Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
น้องหมอและสารพัดของกุ๊กกิ๊ก
•
ติดตาม
18 ก.ย. เวลา 09:00 • สัตว์เลี้ยง
ประวัติศาสตร์และที่มาของ "สุนัขพันธุ์ปั๊ก" (Pug)
สุนัขพันธุ์ปั๊กถือเป็นหนึ่งในสายพันธุ์สุนัขที่มีประวัติความเป็นมายาวนานและเก่าแก่ที่สุดในโลก โดยมีรากฐานย้อนกลับไปนับพันปี ทว่าเบื้องหลังหน้าตาที่ยับย่นและท่าทางสุดกวนนั้นเต็มไปด้วยเกียรติยศและความผูกพันกับราชสำนัก
1. จุดกำเนิดในจักรวรรดิจีนโบราณ (กว่า 2,000 ปีก่อน)
สุนัขของฮ่องเต้: ปั๊กมีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในประเทศจีนตั้งแต่ยุคราชวงศ์ฮั่น (ประมาณ 206 ปีก่อนคริสตกาล - ค.ศ. 220) โดยถูกพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเพื่อให้เป็นสุนัขทรงเลี้ยงของจักรพรรดิและราชวงศ์ชั้นสูงโดยเฉพาะ
สิทธิพิเศษเหนือใคร: ในยุคโบราณ ปั๊กได้รับการดูแลอย่างราชา มีทหารยศสูงคอยอารักขา และบางตัวถึงขนาดมี "ข้าราชบริพาร" คอยปรนนิบัติพัดวีโดยเฉพาะ
ลักษณะมงคล (ริ้วรอยบนหน้า): ชาวจีนโบราณเชื่อว่ารอยย่นบนหน้าของปั๊ก (โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก) มีลักษณะคล้ายกับตัวอักษรจีนคำว่า "เจ้า" (Prince) ซึ่งยิ่งเพิ่มความขลังและทำให้พวกมันเป็นที่รักของชนชั้นสูง
2. การเดินทางสู่อยุคทองในทวีปยุโรป (ศตวรรษที่ 16-17)
พ่อค้าชาวดัตช์นำทาง: ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 เมื่อบริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ (Dutch East India Company) เปิดเส้นทางค้าขายกับเอเชีย พวกเขาได้นำสุนัขปั๊กติดเรือกลับมายังทวีปยุโรปด้วย และมันก็กลายเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงของเนเธอร์แลนด์อย่างรวดเร็ว
สุนัขประจำราชวงศ์ออเรนจ์: ปั๊กเคยสร้างวีรกรรมครั้งประวัติศาสตร์ในเนเธอร์แลนด์ เมื่อปั๊กตัวโปรดของเจ้าชายวิลเลียมแห่งออเรนจ์ (William the Silent) เห่าเตือนภัยและปลุกพระองค์ให้ตื่นจากการลอบสังหารของกองทัพสเปนในยามวิกาล ช่วยชีวิตพระองค์ไว้ได้สำเร็จ ปั๊กจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำราชวงศ์ออเรนจ์ตั้งแต่นั้นมา
ก้าวสู่ราชสำนักอังกฤษ: เมื่อเจ้าชายวิลเลียมและพระชายา (สมเด็จพระราชินีแมรีที่ 2) เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษ พระองค์ได้ทรงพาเจ้าปั๊กข้ามช่องแคบอังกฤษไปด้วย ทำให้ปั๊กกลายเป็นแฟชั่นและสุนัขทรงเลี้ยงยอดฮิตของขุนนาง
และราชสำนักอังกฤษ
3. ยุควิคตอเรียและความนิยมทั่วโลก
ความหลงใหลของควีนวิคตอเรีย: สมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรียแห่งสหราชอาณาจักรทรงโปรดปรานสุนัขพันธุ์ปั๊กมาก พระองค์ทรงเพาะพันธุ์ปั๊กด้วยพระองค์เอง ทำให้ความนิยมของปั๊กพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดในยุคนั้น (ช่วงศตวรรษที่ 19) และเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดมาตรฐานสายพันธุ์ปั๊กให้ชัดเจนขึ้น
ที่มาของชื่อ "Pug": มีข้อสันนิษฐานว่าชื่อ "Pug" อาจเพี้ยนมาจากคำภาษาละตินว่า Pugnus ที่แปลว่า "กำปั้น" เนื่องจากใบหน้าของปั๊กมีความกลมมนและแบนคล้ายกับกำปั้นมนุษย์
หรืออีกสมนิษฐานหนึ่งคือมาจาก "ลิงมาโมเซท" (Marmoset) หรือที่ในอดีตเรียกว่า Pug ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมในสมัยนั้นเช่นกัน เพราะหน้าตาของปั๊กมีความละม้ายคล้ายคลึงกับลิงชนิดนี้นั่นเอง
จากสุนัขทรงเลี้ยงในวังหลวงของฮ่องเต้ สู่เพื่อนคู่กายของกษัตริย์ยุโรป และกลายมาเป็นเจ้าก้อนไขมันหน้าย่นขวัญใจคนทั่วโลกในปัจจุบัน ปั๊กผ่านประวัติศาสตร์อันยาวนานที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เสน่ห์และความน่ารักของพวกเขานั้นครองใจมนุษย์มาได้ทุกยุคทุกสมัย
ข้อควรทราบ
🐕การเลี้ยงปั๊กในไทยมี "ค่าใช้จ่ายในการดูแลสูง" ในระยะยาว เพราะมีโรคประจำพันธุ์ และพสภาพอากาศประเทศไทยไม่เหมาะกับการเลี้ยง ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายในการเปิดแอร์ให้เขาอยู่ตลอดเวลา, ค่าดูแลรักษาโรคผิวหนัง, ค่าทำความสะอาดรอยย่น และค่ารักษาพยาบาลเฉพาะทางด้านระบบทางเดินหายใจหรือดวงตา
สัตว์เลี้ยง
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย