•
21 ก.ย. เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก

124 ผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมถูกสังหารในปี 2025 เมื่อการปกป้องป่าและที่ดินกลายเป็นความเสี่ยงถึงชีวิต

การออกมาปกป้องป่า ที่ดิน หรือแม่น้ำ อาจทำให้คนธรรมดาคนหนึ่งตกอยู่ในอันตราย…
ข้อมูลจาก Global Witness รายงานว่า ตลอดปี 2025 มีผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมและที่ดินจากทั่วโลกถูกสังหารไปอย่างน้อย 124 ราย
บางคนเป็นเกษตรกร คนพื้นเมือง ผู้นำชุมชน นักกิจกรรม และคนในท้องถิ่นที่ออกมาคัดค้านการทำเหมือง การตัดไม้ การทำเกษตรอุตสาหกรรม หรือโครงการต่างๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่
ถ้านับตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งเป็นปีแรกที่ Global Witness องค์กรระหว่างประเทศที่ทำงานด้าน สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และการเปิดโปงการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ เริ่มเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ มีผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมและที่ดินถูกสังหารหรือถูกทำให้สูญหายแล้วอย่างน้อย 2,375 คน
ซึ่งนั่นหมายความว่า สำหรับคนบางกลุ่ม การปกป้องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่กิจกรรมที่ทำเป็นครั้งคราวแล้วก็จบ แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันและพื้นที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ และมีราคาของความเสี่ยงสูงลิ่ว
ในบางชุมชน ป่าคือแหล่งอาหาร เป็นพื้นที่ทำกิน เป็นแหล่งน้ำ หรือเป็นสถานที่ที่มีความหมายทางวัฒนธรรม เมื่อมีคนภายนอกเข้ามาต้องการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ ความขัดแย้งจึงเกิดขึ้นได้ง่าย และคนที่ออกมาพูดแทนชุมชนก็มักกลายเป็นคนที่ถูกจับตามองก่อน
นอกจากการทำร้ายถึงขั้นเอาชีวิต ผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมบางคนถูกข่มขู่ ทำร้าย บางคนถูกจับกุมหรือฟ้องร้อง ขณะที่บางคนถูกโจมตีผ่านสื่อและโซเชียลมีเดีย เพื่อทำให้คนอื่นมองพวกเขาในแง่ลบหรือทำให้ต้องหยุดเคลื่อนไหว
และตัวเลขที่ถูกรวบรวมมานั้น ยังมีหมายเหตุตัวโตๆ ว่าเหตุการณ์หรือความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหา เพราะยังมีเหตุการณ์อีกจำนวนมากที่เกิดขึ้นก่อนหน้า และอาจไม่ได้ถูกรายงานหรือไม่สามารถตรวจสอบได้
หนึ่งในตัวอย่างที่รายงานพูดถึงอยู่ในอินโดนีเซีย ชุมชนชนพื้นเมือง Dayak ในพื้นที่ Sabar Bubu พยายามปกป้องป่าและพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชุมชน เมื่อเกิดความขัดแย้งกับบริษัท ผู้นำชุมชนต้องเผชิญกับแรงกดดันและกระบวนการทางกฎหมายจากการออกมาปกป้องพื้นที่
อีกตัวอย่างมาจากเปรู ซึ่งชุมชนชนพื้นเมืองในป่าแอมะซอน ต้องรับมือกับกลุ่มที่เข้ามาทำกิจกรรมผิดกฎหมายในพื้นที่ ทั้งการตัดไม้และกิจกรรมอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน ผู้นำบางคนถูกคุกคาม และบางคนถูกสังหาร
กรณีตัวอย่างในประเทศเปรู ชุมชนยังได้จัดตั้งกลุ่ม Indigenous Guards ขึ้น ให้คนในชุมชนช่วยกันลาดตระเวนพื้นที่ ตรวจสอบสิ่งผิดปกติ และแจ้งเตือนเมื่อพบภัยคุกคาม นอกจากนี้ยังสร้างเครือข่ายกับทนายความและหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้มีคนเข้ามาช่วยเมื่อเกิดเหตุ
แนวคิดนี้เป็นส่วนสำคัญของรายงาน Global Witness ฉบับล่าสุด ซึ่งเสนอว่า การดูแลความปลอดภัยของผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมอาจต้องเปลี่ยนจากการปกป้อง “คนที่กำลังถูกคุกคาม” เพียงคนเดียว ไปสู่การสร้างระบบที่ทำให้ทั้งชุมชนปลอดภัยขึ้น
เพราะในหลายกรณี คนที่ถูกคุกคามไม่ได้ถูกเลือกเพราะตัวเขาเป็นปัญหา แต่เพราะเขาเป็นตัวแทนของคนจำนวนมากที่กำลังปกป้องพื้นที่เดียวกัน
ถ้าผู้นำชุมชนคนหนึ่งถูกข่มขู่ การพาเขาออกจากพื้นที่อาจช่วยให้ปลอดภัยในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ถ้าปัญหาเรื่องที่ดินยังไม่ได้รับการแก้ไข คนอื่นที่เข้ามารับหน้าที่ต่ออาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงแบบเดียวกัน
การป้องกันจึงจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ตั้งแต่ทำให้ชุมชนรู้ว่ากำลังมีภัยอะไรเข้ามา มีระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุ มีคนที่สามารถให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่ถูกคุกคาม และที่สำคัญคือชุมชนต้องมีสิทธิในที่ดินและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับพื้นที่ของตัวเอง
ตัวเลขในปี 2025 ยังชี้ว่า ประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ ของผู้เสียชีวิต (หรือ 105 คนที่ตรวจสอบได้) อยู่ในประเทศแถบละตินอเมริกา
บราซิลเป็นหนึ่งในประเทศที่มีปัญหานี้ชัดเจน โดยจำนวนการสังหารที่ตรวจสอบได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปีก่อน และเกือบทั้งหมดเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งเรื่องที่ดิน
นอกจากนี้ ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตทั่วโลกลดลงจาก 196 คนในปี 2023 เหลือ 142 คนในปี 2024 และ 124 คนในปี 2025 แต่ Global Witness เตือนว่าตัวเลขที่ลดลงไม่ควรถูกมองตรงๆ ว่าความรุนแรงลดลง เพราะยังมีพื้นที่อีกมากที่ไม่สามารถเก็บข้อมูลได้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่กำลังเกิดสงครามหรือมีข้อจำกัดในการทำงานขององค์กรภาคประชาชน
เรื่องนี้ จึงย้อนกลับมาที่คำถามพื้นฐานมากกว่าว่า เมื่อคนกลุ่มหนึ่งกำลังปกป้องป่าหรือที่ดินที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ ใครควรเป็นคนดูแลความปลอดภัยของพวกเขา
คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่การส่งเจ้าหน้าที่ไปคุ้มกันคนที่ถูกข่มขู่ทีละคน แต่อาจต้องทำให้คนทั้งชุมชนมีเครื่องมือในการป้องกันตัวเอง มีสิทธิในพื้นที่ มีช่องทางเข้าถึงกฎหมาย และสามารถส่งเสียงออกมาได้โดยไม่ต้องเสี่ยงชีวิตทุกครั้งที่ลุกขึ้นมาพูด
อ่านรายงานฉบับเต็มที่ Collective power The struggle for protection for land and environmental defenders https://globalwitness.org/en/campaigns/land-and-environmental-defenders/collective-power/
โฆษณา