Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Timeless History (ประวัติศาสตร์ไร้กาลเวลา)
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 11:03 • ประวัติศาสตร์
63 ปีบนบัลลังก์ กับแปดครั้งที่ถูกลอบปลงพระชนม์
“สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย (Queen Victoria) พระประมุขแห่งสหราชอาณาจักร ทรงครองราชย์ตั้งแต่ปีค.ศ.1837-1901 (พ.ศ.2380-2444) โดยตลอดระยะเวลาอันยาวนานของการครองราชย์ พระองค์ทรงเผชิญเหตุลอบปลงพระชนม์อย่างน้อยแปดครั้ง มากกว่าพระมหากษัตริย์อังกฤษพระองค์อื่น
เหตุการณ์เหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงอันตรายของการเป็นบุคคลสาธารณะในสมัยศตวรรษที่ 19 เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความอดทนของพระองค์ ท่ามกลางความท้าทายในการปกครองจักรวรรดิอันกว้างใหญ่ในยุคที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความไม่สงบทางการเมือง
ความพยายามลอบปลงพระชนม์ครั้งแรกเกิดขึ้นในปีค.ศ.1840 (พ.ศ.2383) เพียงไม่กี่ปีหลังจากพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ โดยชายหนุ่มว่างงานชื่อ “เอ็ดเวิร์ด ออกซ์ฟอร์ด (Edward Oxford)” ใช้ปืนพกสองกระบอกยิงไปยังองค์พระราชินีขณะที่พระองค์ประทับอยู่ในรถม้าเปิดประทุนร่วมกับ “เจ้าชายอัลเบิร์ต (Prince Albert)“ พระสวามี แต่โชคดีที่กระสุนทั้งสองนัดพลาดเป้าและพระองค์มิได้รับอันตราย โดยต่อมาออกซ์ฟอร์ดถูกตัดสินว่าไม่มีความผิดด้วยเหตุวิกลจริต
เหตุการณ์นี้ดูคล้ายจะเป็นจุดเริ่มต้นของรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำในเวลาต่อมา เพราะผู้ที่พยายามทำร้ายพระราชินีวิกตอเรียหลายคนมีปัญหาทางจิตหรือกระทำการภายใต้ความเชื่อและความคิดที่ผิดไปจากความเป็นจริง
ในปีค.ศ.1842 (พ.ศ.2385) พระราชินีวิกตอเรียต้องเผชิญภัยอีกหลายครั้ง โดยครั้งหนึ่ง ชายชื่อ “จอห์น ฟรานซิส (John Francis)” พยายามใช้อาวุธปืนลอบปลงพระชนม์ขณะที่พระราชินีเสด็จผ่าน แต่ไม่สำเร็จ และไม่นานหลังจากนั้น “จอห์น วิลเลียม บีน (John William Bean)” ก็พยายามใช้อาวุธปืนทำร้ายพระองค์เช่นกัน แต่ก็ล้มเหลว
ภัยคุกคามยังคงดำเนินต่อไป โดยในปีค.ศ.1849 (พ.ศ.2392) “วิลเลียม แฮมิลตัน (William Hamilton)” ได้ยิงปืนพกซึ่งไม่ได้บรรจุกระสุนจริงเข้าใส่พระราชินี เนื่องจากแฮมิลตันไม่พอใจต่อสภาพความทุกข์ยากในไอร์แลนด์ โดยแม้พระราชินีจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวก็ตอกย้ำว่าการเสด็จปรากฏพระองค์ต่อสาธารณชนยังคงมีความเสี่ยงอย่างยิ่ง
หนึ่งปีต่อมา ค.ศ.1850 (พ.ศ.2393) ได้เกิดเหตุการณ์ที่แตกต่างจากครั้งก่อนๆ เพราะผู้ก่อเหตุสามารถเข้าถึงพระองค์ได้โดยตรง นั่นคือ “โรเบิร์ต เพต (Robert Pate)” อดีตนายทหาร ได้ใช้ไม้เท้าฟาดพระราชินีขณะพระองค์ประทับอยู่ในรถม้า ซึ่งการโจมตีนี้ทำให้พระพักตร์ของพระองค์ได้รับบาดเจ็บและมีรอยฟกช้ำ และนับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ผู้ก่อเหตุสามารถทำร้ายพระองค์จนได้รับบาดเจ็บจริง
หลายสิบปีต่อมา ภัยคุกคามก็ยังไม่สิ้นสุด ในปีค.ศ.1872 (พ.ศ.2415) “อาร์เธอร์ โอคอนเนอร์ (Arthur O’Connor)” ได้เข้าใกล้พระราชินีพร้อมปืนพก โดยมีจุดประสงค์เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องทางการเมืองเรื่องไอร์แลนด์ อย่างไรก็ตาม เขาถูกควบคุมตัวก่อนที่จะสามารถทำอันตรายพระองค์ได้
จากนั้นในปีค.ศ.1882 (พ.ศ.2425) “โรเดอริก แม็คลีน (Roderick Maclean)” ใช้ปืนลูกโม่ยิงไปยังพระราชินีในบริเวณใกล้สถานีรถไฟวินด์เซอร์ แต่กระสุนพลาดเป้า พระองค์จึงไม่ได้รับบาดเจ็บ โดยเรื่องเล่าที่มีชื่อเสียงจากเหตุการณ์ครั้งนั้นระบุว่า กลุ่มนักเรียนจากวิทยาลัยอีตัน (Eton College) ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียง ได้เข้าช่วยจัดการกับผู้ก่อเหตุ โดยใช้ร่มของพวกเขาฟาดแม็คลีน ก่อนที่เขาจะถูกควบคุมตัว
สิ่งที่โดดเด่นตลอดเหตุการณ์เหล่านี้คือ แม้สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียจะทรงเผชิญภัยคุกคามต่อพระชนม์ชีพครั้งแล้วครั้งเล่า พระองค์ก็ยังคงเสด็จออกปรากฏพระองค์ต่อสาธารณชน และมิได้ทรงปล่อยให้ความหวาดกลัวทำให้พระองค์ถอนตัวออกจากพระราชกรณียกิจ
ในอีกด้านหนึ่ง การลอบปลงพระชนม์หลายครั้งกลับส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความเห็นอกเห็นใจและสนับสนุนพระราชินีมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน รัฐบาลอังกฤษก็ต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและปรับปรุงกฎหมายเพื่อรับมือกับภัยคุกคามต่อองค์พระมหากษัตริย์
เหตุการณ์ในช่วงต้นรัชสมัยมีส่วนผลักดันให้รัฐสภาอังกฤษตรา “Treason Act 1842” ซึ่งกำหนดความผิดเกี่ยวกับการใช้อาวุธหรือการกระทำบางประการเพื่อทำร้ายหรือข่มขู่พระมหากษัตริย์ รวมถึงการกระทำที่มีเจตนาสร้างความตื่นตระหนกแก่พระองค์
เรื่องราวของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียจึงไม่ได้เป็นเพียงบันทึกเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ทรงรอดพ้นจากการลอบปลงพระชนม์หลายครั้ง หากยังสะท้อนภาพของสังคมอังกฤษในสมัยศตวรรษที่ 19 ซึ่งกำลังเผชิญกับทั้งความเหลื่อมล้ำ ความไม่สงบทางการเมือง กระแสชาตินิยม และความเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างรวดเร็ว
ตลอดรัชสมัยกว่า 63 ปี ภัยคุกคามเหล่านี้ไม่อาจทำให้พระราชินีนาถวิกตอเรียทรงยุติการปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่อสาธารณชนได้ และเหตุการณ์เหล่านั้นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อันน่าทึ่งของพระมหากษัตริย์ผู้เป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัยที่โลกเรียกขานในเวลาต่อมาว่า “ยุควิกตอเรีย (Victorian Era)“
ประวัติศาสตร์
3 บันทึก
9
1
3
9
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย