•
17 ก.ย. เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก

ชาวประมงเวียดนามออกไปหาปลา แต่ได้ขยะพลาสติกกลับมา

ภาพจำของปัญหาขยะพลาสติกในแม่น้ำ ที่หลายคนนึกถึงคงเป็นเรื่องเต่ากินพลาสติก ขวดน้ำถูกคลื่นลอยเหลื่อนขวางทางเรือ การผ่าท้องปลาแล้วพบไมโครพลาสติกชิ้นเล็กชิ้นน้อย ส่งผลให้สัตว์น้ำตายก่อนวันอันควร และมลพิษบางส่วนยังย้อนวนกลับมาถึงตัวคน
แต่สำหรับชาวประมง ปัญหาขยะพลาสติกยังรวมไปถึงการประกอบอาชีพและรายได้สำหรับจุนเจือครอบครัวอีกประเด็น
เรื่องนี้มีการศึกษาปัยหาที่เกิดขึ้นกับชาวประมงในเวียดนามจำนวนหนึ่ง ที่ต้องเจอกับขยะแทบทุกครั้งที่ออกเรือ
แทนที่อวนควรเต็มไปด้วยปลากลับมีทั้งถุงพลาสติก ขวด เศษเชือก และอวนเก่าติดมาแทน
ซ้ำบางครั้งขยะยังเข้าไปพันกับเครื่องยนต์หรือใบพัด ทำให้ต้องหยุดเรือเพื่อจัดการ
และเรื่องพวกนี้มีผลกับรายได้โดยตรง
งานวิจัยที่ศึกษาชาวประมงรายย่อย 199 คน ในพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำแดงและแม่น้ำโขงของเวียดนาม พบว่า ขยะพลาสติกทำให้ชาวประมงแต่สูญเสียรายได้เฉลี่ยประมาณ 3,421 ดอลลาร์ต่อปี หรือคิดเป็นราว 10 - 25 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้จากการทำประมง
สาเหตุเพราะต้องเสียเวลากับการกำจัดขยะที่ติดมา แทนที่จะได้จับปลาอย่างที่เคยทำ ต้องเสียทั้งเวลาและแรงงาน
ผลกระทบจากขยะยังทำให้อุปกรณ์ประมงได้รับความเสียหาย ต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อซ่อมแซม
มิหนำซ้ำเมื่ออวนมีพลาสติกติดอยู่จำนวนมาก ประสิทธิภาพในการจับปลาก็ลดลงด้วย ซึ่งเครื่องมือที่ประสิทธิภาพลดลงส่งผลต่อประสิทธิภาพของการจับปลา
ชาวประมงบางคนบอกว่า เมื่อก่อนใช้เหวี่ยงอวนประมาณ 6 - 7 ครั้ง ก็พอทำกำไรได้ แต่ปัจจุบันต้องออกอวนถึง 20 - 25 ครั้ง หรือใช้เวลาทำงานนานขึ้น
นี่คือปัญหาที่ชาวประมงเวียดนามบริเวณปากแม่น้ำโขงเจอเป็นประจำ และไม่มีทีท่าจะเห็นหนทางสว่างสักเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับปริมาณขยะพลาสติกที่ถูกปล่อยปละ
คาดว่ามีพลาสติกจากบนบกประมาณ 4.8 - 12.7 ล้านตันเข้าสู่มหาสมุทรทุกปีผ่านทางปากแม่น้ำ น้ำเสีย และการทิ้งขยะโดยตรง
อย่างไรก็ดี แม้เรื่องราวชวนเป็นทุกข์ แต่ไม่ไร้หวังเสียทีเดียว
เมื่อขยะกลายเป็นสิ่งที่ชาวประมงต้องเจออยู่แล้วทุกวัน นักวิจัยที่ศึกษาเรื่องนี้ได้เสนอหนทางชดเชยรายได้ โดยให้ชาวประมงช่วยเก็บขยะที่ติดมากับอวนและนำกลับขึ้นฝั่ง โดยมีค่าตอบแทนให้กับขยะที่เก็บได้
แนวคิดดังกล่าวมีเหตุผลในทางปฏิบัติ เป็นรายได้ทดแทนจากรายได้เดิมที่หายไป เป็นแรงจูงใจในการนำขยะกลับขึ้นฝั่ง ขณะเดียวกันยังได้ช่วยกำจัดขยะ
แต่สิ่งที่ต้องมีควบคู่กันคือ ‘ระบบจัดการขยะ’ เพราะการเอาขยะกลับมาที่ท่าไม่ได้แปลว่าปัญหาจบ หากไม่มีสถานที่รับขยะหรือระบบคัดแยกและนำไปรีไซเคิล ขยะก็อาจถูกนำไปทิ้งต่อบนฝั่งหรือหลุดรอดลงแหล่งน้ำอยู่ดี
ภารกิจจึงต้องมองต่อไปถึงการนำอวนเก่าและพลาสติกที่เก็บได้กลับมาใช้ประโยชน์ รวมถึงสร้างตลาดสำหรับวัสดุที่เก็บขึ้นจากน้ำ เพื่อให้การเก็บขยะจากทะเลสามารถเดินต่อได้ในระยะยาว
แน่นอน ชาวประมงไม่ได้อยากออกทะเลไปเก็บขยะ พวกเขาออกเรือเพื่อจับปลา แต่เมื่อขยะกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยหากมีระบบช่วยให้ขยะที่ติดกลับมาไม่ต้องถูกโยนกลับลงทะเลอีกครั้งคงเป็นการดีกว่า
ในกรณีของเวียดนาม เรื่องนี้ทำให้เห็นต้นทุนของขยะพลาสติกอีกด้าน
เพราะขยะหนึ่งชิ้นที่เราทิ้งลงแม่น้ำหรือทะเล อาจไม่ได้สร้างปัญหาให้สัตว์ทะเลหรือชายหาดเท่านั้น
แต่อาจกลายเป็นเวลาที่หายไป เครื่องมือที่เสียหาย และรายได้ที่ลดลงของคนที่ต้องออกเรือทุกวัน
ศึกษาเรื่องราวเพิ่มเติมจากงานวิจัย Marine plastic pollution undermines the livelihoods and income of fishing communities in Viet Nam https://www.nature.com/articles/s43247-026-03567-z
โฆษณา