8 ชั่วโมงที่แล้ว • กีฬา

“เฌอมาลย์-บุษบากร” ทำสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ นำร่วมหลังจบรอบ 2 ไทยแอลพีจีเอ มาสเตอร์ส ที่ขอนแก่น

เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์ จากบึงกาฬ และ บุษบากร สุขพันธ์ จากเชียงราย ขี้นนำร่วมกันในรอบสองที่ 4 อันเดอร์ จากการแข่งขันกอล์ฟ สิงห์-เอสเอที ไทยแอลพีจีเอ มาสเตอร์ส แมทช์ปิดฤดูกาล ไทยแอลพีจีเอ ทัวร์ 2026 ชิงเงินรางวัลรวม 4 ล้านบาท ณ สนามสิงห์ปาร์ค ขอนแก่น กอล์ฟคลับ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569
สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี จัดการแข่งขันกอล์ฟ สิงห์-เอสเอที ไทยแอลพีจีเอ มาสเตอร์ส รายการสุดท้ายปิดฤดูกาล 2569 ระหว่างวันที่ 17-19 กันยายน 2569 ณ สนามสิงห์ปาร์ค ขอนแก่น กอล์ฟคลับ ระยะ 6,589 หลา พาร์ 72 มีนักกอล์ฟสตรีจาก 8 ชาติเข้าร่วมแข่งขัน ประกอบด้วย เกาหลีใต้, ฟิลิปปินส์,อินเดีย,ญี่ปุ่น,อินโดนีเซีย,มาเลเซีย,ไต้หวัน และประเทศไทยจำนวน 92 คน เป็นนักกอล์ฟอาชีพ 86 คน นักกอล์ฟสมัครเล่น 6 คน
เมื่อผ่านการแข่งขัน 2 วัน 36 หลุม จะมีการตัดตัวผู้เล่นเข้าไปแข่งรอบสุดท้ายที่ 50 อันดับและเสมอ (ไม่รวมนักกอล์ฟสมัครเล่น) โดยตัดที่สกอร์ 4 โอเวอร์พาร์ 148 รวม 56 คน เป็นนักกอล์ฟอาชีพ 52 คนและนักกอล์ฟสมัครเล่น 4 คน ผู้ชนะจะได้รับถ้วยรางวัลและเงินรางวัล 520,000 บาท ส่วนแชมป์นักกอล์ฟสมัครเล่นจะได้รับโล่รางวัลเกียรติยศ จากนายกสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี
จบรอบที่สองของการชิงชัย วันที่ 18 กันยายน 2569 ปรากฏว่า โปรแชมเปญ-เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์ วัย 30 ปีจากบึงกาฬ เจ้าของแชมป์โคแซงค์ชั่นระหว่างได้หวันแอลพีจีเอ และสเต็ปอัป ทัวร์ (รองของญี่ปุ่น) เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เก็บได้ 5 อันเดอร์พาร์ 67 จาก 6 เบอร์ดี้ที่หลุม 3,4,6,8,10 และ 16 เสียโบกี้เดียวที่หลุม 9 สองวันรวม 4 อันเดอร์พาร์ 140
แซงขึ้นเป็นผู้นำร่วมกับ โปรนุ๊ก-บุษบากร สุขพันธ์ วัย 28 ปีจากเชียงรายเจ้าของแชมป์ไชน่า แอลพีจีเอ ทัวร์ เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผู้นำในรอบแรก ที่ทำได้อีก 1 อันเดอร์พาร์ 71 จาก 3 เบอร์ดี้ที่หลุม 2,4 และ 10 เสียสองโบกี้ที่หลุม 13 และ 16
โปรแชมเปญ-เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์ กล่าวว่า “วันนี้เหล็กดีซึ่งก็ดีตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่วันนี้พัตต์ดีมาก ทำแต้มได้มากขึ้นแต่ก็ยังมีเสียสามพัตต์หนึ่งหลุม สภาพสนามวันนี้แฉะน้อยลงกว่าเมื่อวานแต่กรีนยังแข็งอยู่นิดหน่อย สี่อันเดอร์วันนี้ก็พอใจค่ะพรุ่งนี้ก็อยากให้ไหลลื่นเหมือนวันนี้ หวังว่าจะมีโชคพัตต์ลงเยอะๆ”
โปรนุ๊ก-บุษบากร สุขพันธ์ เผยว่า “วันนี้ทำได้ 1 อันเดอร์ มีไม่ค่อยไหลลื่นช่วงรอบหลังนิดหหน่อยเพราะไปอยู่ในจุดที่หลุมค่อนข้างยาก จังหวะเหล็กวันนี้ไม่ค่อยดีก็เลยทำให้ต้องแก้ไข ทำให้เสียสองโบกี้ในรอบหลัง พรุ่งนี้ก็เต็มที่เท่าที่จะทำได้ พยายามมีสมาธิกับเกมการเล่นของตัวเองให้มากขึ้นอีกนิด พยามยามละเอียดมากขึ้นอีกหน่อยในเรื่องของไลน์บนกรีน เพราะที่นี่ะต้องตั้งใจดูดีๆเลยค่ะ”
อันดับสามตามไล่หลังมาสโตรกเดียวที่ 3 อันเดอร์พาร์ 141 สามคนได้แก่ โปรกรีน-วันชนา โพธิ์เรืองรอง จากสุรินทร์(67) อดีตแชมป์ไทยแอลพีจีเอ สนามนี้สองสมัยเมื่อปี 2558 และ 2559, โปรแพรว นนทรักส์ จากลำปาง(69) รองแชมป์ไทยแอลพีจีเอ 2026 สนาม 4 ที่มาเจสติกครีก และโปรกล้วย-กุสุมา มีชัย จากปราจีนบุรี (71)
โปรกรีน-วันชนา เปิดใจว่า “วันนี้แอพโพรชค่อนข้างดีและพัตต์เป็นไปตามที่ตั้งใจ กรีนเร็วกว่าทุกวัน สปีดดีมากทำให้พัตต์ลื่นขี้น เทียบกับสมัยคว้าแชมป์สองปีติดต่อกันเมื่อ พ.ศ. 2558-2559 สภาพสนามก็ไม่เปลี่ยน เพียงแต่มีฝนตกและระยะไกลขึ้น วันสุดท้ายก็เล่นตามเกมของเราให้มากที่สุดแล้วแต่อะไรจะเกิดขี้น มั่นใจในตัวเองเยอะขี้น เล่นในช็อตที่ตั้งใจเล่นมากขึ้นค่ะ”
ส่วนนักกอล์ฟสมัครเล่นคะแนนดีที่สุดเป็นของ ภลินี วิมูลชาติ จากชลบุรี แชมป์สมัครเล่นไทยแอลพีจีเอ สนาม 8 ที่เทรชเชอร์ฮิลส์ ทำคะแนนได้ 2 อันเดอร์พาร์ 142 ในลำดับที่ 6 ร่วมของทัวร์นาเมนท์
สำหรับการแข่งขันรอบสุดท้าย วันที่ 19 กันยายน 2569 กลุ่มผู้นำประกอบด้วย เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์, บุษบากร สุขพันธ์ และ วันชนา โพธิ์เรืองรอง จะออกสตาร์ทที่หลุม 1 เวลา 08.39 น.และจะมีพิธีมอบรางวัลในเวลาประมาณ13.30 น.
ผลการแข่งขันรอบสอง วันที่ 18 กันยายน 2569
140 เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์ 73-67,บุษบากร สุขพันธ์ 69-71
141 วันชนา โพธิ์เรืองรอง 74-67,แพรว นนทรักส์ 72-68,กุสุมา มีชัย 70-71
142 วรรษวัลย์ สังคพงษ์ 74-68,ธนพร ผลิตวานนท์ 73-69 ,ภาสินี ทองแท่งใหญ่ 72-70,ภลินี วิมูลชาติ(สมัครเล่น) 71-71,พรรณรายณ์ มีสมอรรถ 71-71,วิชาณี มีชัย 71-71,ปรินดา โพธิ์กัณฑ์ 70-72
143 อลิสา อินทร์ประสิทธิ์ 73-70,ภิญญาดา คุวานันท์ 73-70,อรกนก สร้อยสุวรรณ 73-70,ศัณย์พร ลางคุลเกษตริน 72-71,แองเจิล ทองอร่าม 72-71,กรวรรณ เบญนุกูล(สมัครเล่น) 70-73
อีกหนึ่งช่องทางการติดตามข่าว
อ้างอิง
โฆษณา