก็บสะสมอยู่ที่ธาตุทั้งสี่ ที่เก็บเป็นสี สีดำ สีม่วง สีต่างๆ มากมาย
เวลาที่มีปัญหา ในใจ . เราเลือก เข้าไปหาสถานที่ . ที่เค้ามีการประพฤติปฏิบัติธรรม มีกการทำบุญทำทาน ที่มีเรื่องราว คำว่า แสงสีรัตนะ ในสถานที่นั้น เราไป อาศัย การกราบพระสวดมนต์ สร้างบุญ กระจายบุญกุศล นำกายมาปฏิบัติธรรม คลี่คลาย อารมณ์กรรม . นั้นออกไป เหมือน สลัด มันทิ้งไป
เรื่องทุกข์ขัง .ไม่เลือกที่จะระบาย ทุกข์ไปทับถมจิตของผู้ที่เรารู้จัก . ผู้ที่เรานับถือ .เราเลือก เอาสิ่งเหล่านั้น ทิ้งไปที่ว่า คัดเอ้าท์กรรม ออกไปจากจิต . คัดเอ้าท์อารมณ์กรรมออกไปจากกาย .ที่มีอารมณ์โลภโกรธหลง ห้อมล้อมจิต เหมือนวงกลมดำๆ ครอบศีรษะ
เดี๋ยวมันก็ยากที่จะหาสถานที่ สร้างบุญกุศล เพราะวัดวาอาราม เต็มไปด้วยอารมณ์ ด้วยสีดำๆ ร่องรอยอยู่ในอากาศ คาถาอาคม เจ้าพ่อเจ้าแม่ ที่เค้า ท่องคาถา ไปเรียกเปรตอสุรกายมาอยู่ด้วย จิตที่มีบุญกุศลบารมี เค้าก็ถอยนี้ไป วัดวาอารามก็เปลี่ยนแปลงไป ด้วยคำที่มาอาศัยวัด นำเข้ามา ด้วยทิฐิ ความคิดเห็นในตัวตน มาทำให้สถานที่ เต้าสร้างบุญกุศล กลับกลายเป็นสถานที สร้างเวรกรรม นำพาไปเสิ้นทาง ลงอบายภูมิ.
เรื่องราวเหล่านี้ จึงไม่กล้า ที่จะแนะนำใคร ว่า เข้าวัด จะได้บุญกุศล มีผู้ที่มาครองผ้ากาสาวพัสตร์ . มาดำรงตนว่า เป็นผู้ครองในศาสนา จะเป็นผู้ประพฤติปฏิบัติธรรม แต่กลับ เอาสิ่งที่ตนไปจอมาครอง .มาทำมาหากิน เอาศาสนามาค้าขายทำมาหากิน .ดินฟ้าอากาศ เค้า.ก็ว่า .เอาศาสนาพระพุทธเจ้า มาทำมาหากิน เยี่ยงอย่างเดรัจฉาน . มีนรก ไปที่ทางให้จิตนั่น .ไปอาศัยเมื่อไม่มีกาย
เรื่องราวหนึ่ง ..เวลา เข้าวัด เจอคำให้พร ..ขอให้รวยๆ เราก็หลบ อยู่นิ่งๆ ไม่ยกมือ สาธุ หรอก .แหม..จะให้เราสร้างกรรม ให้มากขึ้นหรืองัย เงินทองมันลิยมาได้หรืองัย . มันต้องออกแรงไปหามา .เหนื่อย อยู่กับการหา .เงินทอง คราวนี้ .เวลาทำบุญอุทิศบุญกุศล จะส่งให่เจ้ากรรมนายเวร ผู้ที่มีกาย .มันก็ไม่เกิดเป็น อุทิใก่ญาติพี่น้องพ่อแม่ ก็ไม่เกิดเป็นบุญ เกิดจึ้นมาได้เลย การทำบุญก็ควรเรียนรู้จัก ว่าทำอย่างไรจะเกิดบุญ .
มีเจ้าที่ ที่วัด .เรามีการคุยกันว่า ที่วัดมีคนมาทำบุญทำทาน ..เจ้าที่เค้าได้รับบุญมั้ย .พอเราทำบุญ ส่งให้ .เต้าที่ก็บอกว่า ดีใจจังๆ มีคนนึกถึงเราด้วย . ท่านก็บอกว่า ที่เค้ามาทำบุญ เค้าไม่ได้ พูดบอกให้ .ไปหยิบของเค้าไม่ได้ .ได้แต่กลิ่น แต่ไม่ได้กิน
. แล้วบางที คนเค้าทำบุญ ส่งบุญ ไปให้ ..คนทำบุญ แค่พูดว่า ขอให้ข้าพเจ้าร่ำรวย . เท่านั้นแหละ ของที่ลอยไปก็ย้อนกลับมาหาคนทำบุญ เค้าเรียกว่า จะให้เค้า ให้ไม่จริง เหแก่ตัว ยิ่งเป็นเจ้ากรรมนายเวร เค้าก็ยิ่ง โมโหหิว เอาของไปล่อ .แล้วถึงกลับมากินเอง เหมือนเรายื่นอาหารให้สุนัข. จะถึงปากมันแล้ว เราถึงกลับมาดินเอง . ขอ.ให้รวย .รวยเวรกรรม .ชีวิตก็ คนมีกรรม ไม่เอาบุญมาช่วย .มันก็ต้องมีอุปสรรค เป็นธรรมดาของกรรม .ที่ว่า สุขทุกข์ในผโลกธรรม
เรื่องราวสถานที่ เราก็เเลือกไปสถานที่ ที่เค้าสร้างวัด ถวายพระพุทธเจ้า มีการประพฤติปฏิบัติธรรม ตามอย ที้งสี่ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยืนเดินนั่งนอน ภาวนาพุทโธ .สองคำ ไม่มีคาถาอาคม ไปเรียกร้องคนตายมาอยูด้วย เรื่องอย่างนี้ มันเสี่ยงทาย . ที่ว่า เข้าวัด ไปสร้างบุญกุศล หรือ ไปเพิ่มพูนกรรม ให้มากขึ้น
เรามา สร้างบุญกุศล บำรุง ศาสานาขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทีมีรอยคำสอนของท่าน ชช่วยเหลือจิิต ให้เดินทาง บรรเท่าทุกข์ของจิต ที่ว่า ทางสายเอก .นำพาจิตให้พ้นทุกข์ .ผ้ากาสาวพัสตร์ ที่พระพุทธเจ้าประทานให้ นั้นเป็นเครื่องหมายของธรรม ธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
. เวลาทำบุญ เราทำกับเครื่องของธรรม น้อมถวายพระพุทธเจ้าเจ้า บำรุงศาสนาขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำกายนิ่งจิตนิ่ง . ยกของด้วมือพ่อแม่ ตามมองที่มือ จับจ้องที่มือ มองดู มือที่หนิบของใส่บาตร จิตท่องพุทโธๆ . ก็มีแสงสีของธรรม ส่องลงมาที่เครื่องหมายธรรม เกิดแสงสีเหลือง เป็นบุญ แสงของเกิดขึ้น
.เมื่อใส่บาตรกสาถุ ยอกตนเอง ให้กายบิดามารดาอนุโมทนา เรื่องราวการทำบุญ นั้น ต้องทำให้เป็น ซทำแล้ว ให้เกิดเป็นบุญ เกิดแสงสีของบุญกุศลเกิดขึ้น ควรทำให้เป็น ไม่ใช่อุตส่าห์หาเงินทองเหน็ดเหนื่อย แบ่งปันมาสร้างบุญกุศล กลับไม่เกิดเป็นบุญ กลับกายเพิ่มพูนกรรม . .
มีพระท่านบอกว่า เห็นนักบวของค์ไหนทำไม่ดี เอาปูนป้ายหัวไปเลย . ทำกายนิ่งๆ ระลึกคุณบิดามารดา .น้อมถวายพระพุทธเจ้า ของที่ใส่ นั้นเป็นของพระพุทธเจ้า . ผู้ใดมาครองผ้ากาสาวพัสตร์ ไม่สวเมนต์ ไม่ปฏิบัติธรรม .ไม่รู้จักกระจายบุญกุศล . สิ่งที่ เค้าถวาย พระพุทธะเต้า บำรุงศาสนานพระพุทธเจ้า เจ้าย้อนกลับ เป็นเปลวไฟเผาผลาญจิต ลงนรกอบายภูมิ .ก็ไปสังเกตดูได้
.นักบวข . สร้างกรรม .บ้างก็เอาเรื่องราว ไสยศาสตร์ กระทำมายา ทำให้คนเค้าหลงเชื่อ หลงใหล บ้างปลุกเสก ท่องคาถาอาคม ทำตะกรุดผ้ายันต์ ว่่าอิทธิฤทธิ์อิทธิเดช ไปเอาผีมาอยู่ด้วย . ให้คนเค้าตกต่ำ . ขัดขวางคนใม่ให้รู้จัก บุญกรรม ธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า .
นั้นกเรื่องราวที่ว่า นักบวข . ไม่เดินทางรอยคำสอน ไม่ปฏิบัติธรรม ตามคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า . บ้างก็ท่องตำราได้ จำแม่น แต่ประพฤติปฏิบัติธรรม ภาวนาไม่ได้เลย มองเข้าไปที่จิต มีแต่สีดำๆ สีเวรกรรม . ไม่มีราศรี . จิตดวงนั้นมีแต่กรรม . บุญกุศลไม่มีเลยสำคัญผิดในตัวตน เกจิอาจารย์ ท่องบ่นคาถาอาคม สร้างกรรม ให้คนอื่นเค้าเดือดร้อน .
โฆษณา