Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
p
peace maker
•
ติดตาม
13 ก.ย. เวลา 02:11 • ข่าว
วิเคราะห์สถานการณ์การพูดคุยสันติสุขไทย-BRN จากข่าวล่าสุด (ก.ย. 2569)
1. สาระสำคัญของสัญญาณทั้งสองฝ่าย
ฝ่ายไทย (นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์) ส่งสัญญาณชัดว่า
• การพูดคุยยังไม่ตาย แต่ต้อง “เริ่มใหม่” หลังเหตุบูเก๊ะซามี (22 ก.ค.) ที่ถือว่าเกินขอบเขตที่ยอมรับได้
• หัวข้อหลักรอบใหม่จะไม่ใช่การลดความรุนแรงเพียงอย่างเดียว แต่เน้น “ออกแบบการบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกัน” ซึ่งเป็นภาษาทางการเมืองที่เปิดช่องให้พูดเรื่องอำนาจท้องถิ่นโดยไม่ใช้คำว่า “ปกครองตนเอง” หรือ “เอกราช“
ฝ่าย BRN (ผ่านดร.นิมะตุลละห์) ตอบรับในทิศทางที่ “ลดเพดาน” อย่างมีนัยสำคัญ
• ยอมรับว่าจะพูดคุยเรื่องรูปแบบการปกครองที่เหมาะสม
• มองเหตุการณ์ 22 ส.ค. ว่าเป็น “อารยะขัดขืน” ของประชาชน (ไม่ใช่แค่ปฏิบัติการทางทหาร)
• ย้ำว่าต้องการยุติความรุนแรงผ่านการเมือง และอยากให้กระบวนการนี้เป็นวาระแห่งชาติ รวมถึงรับฟังเสียงคนพุทธ
ทั้งสองฝ่ายจึงกำลัง “ปรับภาษา” ให้ใกล้กันมากขึ้น: ไทยหลีกเลี่ยงคำที่อ่อนไหว ขณะที่ BRN ลดการยึดติดกับเอกราชแบบเต็มรูป
2. จุดแข็งและโอกาส
• จังหวะเวลาดีขึ้น: หลังจากเหตุรุนแรงสองระลอก (ก.ค. และ ส.ค.) ทั้งสองฝ่ายต่างรู้ว่าการปราบปรามอย่างเดียวหรือการก่อเหตุต่อเนื่องไม่ได้ผลระยะยาว การเปิดโต๊ะใหม่จึงเป็นทางออกที่ทั้งสองฝ่ายต้องการเพื่อรักษา
ความชอบธรรม
• หัวข้อใหม่ที่เป็นรูปธรรม: การออกแบบ “การบริหารจัดการพื้นที่ร่วม” เปิดช่องให้คุยเรื่องอำนาจท้องถิ่น การศึกษา ศาสนา เศรษฐกิจ และความมั่นคงในระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชุมชนในพื้นที่เรียกร้องมานาน
• การเปิดกว้างมากขึ้น: BRN กล่าวถึงการรับฟังคนพุทธและทำให้เป็นวาระแห่งชาติ แสดงถึงความพยายามสร้างฐานสนับสนุนที่กว้างขึ้น ขณะที่ฝ่ายไทยก็พูดถึงการฟังเสียงทุกกลุ่มในพื้นที่
3. จุดอ่อนและความเสี่ยงสูง
• ปัญหาความน่าเชื่อถือ: ฝ่ายไทยยังสงสัยว่าเหตุรุนแรงเกิดขึ้นระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่ “เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง” หรือไม่ ขณะที่ฝ่าย BRN มองว่าความรุนแรงเป็นผลจากความล่าช้าและความไม่จริงใจของรัฐ
• โครงสร้างอำนาจภายใน: ทั้งสองฝ่ายมีกลุ่มแข็งกร้าวภายใน BRN มีนักรบในพื้นที่ที่อาจไม่เห็นด้วยกับการลดเพดาน ฝ่ายไทยก็มีเสียงอนุรักษ์นิยมที่กังวลเรื่องการแบ่งแยกดินแดน
• บทบาทมาเลเซีย: การเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวกทำให้เกิดสุญญากาศชั่วคราว หากมาเลเซียไม่รีบจัดวางบทบาทใหม่ กระบวนการอาจชะลออีก
• ช่องว่างระหว่างโต๊ะพูดคุยกับพื้นที่จริง: แม้จะคุยกันดีบนโต๊ะ แต่หากยังเกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่อง ความเชื่อมั่นของประชาชนจะถูกกัดกร่อนอย่างรวดเร็ว
4. มุมมองเชิงยุทธศาสตร์
สถานการณ์นี้คล้ายกับหลายรอบที่ผ่านมาในรอบ 13 ปีของการพูดคุย:
มีช่วง “เปิด” หลังเกิดเหตุรุนแรงหนัก → ทั้งสองฝ่ายปรับท่าที → แล้วสะดุดอีกครั้งเมื่อเกิดเหตุใหม่หรือเมื่อเข้าใกล้ประเด็นอ่อนไหว
สิ่งที่ต่างจากรอบก่อนคือ
• ฝ่ายไทยใช้ภาษาที่เปิดกว้างกว่าเดิม (“ออกแบบร่วม”)
• ฝ่าย BRN ยอมลดเพดานเอกราชอย่างเปิดเผยมากขึ้น
หากทั้งสองฝ่ายสามารถรักษา “โมเมนตัม” นี้ไว้ได้ โดยมีกลไกติดตามความรุนแรงที่ชัดเจน และเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมจริง โอกาสที่จะก้าวไปสู่กรอบข้อตกลงเบื้องต้นจะสูงขึ้น
แต่หากเหตุรุนแรงยังเกิดขึ้นเป็นระยะโดยไม่มีคำอธิบายที่น่าเชื่อถือ หรือหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถอยกลับไปใช้ภาษาแข็งกร้าว การพูดคุยรอบนี้อาจกลายเป็นเพียง “การพูดคุยเพื่อการพูดคุย” อีกครั้งหนึ่ง
สรุป
ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังยืนอยู่บนจุดสมดุลที่เปราะบาง ฝ่ายไทยต้องการความสงบก่อนพูดคุยลึก ฝ่าย BRN ต้องการความคืบหน้าทางการเมืองเพื่อหยุดความรุนแรง หัวข้อ “ออกแบบการบริหารจัดการพื้นที่ร่วม” เป็นสะพานที่ทั้งสองฝ่ายพอจะเดินได้ แต่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถสร้างกลไกที่ทำให้ประชาชนในพื้นที่รู้สึกว่ามีส่วนร่วมและเห็นผลจริงหรือไม่
ข่าว
การเมือง
ข่าวรอบโลก
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย