Eventing มีรากมาจากการทดสอบสมรรถนะของทหารม้าและความสามารถในการใช้งานของม้า โดยได้รับการบรรจุในกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกที่กรุงสต็อกโฮล์มในปี 1912 ซึ่งในเวลานั้นการแข่งขันมีองค์ประกอบของ Endurance, Cross Country, Steeplechase, Jumping และ Dressage ก่อนที่รูปแบบการแข่งขันจะพัฒนามาเป็น Long Format ซึ่งประกอบด้วย 4 เฟส ได้แก่
Phase A Roads & Tracks การวิ่งตามเส้นทางเพื่อเตรียมความพร้อมของม้า
Phase B คือการกระโดดข้ามรั้วพุ่มไม้ด้วยความเร็วสูง
Phase C การวิ่งทางตรงระยะไกล
Phase D Cross Country การกระโดดข้ามเครื่องกีดขวางบนเส้นทาง Cross Country
และหลังจบ Phase D ก็จะเข้าสู่รายการแข่งขัน Show Jumping ซึ่งเป็นบททดสอบสุดท้าย
หลัง Phase C ม้าและนักกีฬาจะเข้าสู่คอกพัก เพื่อให้ม้าได้รับการตรวจจากสัตวแพทย์ โดยม้าต้องมีอัตราการเต้นของหัวใจต่ำกว่า 80 ครั้งต่อนาทีภายในเวลาที่กำหนด จึงจะสามารถเข้าสู่ Phase D ได้
ตั้งแต่โอลิมปิกเอเธนส์ 2004 รูปแบบ Short Format ได้เข้ามาแทนที่รูปแบบ Long Format ในการแข่งขันระดับสูงหลายรายการ โดยตัด Roads & Tracks และ Steeplechase ออกเหลือ 3 Tests หลัก ได้แก่ Dressage, Cross Country และ Show Jumping ะทำให้การแข่งขันกระชับขึ้น และสามารถแข่งขันได้ทั้งประเภทบุคคลและทีม