เมื่อวาน เวลา 07:26 • ปรัชญา

ยิ้มบ้างในวันที่ชีวิตไม่เป็นใจ "No matter what life throws at you, keep smiling"

ทุกคนต่างมีวันที่เหนื่อยกับการทำงาน เบื่อหน่ายกับชีวิต ไม่อยากอธิบายอะไรให้ใครฟัง และรู้สึกว่าเรื่องต่าง ๆ ที่ต้องจัดการในแต่ละวันมันมากเกินไปเสียหน่อย
ลูกศิษย์คนหนึ่งเข้ามาคุยและหยอกเล่นกับผมตามปกติ เธอสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง เธอหยิบปากกา iPad ของผมไปเขียนบางอย่างลงใน Notes มีเพียงคำสั้น ๆ คำหนึ่ง
“smile :)”
บทความนี้จึงเกิดขึ้นมา
สิ่งหนึ่งที่การเป็นครูสอนผมอยู่เสมอคือ เราไม่มีทางรู้ทั้งหมดว่า คนที่อยู่ตรงหน้าเรากำลังแบกอะไรอยู่ เด็กคนหนึ่งอาจสอบได้คะแนนดีมาก แต่เต็มไปด้วยความกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอในครั้งต่อไป
บางคนดูมั่นใจ กล้าแสดงออก และพูดคุยสนุกสนาน แต่เมื่ออยู่คนเดียวกลับเต็มไปด้วยความกังวล
บางคนเป็น Perfectionist จนความผิดพลาดเล็ก ๆ สามารถกลายเป็นเหตุการณ์ใหญ่ในใจ ขณะที่อีกคนอาจยังจัดการชีวิตตัวเองไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ปัญหาของแต่ละคนจึงไม่สามารถนำมาวางบนตาชั่งเดียวกันแล้วบอกว่า “เรื่องแค่นี้เอง” เพราะสิ่งที่ดูเล็กสำหรับเรา อาจใหญ่สำหรับคนที่กำลังยืนอยู่ในรองเท้าคู่นั้น
แม้แต่การที่เราตัดสินใจเลือกบางสิ่ง เรามักหวังว่ามันจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี เราเลือกเรียนสิ่งนี้ เลือกคบใครบางคน เลือกพูดหรือไม่พูด เลือกเดินไปในทิศทางหนึ่ง
ณ เวลานั้น เราอาจเชื่อจริง ๆ ว่าเรากำลังเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ชีวิตไม่ใช่สมการที่เมื่อใส่ตัวแปรถูกต้องแล้ว จะให้คำตอบที่ถูกต้องเสมอไป
บางครั้งทางที่เราคิดว่าถูกต้องกลับนำไปสู่ความผิดหวัง และบางครั้งเราทำทุกอย่าง “ถูกต้อง” แล้ว แต่ชีวิตก็ยังปฏิเสธผลลัพธ์อย่างที่เราหวังอยู่ดี
ผมคิดว่านี่เป็นความจริงที่ทั้งน่าหงุดหงิดและน่าขันของการมีชีวิตอยู่
มันทำให้ผมตระหนักว่า "เราไม่สามารถควบคุมผลลัพธ์ของทุกสิ่งได้ เพราะบางครั้งชีวิตก็น่าสมเพชจริง ๆ"
เราวางแผนอย่างดีแล้วผิดแผน ตั้งใจอย่างมากแล้วผิดหวัง พยายามรักษาบางสิ่งไว้ แต่สุดท้ายก็ยังสูญเสีย หรือแม้กระทั่งใช้เวลานานหลายปีเพื่อให้ได้บางสิ่งมา ก่อนจะพบว่าสิ่งนั้นไม่ได้ทำให้เรามีความสุขอย่างที่คิด
บางครั้งคนสองคนต่างก็มีบาดแผลของตัวเอง แต่ยังสามารถยื่นความอบอุ่นเล็ก ๆ ให้กันได้
เมื่อมองย้อนกลับไป บางเรื่องที่เคยคิดว่า “โลกจะแตกแน่ ๆ” วันนี้กลับกลายเป็นเพียงเรื่องหนึ่งที่เล่าได้พร้อมรอยยิ้ม ในขณะที่เรื่องที่เราไม่เคยคาดว่าจะเกิด กลับเดินเข้ามาในชีวิตโดยไม่ขออนุญาต
นี่แหละคือชีวิต มันไม่เรียบร้อย ไม่สมบูรณ์ ไม่ยุติธรรมทุกครั้ง และไม่เคยสัญญากับเราว่า สิ่งที่เราปรารถนาจะเป็นจริง
แล้วเราจะทำอย่างไรกับชีวิตแบบนี้ ผมคิดว่าคำตอบไม่ใช่การพยายามควบคุมทุกอย่างให้มากขึ้น เพราะยิ่งมีชีวิตอยู่นาน ผมก็ยิ่งพบว่า มีสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมมากกว่าที่เคยคิด
ดังนั้นเมื่อผมพูดว่า “ยิ้มบ้าง” ผมไม่ได้หมายความว่าเราต้องยิ้มตลอดเวลา สิ่งที่ผมหมายถึงคือ เมื่อร้องไห้พอแล้ว ลองยิ้มให้กับความไม่สมบูรณ์ของชีวิตบ้าง
ยิ้มให้กับความผิดพลาดที่ครั้งหนึ่งเราเคยคิดว่าจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองได้
ยิ้มให้กับความผิดหวังที่เคยทำให้เราคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้ว
ยิ้มให้กับอดีตที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไข
ยิ้มให้กับอนาคตที่เรายังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
และบางครั้งก็ยิ้มให้กับตัวเราเอง ที่จริงจังกับชีวิตเสียจนลืมไปว่า เราเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังเรียนรู้ไปพร้อมกับคนอื่นเท่านั้น
รอยยิ้มไม่ได้ลบสิ่งที่เกิดขึ้น แต่มันสร้างพื้นที่เล็ก ๆ ระหว่างเราและความทุกข์ พื้นที่ที่ทำให้เรายังมองเห็นว่า แม้ชีวิตจะมีเรื่องยาก แต่ก็ยังมีสิ่งอื่นอยู่ด้วย
จากการศึกษาเกี่ยวกับ Smiling Depression หรือ ภาวะซึมเศร้ารูปแบบหนึ่งที่ผู้ป่วยซ่อนความทุกข์ ไว้ใต้รอยยิ้ม พื่อทำให้คนรอบข้างเห็นว่าตนเองยังปกติและมีความสุขดี ทำให้ผมพบว่า Smiling Depression ทำให้เราเห็นด้านหนึ่งของรอยยิ้ม
มันสามารถเป็นหน้ากากได้ แต่การที่มนุษย์เลือกรอยยิ้มมาเป็นหน้ากาก ก็สะท้อนเช่นกันว่ารอยยิ้มเป็นภาษาที่ทรงพลังอย่างยิ่งในการบอกโลกว่า “ฉันยังอยู่ตรงนี้” แม้ข้างในจะไม่ได้สงบอย่างที่เห็นก็ตาม
และบางที ประโยคว่า “ฉันยังอยู่ตรงนี้” ก็สำคัญมากกว่าที่เราคิด เพราะตราบใดที่เรายังอยู่ตรงนี้ ชีวิตก็ยังไม่ได้เหลือเพียงความทุกข์เพียงอย่างเดียว
พวกเราทุกคนยังมีใครบางคนที่แคร์เราอยู่ ยังมีบทสนทนาเล็ก ๆ ยังมีเสียงหัวเราะ ยังมีอาหารอร่อย ยังมีเพลงที่ชอบ หรือแม้แต่ยังมีวันที่ธรรมดาที่สงบนิ่ง วันที่ไม่ได้พิเศษอะไร แต่กลับทำให้เรารู้ว่า ชีวิตยังมีพื้นที่บางส่วนที่ความทุกข์เข้าไปครอบครองไม่ได้ทั้งหมด
สำหรับผมเองก็ยังมีนักเรียนขี้แกล้งคนหนึ่งที่หยิบปากกา iPad ของครูไปเขียนคำว่า “smile :)”
จากประสบการณ์นี้มันสอนผมว่า บางทีความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ไม่จำเป็นต้องเกิดจากคนหนึ่งแข็งแรงแล้วคอยช่วยคนที่อ่อนแอกว่าเสมอไป
บางครั้งคนสองคนต่างก็มีบาดแผลของตัวเอง แต่ยังสามารถยื่นความอบอุ่นเล็ก ๆ ให้กันได้
สุดท้ายนี้ผมอยากแนะนำกับผู้อ่านทุกคน และลูกศิษย์ที่อาจจะหลงเข้ามาอ่านว่า "ยิ้มต่อไปเถอะ"
ยิ้มไปกับความผิดหวัง
ยิ้มไปกับความผิดพลาด
ยิ้มให้กับความน่าสมเพชบางอย่างของชีวิต
ยิ้มให้กับอดีตที่แก้ไม่ได้
ยิ้มให้กับอนาคตที่ยากจะคาดเดา
และยิ้มให้กับตัวเราเองที่ยังคงพยายามใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางทั้งหมดนั้น ไม่ใช่เพราะทุกอย่างจะดีเสมอไป แต่เพราะไม่ว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร
เรายังไม่จำเป็นต้องยกทุกพื้นที่ในหัวใจของเราให้กับความทุกข์ บางพื้นที่ยังเหลือไว้สำหรับรอยยิ้มได้เสมอยิ้มบ้างนะ ในวันที่ชีวิตไม่เป็นใจ :)
โฆษณา