Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ธเนศเล่าขาน "ทานทางปัญญา"
•
ติดตาม
12 ก.ย. เวลา 12:37 • การศึกษา
ศาสตราจารย์ ดร. แถบ นีละนิธิ (พ.ศ 2450 -2523) : บิดาแห่งวิชาเคมีในประเทศไทย
ศาสตราจารย์ ดร. แถบ นีละนิธิ เกิดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ 2450 ที่บ้านถนนราชดำเนินกลางจังหวัดพระนคร เป็นบุตรของพระราชสุภาวดี (สิน นีละนิธิ) และนางราชสุภาวดี (นวล นีละนิธิ)
ศาสตราจารย์แถบ เป็นผู้ที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด และรักการเรียนมาตั้งแต่เด็ก เริ่มเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนวัดสุทัศน์ จบชั้นประโยคประถมศึกษา แล้วศึกษาต่อที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จบชั้นมัธยมปีที่ 8 ในพ.ศ 2466 แล้วสอบชิงทุนเล่าเรียนหลวงได้ไปศึกษาที่วิทยาลัยของเทศบาลนครปอร์ตสมัธ (Portsmouth Municipal College) ประเทศอังกฤษ เรียนทางสาขาวิทยาศาสตร์
เรียนอยู่ 2 ปี ก็ได้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล (Liverpool University) เรียน 3 ปีสอบได้ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต ทางเคมีชั้นสูง (
B.Sc
. Higher Standard Chemistry) ต่อจากนั้น ก็ศึกษาเพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัยเดิมอีก 1 ปี ได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับ 1 ทางเคมี (
B.Sc
. 1 St. Class Honours Chemistry)
ผู้ดูแลนักเรียนไทยในอังกฤษ ได้บันทึกสรรเสริญไว้ในรายงานการศึกษาของท่าน ในพ.ศ 2473 ว่า
"This brilliant achievement was a fitting reward for his conscientious hard work"
เนื่องจากท่านมีผลการเรียนดีเยี่ยม จึงได้รับทุนมูลนิธิรอคกีเฟลเลอร์ (Rockefeller Foundation Fellowship) จากประเทศอังกฤษ ให้ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล (Cornell University) ประเทศสหรัฐอเมริกา ศึกษาอยู่ 1 ปีได้ปริญญามหาบัณฑิต (M.S.) แล้วศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเดียวกันอีก 2 ปี ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิต(Ph.D.) วิทยาศาสตร์ทางเคมี เมื่อพ.ศ 2476
ศาสตราจารย์แถบ เริ่มเข้ารับราชการในตำแหน่งอาจารย์โท คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพ.ศ 2476 สอนวิชาเคมี พ.ศ 2478 ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าแผนกวิชาเคมี พ.ศ 2480 เลื่อนเป็นข้าราชการชั้นเอก พ.ศ 2492 เลื่อนเป็นข้าราชการชั้นพิเศษ และอีก 3 เดือนต่อมา ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นศาสตราจารย์ พ.ศ 2493 ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ และเกษียณอายุราชการในพ.ศ 2510
หลังเกษียณอายุราชการ ท่านยังทำหน้าที่ต่างๆในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เช่น เป็นกรรมการที่ปรึกษาคณะวิทยาศาสตร์ เป็นคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย เป็น คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ หัวหน้าแผนกวิชาธรณีวิทยา หัวหน้าแผนกวิชาชีววิทยา เป็นอธิการบดี เป็นนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (3 วาระ) เป็นผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เป็นประธานกรรมการบริหารมูลนิธิศาสตราจารย์ ดร. แถบ นีละนิธิ เป็นต้น
ผลงานสำคัญของศาสตราจารย์แถบ เกี่ยวกับการขยายงานในคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มี 3 เรื่องคือ การจัดหลักสูตรปริญญาตรี วิทยาศาสตร์เคมี การจัดตั้งแผนกวิชาเคมีเทคนิค และการจัดตั้งแผนกวิชาธรณีวิทยา
ในสมัยก่อน แผนกวิทยาศาสตร์ มีสอนอยู่ 3 วิชาคือ ภาษาละติน เคมี และชีววิทยา การเรียนเคมีในสมัยแรกๆคือในสมัยที่ครูคาตไรท์เป็นผู้สอน นักเรียนจะเรียนแบบท่องสวดมนต์ คือไม่มีการทดลอง เพราะไม่มีห้องทดลอง ครูสอนอย่างไรก็จดไว้แล้วท่องจำให้ได้ ในปีต่อมาสมัยครูกิมบี๊ ประนิช (พระยาประสาทธาตุการ) เป็นผู้สอนวิชานี้ ได้จัดทำโต๊ะทดลองขึ้น แต่นักเรียนไม่ได้ทดลองเอง หลายๆสัปดาห์ครูจึงจะทดลองให้ดูสักครั้ง
ก่อนที่ศาสตราจารย์แถบจะเข้ามาสอนในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การสอนวิชาเคมี มีอยู่ในระดับประกาศนียบัตรวิทยาศาสตร์ ซึ่งใช้เวลาศึกษา 2 ปี และมีผู้จบไปแล้วเพียง 5 คนเท่านั้น งานหลักของแผนกเคมีเวลานั้นคือ สอนเคมีให้แก่นิสิตเตรียมแพทย์มีหัวหน้าแผนกเป็นชาวเยอรมัน ชื่อ ศาสตราจารย์ ดร.แอริค คนอปฟ์ ซึ่งมูลนิธิรอคกี้เฟลเลอร์ส่งมาช่วยสอนนักเรียนเตรียมแพทย์
ศาสตราจารย์แถบเป็นคนไทยคนแรก ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก วิทยาศาสตร์ทางเคมี จึงได้รับมอบหมายให้จัดทำหลักสูตรปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ทางเคมีขึ้น หลักสูตรนี้เริ่มใช้สอนในพ.ศ 2477 เป็นการเพิ่มชั้นเรียนปีที่ 3 และ 4 ต่อจากระดับประกาศนียบัตรที่ใช้ศึกษา 2 ปี ในปีแรกท่านต้องรับหน้าที่สอนวิชาในปีที่ 3 ทุกวิชา รวมทั้งคุมห้องปฏิบัติการด้วย
พ.ศ 2479 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าแผนกวิชาเคมี สืบแทนศาสตราจารย์คนอปฟ์ นิสิตรุ่นแรกที่ได้รับปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ทางเคมี เมื่อพ.ศ 2478 ตามหลักสูตรที่ท่านได้จัดทำขึ้น มีจำนวน 2 คน คือ ศาสตราจารย์ ดร.ประดิษฐ์ เชี่ยวสกุล กับนายซับบุนนาค
การจัดตั้งแผนกวิชาเคมีเทคนิคนั้น ถือกำเนิดขึ้นมาในคณะวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่พ.ศ 2502 ระหว่างที่ศาสตราจารย์แถบดำรงตำแหน่งคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ และเป็นรองอธิการบดี เพื่อให้ทำหน้าที่ สอนและวิจัยในวิชาการต่างๆที่ใช้เคมีเป็นพื้นฐาน
ศาสตราจารย์แถบ เล็งเห็นความสำคัญของวิชาเคมีเทคนิค ที่จะเป็นพื้นฐานสำหรับนำไปประยุกต์ในงานอุตสาหกรรม ซึ่งนับวันจะมีความสำคัญมากขึ้นในประเทศไทย ท่านจึงได้เตรียมการจัดส่งอาจารย์เคมีหลายคนออกไปศึกษาวิชาเหล่านี้ในต่างประเทศ แล้วกลับมาสอนและวิจัยวิชาการกลุ่มนี้ เพื่อแยกตัวออกจากวิชาเคมีในเวลาต่อมา
ระยะแรกของการตั้งแผนกวิชาเคมีเทคนิคนั้น ท่านต้องใช้ความพยายามและดำเนินการด้วยความยากลำบาก เพราะขาดทั้งอาจารย์ สถานที่ และอุปกรณ์การสอน แต่ท่านก็สามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆให้ผ่านพ้นไปได้ จนแผนกนี้สามารถแยกตัวออกมาดำเนินการเป็นเอกเทศจากแผนกวิชาเคมีในปีการศึกษา 2507 โดยมีสถานที่และอุปกรณ์การสอนของตัวเอง
ส่วนการจัดตั้งแผนกวิชาธรณีวิทยา ในพ.ศ 2502 นั้น เป็นเวลาเดียวกันกับการจัดตั้งแผนกวิชาเคมีเทคนิค ท่านเป็นผู้วางนโยบายอันเฉียบแหลม เพื่อส่งเสริมคณะวิทยาศาสตร์ให้เจริญก้าวหน้า สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ
ท่านเคยเขียนเรื่องนี้ไว้ตอนหนึ่งว่า
"ธรณีวิทยา เป็นวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์แขนงหนึ่ง ในสาขาวิทยาศาสตร์มูลฐาน มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวิทยาศาสตร์มูลฐานอื่นๆ เช่น ฟิสิกส์ เคมี พฤกษศาสตร์ สัตววิทยา หรือคณิตศาสตร์ การศึกษาและวิจัยในวิชานี้ในมหาวิทยาลัย
นอกจากจะเป็นการขยายวิชาความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นผลให้ได้บัณฑิตทางธรณีวิทยา ผู้ซึ่งจะออกไปสำรวจแร่ธาตุว่ามีอะไรบ้าง อยู่ที่ไหน และมีมากน้อยเพียงใด ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชาธรณีวิทยา อันจะเป็นการเพิ่มพูนทรัพยากร และช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของชาติได้อย่างดี"
ศาสตราจารย์แถบ เป็นผู้นำสำคัญในการจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัย ที่สามารถเปิดสอนขั้นปริญญามหาบัณฑิต บัณฑิตรุ่นแรกที่จบ คือ ศาสตราจารย์ ดร. สุขุม ศรีธัญญรัตน์ แขนงวิชาฟิสิกส์
พ.ศ 2504 เป็นต้นมา มีภาควิชาที่เปิดสอนขั้นบัณฑิตศึกษา รวม 16 ภาควิชา ต่อมาบัณฑิตวิทยาลัยได้เปิดหลักสูตรปริญญาดุษฎีบัณฑิต 3 สาขาวิชา
นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้นำในการก่อตั้ง หน่วยคอมพิวเตอร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระยะแรก มี 2 สายคือ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และ สถาบันบริการคอมพิวเตอร์
ในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์แถบ มีผู้เขียนสดุดีถึงคุณลักษณะอันดีเด่นของท่านไว้หลายประการคือ
1. ความปรีชาสามารถ เสริมด้วยความมานะพากเพียร 2) การแสวงหาประสบการณ์ 3) ความสุขุมคัมภีรภาพ 4) ความโอบอ้อมอารี 5) การมีความทรงจำดีเป็นพิเศษ 6) การตั้งใจในการปฏิบัติงาน 7) การมีสมถะ 8) การเป็นนักบริหาร 9) ความซื่อตรง และ 10) ความเป็นผู้มีมารยาทงดงาม โดยแต่ละคุณลักษณะได้มีการอธิบายรายละเอียดไว้อย่างชัดเจน
ด้วยคุณงามความดีนานัปการของศาสตราจารย์แถบ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงมีมติมอบปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้เป็นเกียรติ และเมื่อท่านเกษียณอายุราชการแล้วก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์อุปการคุณด้วย
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ท่านได้รับพระราชทานคือ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก และ ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
ศาสตราจารย์แถบ สมรสกับนางสาวสุคนธ์ ศยามานนท์ (ธิดาพระยามหินทรเดชานุวัฒน์ และคุณหญิงชั้นศยามานนท์) โดยไม่มีทายาทสืบตระกูล
ศาสตราจารย์ ดร.แถบ นีละนิธิ ถึงแต่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ 2523 สิริรวมอายุได้ 73 ปี 1 เดือนกับ 9 วัน
ธเนศ ขำเกิด สรุป เรียบเรียง
cr. ภาพและข้อมูล จากหนังสือประวัติครู ของคุรุสภา 16 มกราคม 2525 ศาสตราจารย์ ดร. ประดิษฐ์
เชี่ยวสกุล เรียบเรียง
ประวัติศาสตร์
การศึกษา
บุคคลสำคัญ
1 บันทึก
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย