17 ก.ย. เวลา 15:00 • สัตว์เลี้ยง

ประสบการณ์ฝึกงานที่ทำร้ายความรู้สึกที่สุด ฉบับนิสิตสัตวเเพทย์

ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราที่เป็นนิสิตสัตวแพทย์ ที่กำลังจะขึ้นปี 5
ได้ไปฝึกงานโรงพยาบาลสัตว์แห่งหนึ่ง
วันหนึ่ง มีคุณลุงท่านหนึ่งขับซาเล้งเก่าๆ สภาพทรุดโทรม เต็มไปด้วยขยะขับเข้ามาที่โรงพยาบาล ในรถมีสุนัขพันธุ์ทางตัวผอมโซ ขยับตัวแทบไม่ได้ ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด เนื้อตัวส่งกลิ่นเหม็น ปากมีแผลเน่าและมีกลิ่นรุนแรง
ผลการวินิจฉัยจากคุณหมอระบุว่า น้องป่วยเป็น โรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย (Chronic Kidney Disease) ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ซับซ้อนและการดูแลต่อเนื่องที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เกินกว่าที่ลุงจะแบกรับไหว ทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนั้นคือการพาน้องมาให้น้ำเกลือประคับประคองอาการทุกวัน ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ได้ช่วยเหลือลดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว
ในตอนแรก... เรารู้สึกชื่นชมและเห็นใจคุณลุงมาก คิดว่าลุงคงรักและพยายามทำ"ดีที่สุด" เท่าที่คนหนึ่งจะทำเพื่อน้องได้
มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีเคสน้องหมาอีกตัวป่วยเป็นอัมพาต และมีกลุ่มคุณป้าใจดี 3 คนคอยมาเยี่ยมพร้อมนำอาหารมาให้ทุกวัน คุณป้าเหล่านี้เกิดความเห็นใจคุณลุงและสุนัขโรคไต จึงมักจะยื่นเงินช่วยเหลือครั้งละประมาณ 2,000 บาทให้คุณลุงเพื่อเป็นค่ารักษาน้อง
แต่ความจริงที่ฉันมารู้ทีหลังคือ... เงินก้อนแรกที่คุณลุงได้มาถูกนำมาฝากไว้ที่โรงพยาบาลเป็นค่าให้น้ำเกลือก็จริง ทว่าหลังจากนั้น เมื่อคุณป้าให้เงินช่วยเหลืออีกหลายครั้ง คุณลุงกลับไม่ได้นำเงินนั้นมาฝากให้ทางโรงพยาบาลอีกเลยจนเงินหมด และก็ไม่พาน้องมาอีกเลย
จนกระทั่งได้คุยกับพี่ผู้ช่วยในโรงพยาบาล พี่เขาเล่าให้ฟังว่ามีคนได้ข่าวคุณลุงเอาเงินบริจาคไปซื้อเหล้ากิน เพราะมาโรงพยาบาลก็มีกลิ่นเหล้า โดยมักจะโผล่มาเฉพาะช่วงเวลาที่คุณป้าใจดีมาเยี่ยมน้องหมาตัวอื่นเท่านั้น...
เมื่อได้ยินแบบนั้น แต่่ก็ไม่รู้ความจริงทั้ง เเต่ความรู้สึกของเรามันทั้ง "อึ้ง" และ "ผิดหวัง" มาก คือเราต้องรู้สึกเเบบไหน คือสงสารน้องมาก ๆ
ในห้องเรียนเราเรียนแต่เนื้อหา แต่ไม่มีตำราเล่มไหนสอนให้เรารับมือกับคน ที่ใช้ความน่าเวทนาของสัตว์เลี้ยงเป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์ ความย้อนแย้งระหว่างความรักของสัตว์ที่มีต่อเจ้าของ กับความไร้สำนึกของมนุษย์บางคนที่รับผิดชอบชีวิตอีกหนึ่งชีวิตไม่ไหว
ความยากจนไม่ใช่ข้ออ้างของความไร้ความรับผิดชอบ:
แม้เราจะเข้าใจว่าต้นทุนชีวิตของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่การปล่อยให้สัตว์ทรมานจากโรคไตโดยไม่ได้รับการบรรเทาความเจ็บปวดอย่างเหมาะสม ทั้งที่ได้รับเงินสนับสนุนจากผู้อื่นไปแล้ว คือความโหดร้ายที่สะท้อนว่าสัตว์เลี้ยงอาจเป็นแค่ "เครื่องมือ" ในสายตาของบางคน
บทเรียนราคาแพงของการเป็นสัตวแพทย์:
ในอนาคตเมื่อเราต้องออกไปเป็นสัตวแพทย์เต็มตัว คงต้องเจอเคสลักษณะนี้ในรูปแบบอื่นๆ อีกมากมาย หัวใจของคนเป็นหมอคงต้องเข้มแข็งขึ้น เรียนรู้ที่จะปกป้องตัวสัตว์ ให้ถึงที่สุดภายใต้ข้อจำกัดของโลกความเป็นจริงที่ไม่ได้สวยงามเสมอไป
ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก... แต่อย่างน้อย มันก็ได้สอนให้เราเติบโตขึ้น และย้ำเตือนใจเสมอว่า ทุกชีวิตที่ก้าวเข้ามาในโรงพยาบาล สมควรได้รับการปกป้องและดูแลด้วยความจริงใจมากที่สุด
โฆษณา