15 ก.ย. เวลา 07:22 • ปรัชญา
เมื่อตอนเด็กๆพี่ชาย มาเล่าว่า มีเด็กเขเค้านั่งสมาธิเห็นพระกัน ..เราก็เอาบ้าง ตกกลางคืน กราบพระ เสร็จ ก็นั่งสมาธิ .พอพอนั่งปุ๊บ กลับตาปุ๊บ . ภาพพระปางห้ามสมุทรลอยมา แล้วก็เบี่ยงออก ภาพของหลวงพ่อองค์พระแก้วมรกต ก็ลอยมาปรากฏ เรืองรอง ด้วยฉัพรรณรังษี สวยงาม ก็ยึด ชอบที่จะนั่งสมาธิ แล้วภาพนั้น ก็ไม่มีให้เห็นอีกเลย
คราวนี้ ..มีอีกครั้ง ไปนั่งสมาธิ ที่มีรูป พระพุทธเจ้าวิปัสสี เป็นประธาน มีพระอีกหลายองค์ วางหน้าพระประธาน เค้ามีพิธีเล็ก เราก็ไปนั่งกับเค้าทั้งคืน ปรากฏว่าตอนตีสอง มีคน .แต่งชุดถือพระขรรค์ ลักษณะคล้ายรูปพระสยามเทวาผธิราข ตัวท่านสูงกว่าประตูโบสถ์ ก้มศีรษะ เดินเข้ามา .เรารีบ ทำสมาธิ ดิ่ง .เพราะรู้สึกกลัว .คราวนี้มันแปลก เห็นเป็นพาพตัวเอง ตัวเล็กๆ วิ่งออกจากหน้าอก ไปที่ .พระประธาน ..พอเข้าไปใกล้ ก็เห็นเป็นภาพ หลวงพ่อองค์พระศรี . ใส่แจ๋ว ลอยหน้าพระประธาน ที่กระจายไปด้วฉัพพรรณรังศรีงดงาม
เราก็ไปถามท่าน เล่าเรื่องราวที่เห็นให้ท่านฟัง ท่านก็บอกว่า คุณได้นิมิตรดีมาก แต่อย่าไปเล่าให้ใครฟัง เค้าจะเรา..บ้า ถามท่านว่า คนทร่เดินเข้ามาในโบสถ์ เป็นใคร ท่านก็บอกว่า เป็นคนที่สร้างโบสถ์หลังนี้ ค่อมบ้านตายาย ที่เลี้ยงดูท่านมา ชีวิตของเรา มันอยู่กับอารมณ์นึกคิด ไม่หยุด .เมื่อมีเวลา เราก็ไปพักจิต .พักกาย นั่งนิ่งๆ จิตนิ่งๆ ไม่มีอารมณ์นึกคิด .มีสติสัมปชัญญะ .รู้สึกตัว อยู่นิ่ง เฉย ..ไม่มีอารมณ์ กายไม่มีภาระ กายก็นิ่ง จิตก็นิ่ง ไม่มีภาร ไม่มีอารมณ์นึกคิด ทำแล้ว รูสึกสบายกาย จิตก็มีความสุข
โฆษณา