Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Wayo panapai
•
ติดตาม
15 ก.ย. เวลา 05:30 • นิยาย เรื่องสั้น
ทหารศึก
แสงแดดยามเย็นอัสดงฉายส่องผ่านช่องลมเก่าๆ เข้ามาปะทะกับละอองฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศ ละอองแสงเหล่านั้นตกกระทบลงบนกระจกกรอบรูปที่บิดเบี้ยวไปตามกาลเวลา เหรียญตรา ปีก และอาร์มต่าง ๆ ที่แสดงถึงความกล้าหาญ ซึ่งแลกมาด้วยการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงยังคงติดแน่นอยู่บนผืนผ้ากำมะหยี่สีแดงหมองคล้ำ
ประกาศนียบัตรหลายใบถูกใส่กรอบแขวนไว้ตามมุมบ้านที่เริ่มเก่าคล่ำคร่า แขวนระเกะระกะไว้ตามฝาไม้ที่เริ่มผุกร่อนและโดนปลวกกัดเซาะไปตามกาลเวลา
เมื่อใดก็ตามที่ อำนวย ช่วยชาติ ชายวัยใกล้เกษียณ ยืนนิ่งอยู่หน้าฝาผนังแผ่นนั้น เขามักจะใช้มือขวาอันหยาบกร้านเอื้อมไปลูบแผ่นกระจกเบาๆ ขาซ้ายเทียมตั้งแต่ใต้เข่าลงมาส่งเสียง "กึก...กึก" ยามที่เขาทิ้งน้ำหนักตัวเพื่อทรงกาย เขายืนชื่นชมผลงานและร่องรอยแห่งเกียรติยศของเขาวันแล้ววันเล่าโดยไม่รู้จักเบื่อ
ความรู้สึกฮึกเหิม ร้อนผ่าวในอกพุ่งพล่านขึ้นมาทุกครั้ง โดยเฉพาะ ประกาศเกียรติบัตรทหารผ่านศึก ที่เขาชื่นชมมันเป็นพิเศษ เขายิ้มให้กับตัวเองด้วยความภาคภูมิใจในทุกๆ เช้าและเย็น แม้ว่าลึกลงไปในอกข้างซ้าย หัวใจของเขาจะยังคงบอบช้ำและชอกช้ำอยู่เสมอก็ตาม
อำนวยค่อยๆ หลับตาลงอย่างช้าๆ หายใจเข้าลึกเพื่อย้อนเวลากลับไปในอดีต... ภาพความทรงจำอันเด่นชัดฉายซ้ำเหมือนภาพยนตร์เรื่องเดิม
ในวัยหนุ่ม อำนวยคือชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ ไหล่ผาย ผิวเข้มจากการตากแดดตากลม เขารับราชการทหารในตำแหน่งผู้บังคับหมู่ (ผบ.หมู่) ของหน่วยกำลังรบเคลื่อนที่เร็ว ผ่านการเคี่ยวกรำฝึกยุทธวิธีและการรบมาอย่างโชกโชน จิตวิญญาณในตอนนั้นมีเพียงสิ่งเดียวคือการปกป้องผืนแผ่นดินไทยเอาไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้มีที่อยู่อาศัยอย่างสงบสุข ในช่วงเวลานั้น ชีวิตของเขาสมบูรณ์แบบ เขามีภรรยาที่น่ารัก นุ่มนวล และแสนดีชื่อ ปราณี แม้จะยังไม่มีลูกด้วยกัน แต่บ้านหลังเล็กๆ หลังนี้ก็เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่น
จนกระทั่งวันนั้นมาถึง... วันที่ภารกิจด่วนเรียกตัวเขาไปยังพื้นที่ชายแดนใต้ เสียงปืนนัดแรกดังขึ้นท่ามกลางป่าทึบ กลิ่นดินปืนและควันพิษตลบอบอวล อำนวยตะโกนสั่งการลูกหมู่ให้เข้าที่บังคับการยิงอย่างตั้งมั่น แต่ในจังหวะที่เขาก้าวขาเคลื่อนที่เพื่อไปช่วยน้องในหมู่ที่ได้รับบาดเจ็บ เสียง explosion ดังสะเทือนก้องโลก "ตูม!" แรงอัดมหาศาลส่งร่างของเขาลอยกระเด็น สายตาของเขาดับวูบไปพร้อมกับความรู้สึกชาหนิบที่ท่อนขา
เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งในห้องไอซียู อำนวยพบว่าขาซ้ายตั้งแต่ใต้เข่าลงไปของเขาได้สูญสิ้นไปแล้ว เขากลายเป็นคนพิการในชั่วข้ามคืน สำหรับคนที่เคยวิ่งนำหน้าลูกน้อง คนที่เคยแบกเครื่องเครื่องหลังหนักหลายสิบกิโลกรัม การต้องกลายเป็นคนที่ก้าวเดินไม่ได้ด้วยขาตนเองคือฝันร้ายที่กลายเป็นจริง ทหารผู้เกรียงไกรทนรับสภาพความนัยน์ตาเวทนาจากคนรอบข้างไม่ไหว เมื่อไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในสนามรบได้อย่างสมบูรณ์ เขาจึงตัดสินใจก้าวออกจากราชการ ยื่นใบลาออกพร้อมกับรับเหรียญตราและประกาศนียบัตรทหารผ่านศึกกลับมาบ้าน
ทว่า บาดแผลทางกายยังไม่เจ็บปวดเท่าบาดแผลทางใจ สิ่งที่ทำให้เขาเสียความรู้สึกและแตกสลายที่สุด คือวันที่เขากลับมาถึงบ้านพร้อมขาปลอมอันแรก ปราณีมองดูสภาพสามีด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความรักและความหวังที่เคยมีถูกทดแทนด้วยความกลัวและความวิตกกังวล เธอรับไม่ได้ที่จะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับสามีพิการที่ไม่สามารถเป็นเสาหลักได้เหมือนเก่า
ในที่สุดเธอจึงเอ่ยปากขอแยกทาง
อำนวยจ้องมองดวงตาคู่สวยของภรรยาด้วยความกล้ำกลืน แม้หัวใจจะเหมือนถูกมีดโกนกรีดเป็นพันๆ ครั้ง แต่หัวใจของนักรบทำให้เขาสะกดความเจ็บปวดไว้ เขามองหน้าเธอด้วยความเข้าใจและเอ่ยปากตอบตกลงโดยไม่ปฏิเสธหรือรั้งเธอไว้แม้แต่คำเดียว เขาปล่อยให้เธอเดินจากไปพร้อมกับชีวิตใหม่ที่เธอเลือก ทิ้งไว้เพียงชายขาเต๋กับบ้านไม้เก่าๆ และกรอบรูปเกียรติยศ
ปัจจุบัน เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในเวลาตีห้าตรง อำนวยลืมตาขึ้น ลุกขึ้นนั่งบนเตียงไม้สลัก เขาหยิบถุงเท้าหนามาสวมที่ตอขาซ้าย ก่อนจะค่อยๆ สวม "ขาปลอม" เข้าไปอย่างชำนาญ เสียงกลไกล็อกดัง "คลิก" เป็นสัญญาณว่าเขายังคงมีชีวิตและต้องก้าวเดินต่อไป
อำนวยสวมชุดเครื่องแบบพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) สีเข้ม ติดป้ายชื่อลงบนอกเสื้ออย่างตั้งใจ เขายืนส่องกระจกบอร์ดเก่า จัดปกเสื้อให้เรียบร้อยเหมือนเมื่อครั้งยังสวมชุดฝึกทหาร งาน รปภ. ที่หน่วยงานราชการแห่งหนึ่งแม้จะเป็นงานเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม แต่มันคือสิ่งที่เติมเต็มคุณค่าในจิตใจของเขา ทุกๆ เช้า เขาจะไปยืนตรงเคารพธงชาติ ยืดอกขึ้นรับลมรุ่งอรุณ และทำหน้าที่ตรวจตราความปลอดภัยให้กับผู้คนที่เดินทางมาติดต่ออย่างแข็งขัน
"ลุงอำนวย สวัสดีครับ! วันนี้มาเช้าเหมือนเดิมเลยนะ" เสียงเด็กหนุ่มเจ้าหน้าที่ในตึกเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง
อำนวยยิ้มตอบ พยักหน้ารับด้วยกิริยาผ่าเผย "ต้องมาให้ทันเวลาครับ หน้าที่ก็คือหน้าที่"
หลายครั้งที่ผู้คนเดินผ่านไปมาแลเห็นก้าวเดินที่ดุกดิกเล็กน้อยของเขา หรือเห็นรอยยิ้มอย่างจริงใจใต้หมวกหม้อแปลง หลายคนอาจเห็นเพียงชายแก่ขาพิการคนหนึ่งที่ทำงานรับจ้างหาเช้ากินค่ำ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ใต้เสื้อเชิ้ต รปภ. ตัวนั้น คือหัวใจของชายผู้เคยแลกเลือดและเนื้อเพื่อแผ่นดิน
ทุกๆ เย็นเมื่อกลับถึงบ้าน อำนวยจะเดินไปหยุดอยู่หน้าฝาผนังไม้แผ่นเดิมอีกครั้ง เขาจุดธูปบูชาพระ แล้วยืนมองประกาศเกียรติบัตรทหารผ่านศึกที่มีแผ่นทองติดอยู่ตรงมุมกรอบ เขามองดูขาปลอมของตัวเองในกระจกเงา แล้วยิ้มออกมาด้วยความภาคภูมิใจลึกๆ
รอยแผลเป็นบนร่างกายและอดีตอันขมขื่นเรื่องความรัก อาจจะเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนถึงสิ่งที่เขาเสียสละและสูญเสียไป แต่มันไม่อาจทำลายเกียรติแห่งความเป็นทหารในหัวใจของเขาได้เลย เพราะตราบใดที่เขายังมีลมหายใจ เขารู้ดีว่าขาซ้ายที่หายไปนั้น ได้ถูกฝังลึกลงในผืนแผ่นดินทองเพื่อเป็นฐานรองรับความสงบสุขของบ้านเมือง และตราบใดที่ขาปลอมข้างนี้ยังพาเขาก้าวเดินไปข้างหน้า เขาก็จะเดินอย่างยืดอกและภาคภูมิใจ ในฐานะ... "ทหารผ่านศึกเพื่อแผ่นดินไทย" ผู้ไม่เคยเสียใจในสิ่งตนเองได้เลือกทำ
โดย Wayo panapai
การลงทุน
เทคโนโลยี
สิ่งแวดล้อม
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย