•
15 ก.ย. เวลา 08:37

5 ธุรกิจหลักตลาด ห้องเย็น 2026

เจาะลึก 5 ธุรกิจดันตลาด Cold Chain และเทคนิคออกแบบห้องเย็นให้ตอบโจทย์
ตลาด Cold Chain Logistics ในประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่จัดเก็บสินค้าอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมอาหาร เกษตร ยา และค้าปลีกยุคใหม่ เพราะสินค้าในปัจจุบันต้องการระบบที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่อง ตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดเก็บ ไปจนถึงมือผู้บริโภค
ในปี 2024 ตลาด Cold Chain ของไทยถูกประเมินมูลค่าไว้สูงถึง 3.9-4.2 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 8-9 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ความต้องการนี้ไม่ได้มาจากบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังขยายตัวไปสู่ผู้ประกอบการ SME ครัวกลาง ผู้ส่งออก และธุรกิจ E-Commerce ที่ต้องการระบบห้องเย็นที่ออกแบบมาเฉพาะเจาะจงมากขึ้น
เรามาดูกันว่า 5 กลุ่มอุตสาหกรรมใดบ้างที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดนี้ พร้อมเทคนิคการออกแบบห้องเย็นที่ตอบโจทย์แต่ละธุรกิจ
1) อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และสัตว์ปีก
ห้องเย็นสำหรับ เนื้อสัตว์และสัตว์ปีก โดยเฉพาะไก่แปรรูป ไก่แช่แข็ง เนื้อหมู เนื้อวัว ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีความต้องการห้องเย็นสูงสุด โดยเฉพาะไทยที่เป็นผู้ส่งออกไก่รายใหญ่ของโลก ห้องเย็นสำหรับอุตสาหกรรมนี้ต้องการทั้งห้องแช่แข็ง และ Air Blast Freezer ที่อุณหภูมิ -18 ถึง -25 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่านั้น ไปจนถึง Ante Room สำหรับพื้นที่โหลดสินค้า
การออกแบบห้องเย็นสำหรับเก็บเนื้อสัตว์:
หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่การทำให้อุณหภูมิต่ำ แต่ต้องคำนวณ Cooling Load และ Air Flow ให้ลมเย็นกระจายทั่วถึง เพื่อดึงอุณหภูมิแกนกลางของเนื้อสัตว์ให้ถึงจุดที่ต้องการตามเวลาที่กำหนด หากออกแบบผิดพลาด อาจเกิดจุดอับความร้อนที่ทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพของสินค้าเสียไป
2) อุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็ง
อุตสาหกรรมอาหารทะเลเป็นอีกกลุ่มที่ต้องพึ่งพาห้องเย็นอย่างมาก เพราะสินค้าเน่าเสียง่าย มีมูลค่าสูง และต้องควบคุมคุณภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การรับวัตถุดิบ จนถึงการจัดเก็บเพื่อรอส่งออก ห้องเย็นที่ใช้มักเป็นห้องแช่แข็ง และ Blast Freezer หรือ IQF ที่อุณหภูมิ -25 ถึง -30 องศาเซลเซียส
การออกแบบห้องเย็นเก็บอาหารทะเลแช่แข็ง:
ต้องให้ความสำคัญกับฉนวนกันความร้อน เช่น ฉนวน PIR หรือวัสดุฉนวนที่มีค่าการนำความร้อนต่ำ และระบบป้องกันความเย็นสะสมลงพื้นเพื่อป้องกันปัญหาน้ำแข็งดันพื้นจนโครงสร้างแตกร้าว (Frost heave)
อีกจุดที่ต้องคำนวณอย่างจริงจังคือระบบละลายน้ำแข็งของคอยล์เย็น เพราะห้องแช่แข็งอาหารทะเลมักมีความชื้นสูงจากสินค้าและการเปิดประตูบ่อย หากระบบ Defrost ไม่เหมาะสม จะทำให้คอยล์ตัน น้ำแข็งเกาะ ระบบกินพลังงาน และอุณหภูมิห้องแกว่งได้ง่าย
3) อุตสาหกรรมผลไม้สดและสินค้าเกษตรพรีเมียม
สินค้าเกษตรและผลไม้สดเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีแนวโน้มที่มีความต้องการห้องเย็นในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลไม้ส่งออกที่ต้องรักษาคุณภาพ สี กลิ่น รสชาติ น้ำหนัก และอายุการเก็บรักษาให้ได้นาน อุณหภูมิที่ใช้งานจะแตกต่างกันไปตามประเภทผลไม้ โดยทั่วไปอยู่ที่ 0 ถึง 15 องศาเซลเซียส
การออกแบบห้องเย็นเก็บผลไม้และสินค้าเกษตร:
อุตสาหกรรมนี้ต้องการห้องเย็นทั้งแบบ Chiller Room และ Pre-cooling Room ไปจนถึง Controlled Humidity Cold Room ในบางกรณีอาจใช้ Controlled Atmosphere Room สำหรับสินค้าที่ต้องควบคุมบรรยากาศเฉพาะ และสิ่งที่สำคัญไม่แพ้อุณหภูมิคือการควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ให้อยู่ที่ 85-95% RH เพื่อป้องกันผลไม้สูญเสียน้ำหนักและผิวแห้งเหี่ยว
การออกแบบคอยล์เย็นจึงควรคำนึงถึงค่า TD (Temperature Difference) ระหว่างอุณหภูมิคอยล์กับอุณหภูมิห้อง หากค่า TD สูงเกินไป อากาศในห้องอาจแห้งและดึงความชื้นออกจากสินค้าเร็วขึ้น รวมถึงระบบระบายอากาศเพื่อจัดการก๊าซเอทิลีนที่เร่งการสุก จึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสดใหม่
4) อุตสาหกรรมยา เวชภัณฑ์ และชีววัตถุ
ตลาดยา เวชภัณฑ์ วัคซีน และชีววัตถุ เป็นกลุ่มที่มีความต้องการห้องเย็นเฉพาะทางมากขึ้น และต้องการความแม่นยำขั้นสุด ไม่สามารถยอมรับความเสี่ยงจากอุณหภูมิที่ผิดพลาดได้ โดยต้องการห้องเย็นระดับ Medical Grade ที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส หรือต่ำพิเศษถึง -20 องศาเซลเซียส
การออกแบบห้องเย็นอุตสาหกรรมยา:
แค่อุณหภูมิเฉลี่ยไม่เพียงพอ การออกแบบต้องมั่นใจว่าอุณหภูมิในทุกจุดของห้องอยู่ในช่วงที่กำหนด และต้องมีการวางระบบสำรอง (Redundant System) เช่น ระบบแบบ N+1 หรือสำรอง 100%
อีกสิ่งที่จำเป็นคือ Temperature Mapping, Data Logger, Alarm System และ Remote Monitoring เพื่อแจ้งเตือน, บันทึกข้อมูลย้อนหลังและให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตามมาตรฐานสากล
5) E-Commerce, Online Grocery และครัวกลาง
การเติบโตของการสั่งอาหารออนไลน์ ทำให้ความต้องการห้องเย็นขนาดเล็ก-กลางและคลังเย็นหลายอุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
การออกแบบห้องเย็นสำหรับครัวกลาง และ E-Commerce
ด้วยความต้องการที่หลากหลายตามขนาดธุรกิจ และวัตถุดิบ มีตั้งแต่ห้องเย็นทั่วไป, ห้องแช่แข็ง, Multi-temperature Cold Storage ไปจนถึงการออกแบบ Dispatch Area แบบควบคุมอุณหภูมิ
เนื่องจากมีการเปิด-ปิดประตูบ่อย การออกแบบจึงต้องเน้นลดความร้อนเข้าสู่ห้อง โดยควรมี Ante Room อุณหภูมิ 10-15 องศาเซลเซียส เป็นพื้นที่กันชน (Buffer Zone) ใช้ประตูความเร็วสูง และเลือกใช้คอมเพรสเซอร์ที่สามารถปรับกำลังการทำงานได้ตามโหลดจริง เพื่อลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง
ในอนาคต การตัดสินใจลงทุนสร้างห้องเย็นจะไม่ได้มองแค่ขนาดหรือราคาเริ่มต้น แต่จะวัดกันที่ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน ระบบที่ออกแบบมาอย่างถูกต้องจะช่วยลดค่าไฟ ลดปัญหาสินค้าเสียหาย และรองรับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่นและยั่งยืน
ACT บริการออกแบบและก่อสร้างห้องเย็นแบบครบวงจร
ไม่ว่าจะเป็นห้องเย็นขนาดเล็กสำหรับ SME คลังแช่แข็งขนาดใหญ่ระดับอุตสาหกรรม หรือระบบควบคุมอุณหภูมิเฉพาะทางสำหรับอุตสาหกรรมที่มีมาตรฐานสูง เราพร้อมให้บริการแบบ Turnkey Solution ด้วยความเชี่ยวชาญทั้งด้านงานก่อสร้างและระบบทำความเย็น
จุดเด่นที่ทำให้ ACT แตกต่างคือ เรามีโรงงานผลิตเครื่องทำความเย็นเป็นของตัวเอง ภายใต้แบรนด์ ACT การันตีงานบริการหลังการขายที่รวดเร็ว หมดปัญหาเรื่องการรออะไหล่นาน เพราะเรามีระบบ เครื่อง และอะไหล่ของตัวเองรองรับ
ACT พร้อมให้คำปรึกษา ออกแบบ ผลิต ติดตั้ง และดูแลหลังการขาย เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้เติบโตอย่างมั่นคงในตลาด Cold Chain
โฆษณา