2 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

อินเดียจะผลิตไอโฟนแทนจีนได้หรือไม่ - Blockdit Originals โดย ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร

หากเรามองย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาพของอินเดียในฐานะโรงงานผลิตเทคโนโลยีระดับโลกอาจจะดูเลือนราง แต่จากรายงานล่าสุดในเดือนกรกฎาคม ปี 2026 ตัวเลขที่ออกมาทำให้โลกต้องตื่นตะลึง
ในบรรดา iPhone 220 ล้านเครื่องที่ผลิตทั่วโลกในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา 1 ใน 4 ของ iPhone ทั้งหมด ถูกผลิตในอินเดีย
ย้อนกลับไปในปี 2019 นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ได้จัดประชุมครั้งสำคัญกับตัวแทนจาก Apple เพื่อเสนอแผนการผลักดันอินเดียให้เป็นศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีชั้นสูง โดยใช้จังหวะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนตึงเครียดจากสงครามการค้าในยุคทรัมป์
รัฐบาลอินเดียทุ่มงบประมาณกว่า 4,300 ล้านดอลลาร์เพื่ออุดหนุนผู้ผลิต แต่เงื่อนไขของโมดีนั้นเข้มมากครับ เขาไม่ได้ต้องการแค่อุตสาหกรรมราคาถูก แต่ยังกำหนดว่า มือถือที่ได้รับเงินอุดหนุนต้องมีราคาสูงกว่า 250 ดอลลาร์ (เน้นตลาดส่งออกระดับบน) ต้องใช้เครื่องจักรใหม่ ไม่ใช่เครื่องจักรเก่าที่โละมาจากจีน และต้องมีการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น (Local Sourcing)
แต่ถึงแม้ตัวเลขการผลิตสุดท้ายจะดูดี แต่ถ้าเราแงะไส้ในของ iPhone ที่ผลิตในอินเดียดู เราจะพบความจริงที่น่าตกใจ เพราะปัจจุบันมูลค่าชิ้นส่วนที่ผลิตในอินเดียจริงๆ มีเพียง 1 ใน 6 เท่านั้น ส่วนอีกกว่า 2 ใน 3 ยังคงต้องนำเข้าจากจีน
การผลิตในอินเดียนั้นยังไม่ง่ายเหมือนจีน ด้วยเหตุผลคือ กำลังซื้อในท้องถิ่นต่ำ แรงงานฝีมือส่วนใหญ่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ ทำให้การขยายฐานการผลิตทำได้จำกัด และระบบโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้ต้นทุนการผลิตในอินเดียสูงกว่าจีนถึง 20% นี่ยังไม่นับว่าชิ้นส่วนผลิตอยู่ในจีนเป็นส่วนใหญ่และในต้นทุนที่ถูก
ปัจจุบัน อินเดียจึงยังทำหน้าที่เป็นเพียงโรงงานประกอบ (Assembly Hub) มากกว่าจะเป็นฐานการผลิตครบวงจร ชิ้นส่วนสำคัญอย่างชิปประมวลผล หน้าจอ หรือแบตเตอรี่ ยังต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์ต่างชาติและจีนเป็นหลัก
แม้โมดีจะพยายามผลักดันภาคการผลิตอย่างหนัก แต่สถิติระบุว่าสัดส่วนภาคการผลิตต่อ GDP ของอินเดียในปี 2024 อยู่ที่ 15% ซึ่งขยับจากปี 2014 ที่ 14% เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังห่างไกลจากเป้าหมาย 25% ที่ตั้งไว้มาก
หลายคนมักถามว่า ในอนาคต อินเดียจะแทนที่จีนได้หรือไม่?
คำตอบคือยังต้องใช้ระยะทางอีกยาวนาน ในมุมมองของผม ตอนนี้อินเดียเพียงขึ้นมาทำหน้าที่เป็น “ทางเลือกที่ขาดไม่ได้" ในการกระจายความเสี่ยงออกจากจีน มากกว่าการเป็น "ตัวตายตัวแทน" (The Full Replacement) ของจีนครับ
ความสำเร็จของ Apple ในอินเดียจนถึงปี 2026 คือการพิสูจน์ว่าการประกอบมือถือระดับสูงในอินเดียนั้นทำได้จริง และมีขนาดใหญ่พอที่จะคานอำนาจกับจีนได้
แต่ตราบใดที่อินเดียยังต้องพึ่งพาชิ้นส่วน 2/3 จากมังกรจีน และยังมีต้นทุนแฝงที่สูงกว่าจีน "ช้าง" ตัวยักษ์อย่างอินเดียก็ยังต้องเหนื่อยอีกมากในการที่จะวิ่งให้ทัน "มังกร" ในเชิงประสิทธิภาพและระบบนิเวศการผลิตที่ครบวงจรตามฝันใหญ่ของนายกฯ โมดีครับ
โฆษณา