13 ก.ย. เวลา 06:46 • ความคิดเห็น
บ้านปิ่นเกล้า
อดีตที่ผ่านมาเราไปแก้อดีตไม่ได้ ก็ต้องอยู่กับปัจจุบัน ใช้กายนี้ ทำอะไร .
ให้อภัยตัวเองให้เป็น
ฉันเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน ต้องต่อสู้ หาปัจจัยมาเลี้ยงครอบครัว ยากลำบาก ไปล่าสัตว์ จีบปลา .ฆ่าวัวควาย ฉันต้องดิ้นรน หาปัจจุบันมาเลี้ยงครอบครัว วันหนึ่ง มีพระเดินมาบอกว่า ไปกับฉัน .ทิ้งงานไว้ ท่านก็ตามพระมา พอใกล้ถคงวัด พระที่มาชวนนั่นหายไป แล้วท่านก็มาบวช ท่านก็ถามตัวเองว่า ท่านสร้างกรรมมาเยอะ จะปฏิบัติได้หรือ
ท่านยืนปฏิบัติ ชอบยืนสมาธิ ยืนครั้งหนึ่ง หกโมงเย็นไปออกเอาเที่ยงคืน บางครั้งก็ยืนไปถึงสิบชั่วโมง ขณะที่ยืนปฏิบัติธรรม บางที่ก็ร้องเป็นวัวควายถูกเชือด ใครมาเห็นก็ว่า คงสร้างกรรมมาก .บ้างก็ติเตียนท่าน
ท่านเล่าว่า ที่ร่างกายมันร้อง จิตฉัน ก็อยู่เนิ่งๆ ดู .กายส่งเสียงร้อง มันร้องมาจาดอะไร อะไรทำให้ร้อง เป็นเสียงนั้น ท่านก็ทำจิตทำใจเรียนรู้ ไปจนถึง เรื่องราวของกรรม เรื่องอารมณ์กรรมตัวกระทำ ที่อยู่กับธาตุทั้งสี่ ท่านก็บอกว่า ที่ฉันไปทำเค้า เพราะ็เคยทำฉันมา จิตทุกดวง ที่คล้องกรรม เป็นเจ้ากรรมนายเวร ท่านก็ส่งไปเกิดในสถานที่ที่ดี
เรา้ค้าเรื่องราวพระองค์ุลีมาร ว่า ท่านฆ่าคนมามาดมาย ทำไทถึงบรรลุธรรมได้ สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ท่านก็บอกวา พอที่ท่านฆ่า ก็เคนฆ่า ทำร้ายท่านมาก่อน พอรู้ว่า พระองคุลีมาร ที่สะสมบุญบารมีมาก จะมาเกิดเป็นชาติสุดท้าย เจ้ากรรมนายเวร ที่เคยทำร้ายท่าน ก็รีบมาเกิด ให้ท่าฆ่าบ้าง ด้วยบุญบารมีขิงพระองคุลีมาร ที่สะสมมาจนชาติสุดท้าย ก็ส่งจิต ที่เป็นเคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมา ไปสู่สถานที่ดีๆ ปิดบัญชีกรรม ที่ติดอยู่กับธาตุสี่ หมดหนี้ ที่จะทวงเวรกรรม ชดใช้กรรม
มีพระท่านบอกว่า เราต้องรู้จักให้อภัยตนเอง ไม่ไปโทษตนเอง นั่นเป็นเรื่องราวที่มีกรรม ยึดติดกับโลก เมื่อเราเข้ามาหาธรรม เราก็ทำกรรมนั่น ให้เกิดเป็นอโหสิกรรม ปิดบัญชีกรรมไป มันมีหลายบัญชี ก็ค่ิอยๆปิดไป
โฆษณา