19 ก.ย. เวลา 03:49 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
AI ไม่มีอารมณ์ ไม่มีจิต .สิ่งที่ทำร้าย ทำลายมนุษย์ ก็มนุษย์ด้วยกันเอง เหมือนสัตว์ที่เกิดตายในท้องทะเล ในจักรวาล ก็มาจิตที่เค้ามีอิทธิฤทธิ์ อิทธิเดช เค้าส่ง เรื่องราวต่างๆมาให้เป็นความรู้ประดิษฐ์สิ่งนั้นสิ่งนี้ .จำไม่ได้ .เค้าชื่อเรียก พญามาร ก็มีความรู้ในสิ่งเหล่านั้น ที่จะทำให้มนุษย์หลงใหล ที่ว่า พญามารเป็นใญ่ในโลก
แล้วก็ยังมีเรื่องราว จิตที่เคยเกิดเป็นมนุษย์ เก่งกาาจ แต่ไปตกนรกเสียนาน เค้าก็ขึ้นมาจากดินแดนนรก เคยถามพระ ว่า จิตไอสไตล์มาจากไหน ถึงเก่งกาจ พร่ะท่านก็บอกว่า เค้าเคยเก่งมา ก็มาทำต่อ
ส่วนจิตที่มาจากที่สูง เค้าก็ใช้กายมนุษย์ไปทำอีกแบบหนึ่ง ที่ว่า เลือกทางเดินของจิต.ที่ว่า เมตตา กรุณาจิต ตนเองให้พ้่นทุกกข์ เพราะจิตนั้น .มันเวียนว่ายตายเกิด ก็มาทำความรู้จัก แล้วก็ทำให้ยุติการเกิด ดีที่สุด. จะได้พ้นทุกข์ พอมาคำว่า กุศลบารมี มันไม่มีในตำร่าวิทยาศาสตร์ สอนให้ทำ ก็ต้องอาศัย .จิตที่อาศัยกายมาเรียนรู้ .เรียนรู้จากใคร เค้าก็มีคำว่า อาจารยผ์นอกที่ทำได้ เมตาตาช่วยแนะนำสอนให้
มีเรื่องราว พระสิทธัตถะที่ท่านนั่งป่า ก็มีอาจารณ์ ช่วยแนะนำ บอกให้ เจ้าชายสิทธัตถะ ท่านก็ไปทำต่อของท่าน ไปจนสำเร็จ ยุติการเกิด
ท่านบอกว่า เข้าป่า ก็เอาความรู้ต่างที่จดจำ ไปสี้างแต่กรรม เอามันไปทิ้ง ท่านก็บอกว่า เวลาทำทำสมาธิ ไม่ต้องไปนึกคิดอะไร พิจารณาอะไร มันก็เป็นอารมณ์นึกคิด . ก็ทำสมาธิ .ไม่ต้องนึกคิดอะไร รวบรวมจิตให้เป็นหนึ่งก่อน .
ที่มาเขียนนี้ มันสวนทาง กับหัวข้อ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี แต่ส่วนนั้น ก็เรียกว่า เรื่องราวของโลก ตามยุคสมัย ที่โลกนี้ ก็เป็นอย่างนี้ เจริญวัตถุ จิตก็ไม่เจริญ เจริญทางจิต .วัตถุ ก็ถอยไป
โลกนี้ เป็น สถานที่ กึ่งกลาง ให้จิต . ที่เกิดมาอาศัยกายพ่อแม่เป็นมนุษย์ ที่ว่า พรั่งพร้อมด้วย สติปัญญา มาอาศัย กินนอน อยู่ในเรือนกายมนุษย์ ชั่วขณะหนึ่ง กายมนุษย์ .นั้น สิ่งปรุงแต่ง บ้างก็ฉลาด เก่งกาจ ทะเยอทะยาน ติดสิ่งนั้นสิ่งนี้ สร้างสิ่งอำนวยความสะดวก มันก็มีไม่กี่คน ที่ว่า คิดค้นได้ แล้วก็ตายจากโลกไป ที่เค้าว่าให้มาอาศัย โลกชั่วขณะหนึ่ง แล้วจากลา กายมนุษย์ .
เรื่องราวที่จิตแต่ละดวง ต่างมีกรรม มาเกิดให้อาศัย มีกรยกรรม เป็นภาระ ต้องหาน้ำเลือดน้ำหนองผู้ที่อื่น ใมหล่อเลี้ยงเรืกาย น้ำเลือดหนองผู้อื่นก็รวมทั้งแรกกายผู้อื่น เข่นชาวนาชาวไร่ที่ปลูกข้าว
คราวนี้ ในกายก็มีตัวกินเลือดกิเนื้อ เวลาเป็นแผลชกช้ำ ก็จะโล่ขึ้นมา กัดกินน้ำเลือดน้ำหนอง พอแก่เฒ่าชรา มัรก็กัดกินส่วนไหน ที่เลือดลมเดินไม่สะดวก กัดกินภายในกาย อวัยวะภายใน .ให้เจ็บป่วยทุกข์ทรมาน เวลาไปน้เลือดน้ำหองเค้่มากิน เอร็ดอร่อยที่ปลายลิ้น แล้วก็ขับของเสียถายทิ้ง คราวนี้ มันก็มีตัวกินเลือดกินเนื้อกมากัดกินกายนี้ เอร็ดอร่อยบ้าง
โลกนี้ ก็มีจิตเกิดมาอาศัยกายมนุษย์ ตั้งแตีอดีตแล้วจากลาไป ไม่มีใคอยู่ได้นาน ต่างมีอายุขัย ให้ใช้กายนี้ ถึงเวลา เค้าบอกให้หมดลม กันทั้งนั้น เค้าให้มาอาศัย เลือทางที่จิตจะไปทางนีก ทางสัตว์ ทางสวรรค์ ไปถึงดินแดนพระนิพพาน ก็ต้องมาอาศัยกายพ่อแม่เป็นมนุษย์ จิตที่มาอาศัยกายมนุษย์ ก็มีมาจาก ดินแดนเวียนว่ายตายเกิด คราวที่จิตอบาย ดินแดนทุกข์ทรมานมาเกิดกันมาก จิตที่มาจากดินแดนที่ใี่ที่มีความสุข สวรรค์ชั้นฟ้า ก็มาเกิดน้อย
มาถึงยุคสมัย ที่ว่า เจริญวัตถุ . เค้าให้เจริญวัตถุ เอาไปสร้างทำลาย ทำร้ายมนุษย์ด้วยกันเอง เอารัดเอาเปรียบ ให้หลงใหล แค่นั้น ยึดถือ สิ่งที่ว่าอำนวย สุขสบายกายและอารมณ์ ทีปรนเปรอปรุงแต่งกาย ส่วนจิตทีที่อาศัยกายนี้ นี้ ก็หลงใหล ไหลลงไปทางอบวาย ที่ว่า กามาวจร มีโลลโกรธหลง เกามะต่างๆ จิตที่อาศัยมกายก็หลงใหล แหวกออกมาไม่ได้
ที่ว่า โลกนั้น .เค้าให้มาเลือกทางที่ตะไป ไปสถานที่ดีๆ เค้าก็มีการเก็บจิต ก็ค่อยเก็บมาเรื่อยงๆสงตราม เข่นฆ่ากันเอง เอารัดเอาเปรียบ แรงกาย ใครร่ำรวย ก็ไปหา .กำไร ผลประโยชน์ จากจิตน้อยๆ ค้าแรงกาย ที่มาแลกเปลี่ยนแรงกายเป็นปัจจัตเงินทอง ต่อไปๆ ก็จะมี่โรค แค่สูดลมเข้าไป ก็ไม่ลมออก .เก็บจิตมนุษย์ อ้อ.ไม่ใช่จิตมนุษย์ . เค้ามาอาศัยเพียงรูปมนุษย์ แต่จิตที่อาศัยในกาย ไม่ใช่จิตมนุษย์
เรื่องราวการเก็บกวดมนุษย์ ก็ทำมาเรื่อย พายุ แผ่นดินไหว สึนามิ โรคระบาด ก็มีความรุนแรงเพิ่มากขึ้น มนุษย์ก็เกิดกันน้อยลงไป . ไปตามยุคสมัยของโลกที่ว่า ให่เกิดมาอาศัยชั่วขณะหนึ่ง เลือกทาง เกิด เกิดๆตาย ๆปทีสถานที่ ทุกข์ทรมานยางนานม หรือ ไปสถานที่สุขยาวนาน หรือ ยุติการเกิด . จะได้มาต้องมีทุกข์ อาศัยกายที่เกิดแก่เจ็บตายอีก
โลก. สมมุติ . เกิดมาอาโลกที่เค้า สมมุติ .หลอดจิตให่ยึดถือ .จจมอยู่กับการเกิดแก่เจ็บตาย ไม่สิ้นสุด ใครจะมีสติปัญญา หนี .โลกที่หลอกจิตให้พลวยึดได้ . ทำสมมุติ ให้เป็นวิมุตติ
โฆษณา