ขณะที่เศรษฐกิจเวลเนสของไทยมีมูลค่าประมาณ 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตจากปีก่อน 10.1% โดยการท่องเที่ยวเชิงเวลเนสเป็นหนึ่งในสาขาที่มีศักยภาพสูง เปิดโอกาสให้ไทยเชื่อมโยง Medical Services, Wellness และ Tourism สู่ระบบนิเวศ Health Economy ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ตลอดห่วงโซ่
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับรายงาน Building Thailand’s Future Today ของ World Bank Group ปี 2026 ที่ระบุว่า Sustainable and Wellness Tourism เป็นหนึ่งใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีศักยภาพขับเคลื่อนผลิตภาพ การลงทุน และการสร้างงานคุณภาพของไทย
กระทรวงสาธารณสุขจึงมุ่งยกระดับ Medical Tourism ไปสู่ Medical Investment Hub ให้ไทยเป็นทั้งศูนย์กลางบริการ การลงทุน การวิจัย นวัตกรรม และการผลิตด้านสุขภาพ ผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ Service Hub, R&D Hub และ Product & Health Manufacturing Hub โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 0.5% ของ GDP และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากอันดับ 56 สู่ Top 50 ของโลก
นพ.สุภโชคกล่าวอีกว่า ในส่วน Service Hub จะมุ่งพัฒนา International Health Agency, Public Premium Flagship Hospitals, Thailand Health Marketplace และ Data & Access เชื่อมโยงการเข้าถึงข้อมูล การเดินทาง การรักษา และการดูแลต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อ (Seamless Patient Journey) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริการสุขภาพไทยในตลาดโลก
สำหรับอนาคตของ Medical Tourism ประเทศไทยได้เสนอ 3 ประเด็น ได้แก่ Trust and Quality ยกระดับมาตรฐาน คุณภาพและความปลอดภัย, Connectivity Across Borders เชื่อมโยงวีซ่า ประกันสุขภาพ ระบบส่งต่อ Digital Health และ Telemedicine เพื่อสร้าง Seamless Patient Journey และ Sustainability and Shared Benefits ให้รายได้และการลงทุนกลับมาสนับสนุนระบบสุขภาพ การจ้างงาน การถ่ายทอด เทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากร