15 ก.ย. เวลา 06:58 • สิ่งแวดล้อม

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่เที่ยวเถอะ XADV วันนี้

เมื่อฝนตกหนัก หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงวันที่ต้องพกร่มหรือเผื่อเวลาเดินทางเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่สำหรับบางครอบครัว ฝนที่ตกต่อเนื่องไม่กี่ชั่วโมงอาจหมายถึงน้ำที่ไหลเข้าบ้าน รถติดกลางถนน เส้นทางกลับบ้านถูกตัดขาด หรือความเสี่ยงจากน้ำป่าและดินถล่ม
คำถามสำคัญคือ ในวันที่สภาพอากาศแปรปรวนและฝนตกหนักขึ้น เราในฐานะคนธรรมดา รับมือน้ำท่วมฉับพลันได้แค่ไหน?
น้ำท่วมฉับพลันต่างจากน้ำท่วมทั่วไปตรงที่มันมาเร็ว ระดับน้ำเพิ่มสูงในเวลาสั้น ๆ และอาจเกิดได้ทั้งในเมือง พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือบริเวณใกล้ภูเขาและลำห้วย สาเหตุไม่ได้มีเพียงปริมาณฝน แต่ยังเกี่ยวข้องกับท่อระบายน้ำที่รองรับไม่ทัน ขยะที่อุดตันทางน้ำ พื้นผิวคอนกรีตที่ทำให้น้ำซึมลงดินได้น้อย รวมถึงการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เปลี่ยนไป
หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาเตือนให้เฝ้าระวังฝนตกหนักและฝนสะสม เพราะอาจนำไปสู่น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา และแนวทางน้ำไหลผ่าน
สิ่งแรกที่เราทำได้คือ เปลี่ยนจากการรอให้เกิดเหตุ เป็นการติดตามสัญญาณเตือนล่วงหน้า ก่อนออกจากบ้าน ควรดูพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนในพื้นที่ ไม่ใช่ดูเพียงว่าฝนจะตกหรือไม่ แต่ให้สังเกตด้วยว่ามีคำว่า “ฝนหนัก” “ฝนสะสม” หรือ “เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน” หรือเปล่า หากมี ก็ควรวางแผนเส้นทางใหม่ เผื่อเวลาเดินทาง และหลีกเลี่ยงถนนที่น้ำท่วมซ้ำซาก
สำหรับบ้านพักอาศัย การเตรียมตัวไม่จำเป็นต้องเริ่มจากอุปกรณ์ราคาแพง เราอาจเริ่มจากการเก็บเอกสารสำคัญใส่ซองกันน้ำ ย้ายปลั๊กพ่วงและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง เตรียมไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง ยาประจำตัว น้ำดื่ม และเบอร์โทรฉุกเฉินไว้ให้เข้าถึงง่าย
ถ้าอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรตกลงกับคนในบ้านล่วงหน้าว่า หากต้องอพยพจะไปพบกันที่ไหน ใครดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยง และจะนำของจำเป็นอะไรติดตัวไปบ้าง เพราะเมื่อระดับน้ำเริ่มสูงขึ้น เวลาสำหรับการตัดสินใจมักเหลือน้อยกว่าที่คิด
บนท้องถนน หลักสำคัญคืออย่าประเมินน้ำต่ำเกินไป เราอาจมองเห็นเพียงผิวน้ำ แต่ไม่รู้ว่าด้านล่างมีหลุม ฝาท่อเปิด หรือกระแสน้ำแรงเพียงใด หากน้ำสูงหรือไหลเชี่ยว การหยุดรอหรือเปลี่ยนเส้นทางอาจปลอดภัยกว่าการฝืนขับต่อ กรมอุตุนิยมวิทยายังแนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ
และหากอยู่ใกล้ภูเขาหรือลำห้วย ต้องสังเกตสัญญาณธรรมชาติให้มากขึ้น เช่น ฝนตกหนักต่อเนื่อง ระดับน้ำเพิ่มเร็ว น้ำมีสีขุ่นผิดปกติ หรือมีเสียงดังคล้ายต้นน้ำไหลมา สัญญาณเหล่านี้อาจหมายถึงความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลากหรือดินถล่ม ในสถานการณ์เช่นนั้น การรีบออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดสูงและปลอดภัยสำคัญกว่าการรอเก็บทรัพย์สิน
อย่างไรก็ตาม การรับมือน้ำท่วมไม่ควรเป็นภาระของคนคนเดียวหรือครอบครัวเดียว ชุมชนสามารถช่วยกันเปิดทางระบายน้ำ ไม่ทิ้งขยะลงคูคลอง แจ้งจุดเสี่ยงให้หน่วยงานท้องถิ่นทราบ และส่งต่อข้อมูลเตือนภัยที่ตรวจสอบแล้วให้เพื่อนบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่เข้าถึงข่าวสารได้ยาก
ท้ายที่สุด “ฝนสุดขั้ว” อาจเป็นเรื่องที่เราไม่อาจควบคุมได้ แต่ความพร้อมของเราลดความสูญเสียได้เสมอ เริ่มจากติดตามข้อมูล วางแผนก่อนเดินทาง จัดบ้านให้พร้อม และไม่เสี่ยงเมื่อเห็นสัญญาณอันตราย
เพราะในวันที่น้ำมาเร็ว การเตรียมตัวไว้ก่อนเพียงเล็กน้อย อาจช่วยให้เรากลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยได้มากขึ้น
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า
โฆษณา