Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Sukrita2008 part.,ltd
•
ติดตาม
19 ก.ย. เวลา 07:32 • กีฬา
พื้นสนามกีฬา ไม่ได้เลือกจากราคาต่อตารางเมตรอย่างเดียว
เวลาวางแผนสร้างสนามกีฬาใหม่หรือปรับปรุงสนามเดิม คำถามแรกที่หลายคนมักถามคือ
“พื้นสนามกีฬาตารางเมตรละเท่าไร?”
คำถามนี้ไม่ผิดครับ เพราะงบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ แต่จากมุมของงานพื้นสนามกีฬา ราคาต่อตารางเมตรเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนทั้งหมดเท่านั้น
สนามสองแห่งอาจมีขนาดเท่ากัน ต้องการทำพื้นชนิดเดียวกัน และใช้สีใกล้เคียงกัน แต่ราคางานจริงอาจแตกต่างกันพอสมควร เพราะสิ่งที่อยู่ “ใต้พื้นสีที่เราเห็น” มีผลกับงานมากกว่าที่หลายคนคิด
ก่อนถามว่าจะใช้ Acrylic หรือ PU ควรถามก่อนว่า “พื้นเดิมเป็นอย่างไร?”
สำหรับงานปรับปรุงสนามเก่า สิ่งแรกที่ควรตรวจดูไม่ใช่สีที่ต้องการ แต่เป็นสภาพพื้นด้านล่าง
พื้นคอนกรีตยังแข็งแรงหรือไม่?
มีรอยแตกร้าวมากแค่ไหน?
มีบริเวณที่พื้นทรุดหรือเปล่า?
เวลาฝนตกมีน้ำขังตรงไหนบ้าง?
พื้นมีความเรียบและความลาดเอียงเหมาะสมหรือไม่?
เพราะระบบพื้นสนามกีฬาไม่ว่าจะเป็น Acrylic, PU หรือระบบอื่น ล้วนติดตั้งอยู่บนพื้นฐานเดิม หากพื้นด้านล่างมีปัญหาแล้วทำระบบใหม่ทับลงไปโดยไม่แก้ไข สุดท้ายปัญหาจากพื้นฐานก็มีโอกาสกลับมาแสดงบนผิวสนามใหม่อีกครั้ง
ดังนั้นบางหน้างานต้นทุนส่วนสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่สีสนาม แต่อยู่ที่การเตรียมและซ่อมพื้นก่อนเริ่มระบบจริง
สนามขนาดเท่ากัน ไม่ได้แปลว่าควรใช้พื้นเหมือนกัน
อีกเรื่องที่ต้องดูคือ “เล่นกีฬาอะไร”
ลองเปรียบเทียบสนามบาสเกตบอลกลางแจ้งกับสนามแบดมินตันในอาคาร
สนามบาสกลางแจ้งต้องรับแดด ฝน ความชื้น และน้ำบนผิวสนาม จึงต้องให้ความสำคัญกับสภาพอากาศและการระบายน้ำมาก
ในขณะที่สนามแบดมินตันในอาคารไม่ได้เจอฝนโดยตรง แต่ผู้ใช้อาจให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นของพื้น การรองรับแรงกระแทก ความฝืด และความสบายในการเคลื่อนไหวมากกว่า
เพราะฉะนั้นคำว่า “พื้นสนามกีฬา” จึงไม่ได้หมายถึงระบบเดียวที่สามารถนำไปใช้กับทุกกีฬาได้เหมือนกันหมด
สนามกลางแจ้ง สิ่งที่มองไม่เห็นอาจสำคัญกว่าสีสนาม
ภาพของสนามกลางแจ้งที่ทำเสร็จใหม่มักดึงดูดสายตาด้วยสีสวย เส้นสนามคม และพื้นดูเรียบ
แต่ก่อนจะได้ภาพแบบนั้น สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือระบบระบายน้ำ
สนามกลางแจ้งควรมีความลาดเอียงที่เหมาะสมเพื่อให้น้ำไหลออกจากพื้นที่ ไม่ควรมีจุดต่ำที่น้ำรวมตัวกันหลังฝนตก
หากพื้นมีน้ำขังบ่อย นอกจากจะทำให้ใช้งานสนามไม่ได้ในช่วงนั้นแล้ว ยังอาจส่งผลต่อความสกปรกของผิว การเสื่อมสภาพ และปัญหาอื่นตามมาในระยะยาว
ดังนั้นก่อนเลือกว่าจะใช้ Acrylic, PU Coating หรือ PP Interlocking ควรตรวจสภาพพื้นคอนกรีตและการระบายน้ำก่อนเสมอ
ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องระบบพื้นสำหรับงานภายนอก สามารถดูได้ที่
https://www.sukrita2008all.com/outdoor-sports-court-flooring
Acrylic, PU, PVC, EPDM ต่างกัน แต่ไม่ได้มีคำตอบเดียวว่าอะไรดีที่สุด
บางครั้งเวลาคุยเรื่องพื้นสนามกีฬา จะมีคำถามว่า
“Acrylic กับ PU อะไรดีกว่ากัน?”
จริง ๆ แล้วควรถามว่า “ระบบไหนเหมาะกับงานนี้มากกว่า”
Acrylic เป็นระบบที่พบได้บ่อยในสนาม Hard Court โดยเฉพาะสนามกลางแจ้ง เช่น บาสเกตบอล ฟุตซอล เทนนิส วอลเลย์บอล หรือพิคเคิลบอล
PU สามารถออกแบบให้มีความยืดหยุ่นและช่วยรองรับแรงกระแทก จึงถูกนำมาใช้กับสนามกีฬาในร่มหลายประเภท และมี PU บางระบบที่ออกแบบสำหรับงานภายนอก
PVC เป็นอีกทางเลือกสำหรับสนามกีฬาในร่ม โดยมีทั้งความหนาและลักษณะผิวแตกต่างกันตามประเภทการใช้งาน
EPDM มักเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความนุ่มและช่วยลดแรงกระแทก เช่น พื้นที่ออกกำลังกายหรือสนามเด็กเล่น
ส่วน PP Interlocking เป็นแผ่นประกอบล็อกที่นำมาใช้กับสนามกีฬาและพื้นที่อเนกประสงค์บางประเภทได้
วัสดุแต่ละชนิดจึงมี “หน้าที่ของตัวเอง” มากกว่าจะมีชนิดใดชนิดหนึ่งดีที่สุดสำหรับทุกงาน
ทำไมพื้นชนิดเดียวกัน ราคาจึงยังต่างกันได้?
สมมติว่ามีสนามสองแห่ง ขนาด 500 ตารางเมตรเท่ากัน และทั้งสองแห่งต้องการทำพื้น Acrylic
สนามแรกเป็นพื้นคอนกรีตใหม่ พื้นค่อนข้างเรียบ ไม่มีรอยแตกร้าวสำคัญ และทำความลาดเอียงไว้เหมาะสมแล้ว
อีกสนามหนึ่งเป็นสนามเก่า มีรอยแตกร้าวหลายจุด บางบริเวณมีน้ำขัง และต้องซ่อมผิวก่อนเริ่มงาน
ถึงแม้วัสดุผิวสุดท้ายจะเป็น Acrylic เหมือนกัน แต่ขั้นตอนก่อนถึงชั้น Acrylic ต่างกันมาก
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการถามเพียง “ราคาต่อตารางเมตร” อาจทำให้เปรียบเทียบงานผิดได้ หากรายละเอียดขอบเขตงานไม่เหมือนกัน
ราคาถูกที่สุด อาจไม่ใช่ราคาที่คุ้มที่สุด
เวลามีใบเสนอราคาหลายฉบับ สิ่งที่ควรเปรียบเทียบไม่ใช่แค่ตัวเลขรวม แต่ควรดูว่าราคานั้นรวมอะไรบ้าง
บางราคาสามารถดูต่ำกว่า เพราะไม่ได้รวมงานซ่อมพื้น ไม่รวมงานปรับผิว หรือใช้ระบบที่มีจำนวนชั้นแตกต่างกัน
ในขณะที่อีกราคาอาจสูงกว่า แต่มีการเตรียมพื้น ซ่อมรอยแตกร้าว และทำระบบครบตามลักษณะหน้างาน
ถ้าเปรียบเทียบโดยดูเฉพาะราคาสุดท้าย จึงอาจไม่ได้กำลังเปรียบเทียบงานแบบเดียวกันจริง ๆ
สนามเก่าไม่จำเป็นต้องรื้อใหม่ทุกครั้ง
อีกเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดคือ เมื่อสนามเก่า สีซีด สีลอก หรือเส้นสนามเริ่มจาง จะต้องรื้อพื้นทั้งหมดแล้วทำใหม่
จริง ๆ แล้วขึ้นอยู่กับสภาพพื้นเดิม
ถ้าโครงสร้างพื้นยังแข็งแรง อาจสามารถซ่อมพื้น เตรียมผิว เคลือบระบบใหม่ เปลี่ยนสี และตีเส้นใหม่ได้
แต่หากปัญหาเกิดจากพื้นทรุด โครงสร้างแตกร้าว หรือระบบระบายน้ำไม่เหมาะสม การทำเพียงผิวด้านบนอาจไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
ดังนั้นการประเมินหน้างานจึงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม
พื้นสนามที่ดี เริ่มจากคำถามที่ถูกต้อง
แทนที่จะเริ่มด้วยคำถามว่า
“พื้นอะไรถูกที่สุด?”
อาจเปลี่ยนเป็น
“สนามนี้ใช้เล่นกีฬาอะไร?”
“อยู่ในร่มหรือกลางแจ้ง?”
“พื้นเดิมมีปัญหาอะไร?”
“ใช้งานหนักแค่ไหน?”
“ต้องการอายุการใช้งานและการดูแลแบบใด?”
เมื่อได้คำตอบเหล่านี้แล้ว การเลือกว่าจะใช้ Acrylic, PU, PVC, EPDM, PU Coating หรือ PP Interlocking จะง่ายขึ้นมาก
เพราะสุดท้ายแล้ว พื้นสนามที่คุ้มค่าไม่ได้หมายถึงระบบที่มีราคาต่ำที่สุดเสมอไป
แต่คือระบบที่เหมาะกับประเภทกีฬา สภาพหน้างาน การใช้งาน และงบประมาณของโครงการนั้น ๆ
หากกำลังวางแผนสร้างสนามใหม่หรือปรับปรุงสนามเดิม สามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับระบบพื้นสนามกีฬา ประเภทสนาม วัสดุ และผลงานเพิ่มเติมได้ที่
https://www.sukrita2008all.com/
Sukrita2008 รับทำและปรับปรุงพื้นสนามกีฬา Acrylic, PU, PU Coating Hard Court, PVC, EPDM และระบบพื้นสนามกีฬาอเนกประสงค์
ไลฟ์สไตล์
ธุรกิจ
กีฬา
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย