•
22 ก.ย. เวลา 00:53 • นิยาย เรื่องสั้น

สภากาแล็กซี เกมอำนาจที่มองไม่เห็น [รัฐศาสตร์จักรวาล]

วันลงคะแนนญัตติ 4782
ห้องประชุมสภากาแล็กซี ปีที่ 450 Contact
ห้องประชุมใหญ่ของสภากาแล็กซีตั้งอยู่ ณ ใจกลางอาคารสภาบนดาวเคราะห์กลาง เมืองนีออส มันคือสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยพบเห็นในกาแล็กซี
นับตั้งแต่เราก้าวออกจากระบบสุริยะของตนเองเมื่อเกือบห้าร้อยปีก่อน ทรงกลมขนาดมหึมาที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสามร้อยเมตร ถูกออกแบบมาให้รองรับสิ่งมีชีวิตทุกรูปแบบเท่าที่อารยธรรมสี่สิบเจ็ดแห่งผู้ก่อตั้งจะจินตนาการได้ในยุคเริ่มต้น และถูกปรับปรุงต่อเติมอีกนับครั้งไม่ถ้วนตลอดสี่พันปีที่ผ่านมาเพื่อรองรับสมาชิกใหม่และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น
ที่นั่งผู้แทนเรียงรายเป็นวงซ้อนลดหลั่นกันไปจากศูนย์กลางห้อง ที่นั่งแถวในสุดใกล้กับใจกลางห้องเป็นของมหาอำนาจผู้ก่อตั้ง ผู้แทนจากทูรานซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่เก่าแก่และทรงปัญญาที่สุดแห่งหนึ่งในกาแล็กซี ผู้แทนจากโอไรออนผู้สืบทอดอำนาจต่อจากจักรวรรดิโอเรียนาที่ล่มสลายไปหลังสงคราม และผู้แทนจากอารยธรรมอื่น ๆ ที่มีคะแนนเสียง 5.0 ขึ้นไป
.
.
พวกเขานั่งอยู่ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นทุกคนและถูกทุกคนมองเห็น เป็นตำแหน่งแห่งอำนาจที่ไม่ได้ถูกกำหนดโดยกฎหมายหรือข้อบังคับใด ๆ แต่ถูกกำหนดโดยขนบธรรมเนียมที่สืบทอดกันมาหลายพันปี
ถัดออกมาจากแถวในสุดเป็นที่นั่งของสมาชิกถาวรที่เพิ่มขึ้นในภายหลัง อารยธรรมที่ได้รับสมาชิกภาพเต็มหลังจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งต่าง ๆ พวกเขามีสิทธิออกเสียงเต็ม 1.0 คะแนนและมีสิทธิยับยั้งในคณะมนตรีความมั่นคง แต่พวกเขาไม่ใช่ผู้ก่อตั้ง และความแตกต่างนั้นแม้จะไม่ถูกกล่าวถึงอย่างเป็นทางการ แต่ก็ปรากฏให้เห็นในทุกพิธีการทางการทูต
.
.
ถัดออกมาอีกชั้นหนึ่งเป็นที่นั่งของสมาชิกสมทบ อารยธรรมที่ผ่านการประเมินแต่ยังไม่ได้รับสมาชิกภาพเต็ม มีสิทธิออกเสียงตั้งแต่ 0.3 ถึง 0.7 คะแนนขึ้นอยู่กับระดับการพัฒนา ไม่มีสิทธิยับยั้งในคณะมนตรีความมั่นคง และไม่สามารถดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการที่สำคัญได้
ที่นั่งของมนุษย์อยู่ตรงนี้ ในแถวนอกสุดของวงซ้อน ตำแหน่งที่ข้าพเจ้าใช้เวลาส่วนใหญ่ในสามสิบสามปีของการดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต
จากตำแหน่งนี้ ข้าพเจ้าสามารถมองเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องประชุมได้อย่างชัดเจน ข้าพเจ้าเห็นว่าใครกระซิบกระซาบกับใครก่อนการลงคะแนนสำคัญ เห็นว่าใครเดินออกจากห้องประชุมพร้อมกับใครระหว่างพักการประชุม และเห็นว่าใครส่งสัญญาณถึงใครผ่านท่าทางที่แทบจะมองไม่เห็น ข้าพเจ้าเห็นทั้งหมดนี้ แต่แทบไม่มีใครเหลียวมามองข้าพเจ้าเลย
.
.
ห้องประชุมนี้ไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับการอภิปรายและลงมติ แต่มันคือระบบนิเวศทางการเมืองที่สมบูรณ์แบบในตัวเอง ทุกตารางนิ้วของพื้นที่ ทุกระยะห่างระหว่างที่นั่ง ทุกมุมของแสงและเงา ล้วนถูกใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมืองที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
แสงในห้องประชุมเป็นสิ่งแรกที่ผู้มาเยือนสังเกตเห็นหากพวกเขาใส่ใจมากพอ มันไม่ใช่แสงสีขาวนวลที่สม่ำเสมอเหมือนในห้องที่ไม่มีหน้าต่างที่ข้าพเจ้าบรรยายไว้ในบทที่ 8 แต่มันคือแสงที่ถูกปรับแต่งอย่างพิถีพิถันตามสรีรวิทยาของแต่ละเผ่าพันธุ์
บางส่วนของห้องสว่างจ้าด้วยแสงที่เข้มข้นพอจะทำให้ผิวหนังของมนุษย์ไหม้เกรียมได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีหากไม่มีการป้องกัน เพราะผู้แทนจากอารยธรรมที่วิวัฒนาการใกล้ดาวฤกษ์ความเข้มสูงต้องการแสงในระดับนั้นเพื่อมองเห็น
บางส่วนของห้องมืดสนิทจนตามนุษย์ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย เพราะผู้แทนจากอารยธรรมที่ดำรงชีวิตอยู่ในมหาสมุทรลึกใต้พื้นน้ำแข็งของดาวเคราะห์ของพวกเขาต้องการความมืดเพื่อการสื่อสารผ่านแสงชีวภาพที่พวกเขาใช้แทนภาษา
และบางส่วนของห้องมีแสงอัลตราไวโอเลตหรืออินฟราเรดที่ตามนุษย์มองไม่เห็น แต่เป็นสเปกตรัมที่ผู้แทนจากอารยธรรมอื่นใช้ในการมองเห็นโลก
.
.
ระบบแสงนี้ถูกควบคุมโดยปัญญาประดิษฐ์ที่ทำงานร่วมกับระบบแปลจิตสำนึกรุ่นที่เจ็ด แสงจะปรับเปลี่ยนตามการเคลื่อนไหวของผู้แทนแต่ละคนเมื่อพวกเขาเดินจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งในห้องประชุม ราวกับว่าแต่ละคนมีโดมแสงส่วนตัวที่เคลื่อนที่ไปพร้อมกับพวกเขา
ข้าพเจ้าใช้เวลาหลายเดือนในการปรับตัวให้ชินกับปรากฏการณ์นี้ ในช่วงแรกของการดำรงตำแหน่ง ข้าพเจ้ามักจะสะดุ้งเมื่อเดินจากบริเวณที่สว่างเข้าสู่บริเวณที่มืดสนิทโดยไม่รู้ตัว หรือเมื่อเห็นเงาของใครบางคนปรากฏขึ้นในมุมที่แสงไม่ควรจะส่องถึง
เสียงในห้องประชุมเป็นอีกมิติหนึ่งที่มนุษย์รับรู้ได้เพียงเศษเสี้ยว ระบบซีทีเอสรุ่นที่เจ็ดแปลภาษาหลายร้อยภาษาพร้อมกันแบบเรียลไทม์ โดยถอดรหัสคลื่นสมองของผู้พูดและแปลงเป็นสัญญาณที่ผู้ฟังแต่ละคนสามารถเข้าใจได้ในภาษาของตนเอง
เสียงที่ข้าพเจ้าได้ยินผ่านอุปกรณ์รับสัญญาณขนาดเล็กที่ติดอยู่หลังใบหูเป็นภาษาอังกฤษที่ชัดเจน แต่นั่นเป็นเพียงผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการที่ซับซ้อนมหาศาล
.
.
ในความเป็นจริง ห้องประชุมเต็มไปด้วยเสียงที่มนุษย์ไม่สามารถได้ยินหากปราศจากอุปกรณ์ช่วย มีเสียงในช่วงความถี่ต่ำที่ดังสนั่นจนร่างกายของข้าพเจ้าสั่นสะเทือนโดยที่หูของข้าพเจ้าไม่ได้ยินอะไรเลย เป็นเสียงที่ผู้แทนจากเผ่าพันธุ์ขนาดใหญ่ใช้ในการสื่อสารระยะไกล
มีเสียงในช่วงอัลตราโซนิกที่สูงเกินกว่าหูมนุษย์จะรับรู้ เป็นเสียงที่ผู้แทนจากเผ่าพันธุ์แมลงใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ซับซ้อน และมีความเงียบที่ถูกแทรกด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ผู้แทนจากลูมินาใช้ในการสื่อสารก่อนที่ความสัมพันธ์ระหว่างเราจะตกอยู่ในสภาวะสงครามเย็น
.
.
กลิ่นในห้องประชุมเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะอ่านเช่นเดียวกับที่นักการทูตมนุษย์บนโลกเรียนรู้ที่จะอ่านสีหน้าและน้ำเสียง กลิ่นโอโซนจากระบบระบายอากาศที่ทำงานตลอดเวลาเพื่อกรองและปรับสภาพอากาศสำหรับสิ่งมีชีวิตหลายร้อยรูปแบบ
กลิ่นฟีโรโมนที่ผู้แทนจากเผ่าพันธุ์แมลงใช้ในการสื่อสารอารมณ์และเจตนา กลิ่นที่คล้ายกับกำมะถันจากผู้แทนที่หายใจก๊าซมีเทนและขับของเสียออกมาทางผิวหนัง
และกลิ่นที่ข้าพเจ้าไม่สามารถบรรยายได้เพราะมันไม่มีสิ่งที่เทียบเคียงได้บนโลก กลิ่นที่ระบบประสาทของมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับรู้ แต่ข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงมันกับอารยธรรมบางแห่งและสถานการณ์บางอย่าง
.
.
ผู้แทนจากอารยธรรมต่าง ๆ ที่นั่งอยู่ในห้องประชุมนี้มีความหลากหลายเกินกว่าที่มนุษย์คนใดจะจินตนาการได้ก่อนการติดต่อครั้งแรก ผู้แทนจากทูรานมีรูปร่างคล้ายมนุษย์มากที่สุดในบรรดาอารยธรรมทั้งหมดในสภา
พวกเขามีสองแขนสองขา มีใบหน้าที่ข้าพเจ้าสามารถอ่านอารมณ์ได้แม้จะไม่สมบูรณ์แบบนัก และมีอายุขัยยาวนานถึงหกร้อยถึงแปดร้อยปี
ผู้แทนจากเผ่าพันธุ์แมลงแห่งคาลดาเรียนมีรูปร่างใหญ่โตกว่ามนุษย์หลายเท่า โครงสร้างร่างกายภายนอกเป็นเปลือกแข็งสีดำมันวาว ดวงตาประกอบขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้รอบทิศทาง และสื่อสารผ่านฟีโรโมนและการสั่นสะเทือนของเปลือกนอก
ผู้แทนจากเผ่าพันธุ์ก๊าซเรืองแสงแห่งเนบิวลาอยู่ในถังโปร่งใสที่ถูกปรับสภาพแวดล้อมให้มีก๊าซมีเทนที่ความดันและอุณหภูมิที่พอเหมาะ ร่างกายของพวกเขาเป็นกลุ่มก๊าซที่เปลี่ยนสีและรูปร่างอยู่ตลอดเวลา เป็นการสื่อสารที่ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าใจได้แม้จะใช้เวลาหลายปีในการสังเกต
ผู้แทนจากอารยธรรมหุ่นยนต์ที่ถูกควบคุมจากระยะไกลนั่งนิ่งสนิทในที่นั่งของพวกเขา ร่างกายที่อยู่ในห้องประชุมเป็นเพียงเปลือกนอกที่ถูกควบคุมโดยจิตสำนึกที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยปีแสง
และผู้แทนจากอารยธรรมที่ร่างกายจริงไม่สามารถเดินทางมาถึงดาวเคราะห์กลางได้ด้วยเหตุผลทางชีววิทยาหรือเทคโนโลยี ปรากฏเป็นเพียงภาพโฮโลแกรมสามมิติที่นั่งอยู่ในที่นั่งของพวกเขา ราวกับว่าพวกเขาอยู่ที่นั่นจริง ๆ
.
.
▪️วันนี้คือวันลงคะแนนญัตติ 4782
ข้าพเจ้านั่งอยู่ในที่นั่งแถวนอกสุด มองไปรอบห้องด้วยสายตาที่ผ่านการฝึกฝนมาสิบสองปีนับจากวันที่ได้รับตำแหน่งเอกอัครราชทูต ข้าพเจ้ามองเห็นความเคลื่อนไหวที่ผู้อื่นอาจมองไม่เห็น เห็นผู้ช่วยของผู้แทนจากจักรวรรดิเดินจากที่นั่งของตนไปยังที่นั่งของสมาชิกกลุ่มเป็นกลางคนหนึ่ง กระซิบอะไรบางอย่างที่ข้าพเจ้าไม่ได้ยิน
จากนั้นสมาชิกคนนั้นก็พยักหน้าและจดอะไรบางอย่างลงในอุปกรณ์ของตน ข้าพเจ้ามองเห็นผู้แทนจากสมาพันธ์สองคนกำลังสนทนากันอย่างจริงจังในมุมหนึ่งของห้อง สีหน้าของพวกเขาเคร่งเครียดกว่าปกติ
ข้าพเจ้ามองเห็นเลขาธิการสภากาแล็กซีนั่งอยู่บนที่นั่งสูงเหนือที่ประชุม สีหน้าของเขาสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่รู้ว่าเขารู้ทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
และมองเห็นกระดานคะแนนขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่เหนือศูนย์กลางของห้องประชุม ตัวเลขที่ปรากฏบนนั้นในขณะนี้เป็นศูนย์ทั้งหมด รอการเปลี่ยนเป็นตัวเลขที่อาจกำหนดชะตากรรมของมนุษย์ในกาแล็กซีนี้ไปอีกหลายร้อยปีข้างหน้า
.
.
▪️ญัตติ 4782 คือการขอปรับสัดส่วนคะแนนเสียงของอารยธรรมมนุษย์จาก 0.3 เป็น 1.0
ตัวเลขนี้ไม่ใช่การขอความเป็นธรรมหรือความเสมอภาคในอุดมคติ มันคือการคำนวณอย่างเยือกเย็นว่ามนุษย์ควรมีสิทธิมีเสียงมากน้อยเพียงใดในสภาแห่งนี้ เมื่อพิจารณาจากระดับการพัฒนาทางเทคโนโลยี จำนวนประชากร ขนาดเศรษฐกิจ การมีส่วนร่วมในกิจการกาแล็กซี และอายุของอารยธรรมของเรา
ข้าพเจ้าไม่ได้ขอ 5.0 แบบที่จักรวรรดิมี และไม่ได้ขอ 3.0 แบบที่ซิลาเรียได้รับ ข้าพเจ้าขอเพียง 1.0 ซึ่งเป็นคะแนนเสียงขั้นต่ำของสมาชิกถาวรผู้ก่อตั้ง
และถึงกระนั้น การขอเพียงเท่านี้ก็ถูกมองว่าเป็นการท้าทายอำนาจ
จักรวรรดิโอไรออนประกาศคัดค้านญัตตินี้ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ข้าพเจ้ายื่นมันต่อสภา ผู้แทนของพวกเขากล่าวในการอภิปรายว่ามนุษย์ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ยังไม่พร้อมจะรับผิดชอบในการตัดสินใจที่มีผลกระทบต่อกาแล็กซีทั้งหมด
ยังต้องใช้เวลาอีกหลายร้อยปีภายใต้การดูแลของอารยธรรมที่ก้าวหน้ากว่าก่อนที่จะได้รับสิทธิเท่าเทียม
.
.
สมาพันธ์เสรีดวงดาวประกาศสนับสนุนญัตตินี้ แต่ข้าพเจ้ารู้ดีว่าการสนับสนุนของพวกเขาไม่ได้มาจากความเชื่อในความเสมอภาคหรือความเป็นธรรม แต่มันมาจากการคำนวณทางการเมืองที่เยือกเย็นเช่นเดียวกับการคัดค้านของจักรวรรดิ
หากมนุษย์มีคะแนนเสียงเพิ่มขึ้น เราก็จะมีน้ำหนักมากขึ้นในสภา และน้ำหนักนั้นอาจถูกใช้ในการสนับสนุนสมาพันธ์ในการถ่วงดุลอำนาจกับจักรวรรดิ
อารยธรรมขนาดเล็กส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจ พวกเขารอฟังการอภิปราย รอประเมินผลประโยชน์ของตนเอง และรอดูว่าใครจะให้ข้อเสนอที่ดีกว่ากัน
ในการประชุมนอกรอบที่เกิดขึ้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งสมาพันธ์และจักรวรรดิต่างส่งผู้แทนมาพบกับพวกเขา เสนอความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ สัญญาว่าจะสนับสนุนญัตติของพวกเขาในอนาคต และในบางกรณี ข่มขู่ว่าจะตัดความช่วยเหลือหรือถอนการคุ้มครองทางทหารหากพวกเขาลงคะแนนผิดพลาด
.
.
และตอนนี้ หลังจากหลายเดือนของการเตรียมการ หลังจากหลายร้อยชั่วโมงของการพบปะนอกรอบ หลังจากคำสัญญาและการข่มขู่ที่ข้าพเจ้าได้เห็นและได้ยินด้วยตาตนเอง วินาทีแห่งการลงคะแนนก็มาถึง
เลขาธิการสภากาแล็กซีประกาศให้ผู้แทนทั้งหมดเตรียมพร้อมสำหรับการลงคะแนน ระบบอิเล็กทรอนิกส์ถูกเปิดใช้งาน หน้าจอขนาดเล็กบนที่นั่งของผู้แทนแต่ละคนสว่างขึ้น แสดงตัวเลือกสามปุ่ม สนับสนุน คัดค้าน งดออกเสียง
ข้าพเจ้ามองไปรอบห้องเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะกดปุ่มสนับสนุนบนหน้าจอของข้าพเจ้า เห็นสมาชิกกลุ่มเป็นกลางคนหนึ่งที่ข้าพเจ้าใช้เวลาหลายชั่วโมงในการโน้มน้าวเมื่อสองเดือนก่อนกำลังลังเล มือของเขา hover อยู่เหนือหน้าจอโดยยังไม่กดปุ่มใด ๆ
ข้าพเจ้าเห็นผู้แทนจากจักรวรรดิกำลังมองมาที่สมาชิกคนเดียวกันนั้นด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก และเห็นสมาชิกกลุ่มเป็นกลางอีกคนหนึ่งที่เคยให้สัญญาว่าจะสนับสนุน กำลังก้มหน้าลงและกดปุ่มอย่างรวดเร็วโดยไม่มองมาที่ข้าพเจ้า
ข้าพเจ้ารู้ทันทีว่าเราแพ้
ไม่ใช่เพราะเห็นตัวเลขบนกระดานคะแนน แต่มันยังไม่ปรากฏขึ้นจนกว่าผู้แทนทั้งหมดจะลงคะแนนเสร็จ แต่รู้จากประสบการณ์สิบสองปีในสภานี้ จากทุกรายละเอียดที่เรียนรู้ที่จะสังเกต จากทุกสัญญาณที่ฝึกฝนที่จะอ่าน ว่าราคาที่จักรวรรดิเสนอให้นั้นสูงเกินกว่าที่เราจะสู้ได้
.
.
▪️กระดานคะแนนสว่างขึ้น 35 ต่อ 32
ญัตติ 4782 ถูกปฏิเสธ
ความเงียบปกคลุมห้องประชุม ผู้แทนจากสมาพันธ์บางคนส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง ผู้แทนจากจักรวรรดิยังคงนั่งนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ และสมาชิกกลุ่มเป็นกลางที่ลังเลเมื่อครู่นี้กำลังมองลงที่พื้น หลบสายตาของทุกคนที่มองมาที่เขา
ข้าพเจ้านั่งนิ่งอยู่ในที่นั่งของข้าพเจ้า มองดูตัวเลข 35 ต่อ 32 บนกระดานคะแนน ใกล้เคียงมาก ข้าพเจ้าคิด ใกล้เคียงที่สุดในประวัติศาสตร์การลงคะแนนของสภาสำหรับญัตติที่เสนอโดยอารยธรรมเกิดใหม่
หากสมาชิกกลุ่มเป็นกลางเพียงสองคนเลือกที่จะสนับสนุนแทนที่จะคัดค้าน หากอารยธรรมไม่สังกัดกลุ่มอีกสามแห่งตัดสินใจที่จะงดออกเสียงแทนที่จะคัดค้าน ผลลัพธ์ก็จะเปลี่ยนไป
แต่ในสภานี้ ใกล้เคียงไม่มีความหมาย มีเพียงผ่านหรือไม่ผ่าน
และเราไม่ผ่าน
ข้าพเจ้าใช้เวลาหลายสัปดาห์หลังจากนั้นในการวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้น ใครลงคะแนนสนับสนุนและเพราะเหตุใด ใครคัดค้านและเพราะเหตุใด ใครเปลี่ยนจุดยืนในนาทีสุดท้าย
และอะไรคือราคาที่พวกเขาได้รับหรือถูกบังคับให้จ่าย ข้าพเจ้าจะเปิดเผยผลการวิเคราะห์นั้นในบทนี้ แต่ก่อนที่จะถึงจุดนั้น ต้องพาท่านเข้าไปภายในกลไกของสภากาแล็กซีเสียก่อน เพื่อให้ท่านเข้าใจว่าเหตุใดเสียงในสภาจึงถูกกำหนดด้วยสิ่งที่มองไม่เห็น มากกว่าสิ่งที่ปรากฏในระเบียบวาระการประชุม
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในวันลงคะแนนญัตติ 4782 ไม่ใช่ข้อยกเว้น แต่มันคือกฎ
.
.
▪️รายละเอียดเชิงประสาทสัมผัส
การจะเข้าใจสภากาแล็กซีอย่างแท้จริง ท่านต้องเข้าใจก่อนว่ามนุษย์รับรู้เพียงเศษเสี้ยวของสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องประชุมนี้ เราเข้ามาในห้องนี้ด้วยประสาทสัมผัสที่ถูกออกแบบมาเพื่อความอยู่รอดบนทุ่งหญ้าสะวันนาของโลกเมื่อหลายแสนปีก่อน
ตาที่มองเห็นคลื่นแสงในช่วงแคบ ๆ เพียง 400 ถึง 700 นาโนเมตร หูที่ได้ยินคลื่นเสียงในช่วงความถี่จำกัดระหว่าง 20 ถึง 20,000 เฮิรตซ์ จมูกที่รับกลิ่นได้เพียงเศษเสี้ยวของโมเลกุลที่ลอยอยู่ในอากาศ และผิวหนังที่สัมผัสได้เพียงอุณหภูมิและแรงกดในช่วงที่ร่างกายมนุษย์ทนได้
ในห้องประชุมสภากาแล็กซี ทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าเพิ่งกล่าวมาล้วนไม่เพียงพอ
▫️แสง คือมิติแรก…..ที่มนุษย์ต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมดเมื่อก้าวเข้ามาในห้องนี้ ระบบแสงของสภากาแล็กซีถูกออกแบบโดยวิศวกรจากอารยธรรมมากกว่าสิบแห่งในยุคทองแห่งการสร้างสถาบัน
และถูกปรับปรุงต่อมาอีกหลายครั้งโดยเน็กซัสซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการประมวลผลสภาพแวดล้อมให้แก่สำนักเลขาธิการสภา หลักการพื้นฐานของระบบคือการสร้างสภาพแวดล้อมทางการมองเห็นที่เหมาะสมสำหรับผู้แทนแต่ละคนไปพร้อม ๆ กัน โดยไม่รบกวนผู้แทนคนอื่นที่นั่งอยู่ข้างเคียง
.
.
ผลลัพธ์คือห้องประชุมที่แบ่งออกเป็นโซนแสงหลายร้อยโซนซ้อนทับกัน ราวกับว่ามีห้องหลายร้อยห้องซ้อนกันอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ผู้แทนจากอารยธรรมที่วิวัฒนาการใกล้ดาวฤกษ์ความเข้มสูงนั่งอยู่ในบริเวณที่สว่างจ้าจนกระดาษขาวจะติดไฟได้ภายในเวลาไม่กี่วินาทีหากไม่มีการป้องกัน
แสงของพวกเขามีความเข้มมากกว่าดวงอาทิตย์บนโลกถึงสิบเท่า แต่ถูกควบคุมให้อยู่ในขอบเขตที่นั่งของพวกเขาโดยสนามแม่เหล็กที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้
ถัดจากพวกเขาเพียงไม่กี่เมตร ผู้แทนจากอารยธรรมใต้พิภพนั่งอยู่ในความมืดสนิทที่ตามนุษย์ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย
พวกเขามองเห็นโลกผ่านคลื่นอินฟราเรดที่แผ่ออกมาจากร่างกายของสิ่งมีชีวิตอื่น และระบบแสงของสภาสร้างภาพลวงตาของถ้ำใต้ดินหรือมหาสมุทรลึกให้แก่พวกเขา ภาพลวงตาที่สมบูรณ์แบบจนพวกเขาอาจลืมไปว่ากำลังนั่งอยู่ในห้องประชุมบนดาวเคราะห์กลาง
.
.
ระหว่างสองขั้วนี้มีช่วงแสงทุกความเข้มและทุกความถี่เท่าที่จินตนาการได้ ผู้แทนจากอารยธรรมที่มองเห็นในช่วงอัลตราไวโอเลตนั่งอยู่ในบริเวณที่ตามนุษย์มองเห็นเป็นเพียงแสงสีม่วงจาง ๆ แต่สำหรับพวกเขามันคือโลกแห่งสีสันที่สว่างไสวราวกับท้องฟ้ายามเที่ยงวัน
ผู้แทนจากอารยธรรมที่มองเห็นแสงโพลาไรซ์นั่งอยู่ในบริเวณที่แสงถูกปรับให้สั่นสะเทือนในระนาบที่พวกเขาต้องการ ทำให้พวกเขามองเห็นรายละเอียดที่มนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้เลย
ข้าพเจ้าใช้เวลาหลายเดือนในการปรับตัวให้ชินกับการเปลี่ยนแปลงของแสงเมื่อเดินผ่านห้องประชุม ทุกย่างก้าวของข้าพเจ้าพาเราผ่านโซนแสงที่แตกต่างกัน จากความมืดสนิทไปสู่ความสว่างจ้า จากแสงที่มองเห็นได้ไปสู่แสงที่มองไม่เห็น จากโลกแห่งสีสันหนึ่งไปสู่อีกโลกหนึ่งราวกับกำลังเดินผ่านประตูมิติที่เชื่อมต่อระหว่างจักรวาลที่แตกต่างกัน
.
.
▫️เสียง คือมิติที่สอง……ที่ซับซ้อนไม่แพ้แสง ระบบซีทีเอสรุ่นที่เจ็ดที่ข้าพเจ้าได้อธิบายอย่างละเอียดในบทที่ 8 ทำหน้าที่เป็นหัวใจของระบบเสียงในห้องประชุมสภา มันไม่ได้เพียงแปลภาษา แต่มันสร้างสภาพแวดล้อมทางการได้ยินที่สมบูรณ์สำหรับผู้แทนแต่ละคน
สำหรับผู้แทนมนุษย์อย่างข้าพเจ้า เสียงที่ได้ยินคือภาษาอังกฤษที่ชัดเจนผ่านอุปกรณ์รับสัญญาณขนาดเล็กที่ติดอยู่หลังใบหู
แต่ในความเป็นจริง ห้องประชุมเต็มไปด้วยเสียงที่มนุษย์ไม่สามารถได้ยินหากปราศจากอุปกรณ์ช่วย มีคลื่นความถี่ต่ำที่ดังสนั่นจนร่างกายของข้าพเจ้าสั่นสะเทือนโดยที่หูไม่ได้ยินอะไรเลย
เป็นเสียงที่ผู้แทนจากเผ่าพันธุ์ขนาดใหญ่ใช้ในการสื่อสารระยะไกล คลื่นเสียงของพวกเขามีความยาวหลายเมตรและเดินทางผ่านโครงสร้างของอาคารได้ดีกว่าผ่านอากาศ
.
.
มีคลื่นอัลตราโซนิกที่สูงเกินกว่าหูมนุษย์จะรับรู้ เป็นเสียงที่ผู้แทนจากเผ่าพันธุ์แมลงใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ซับซ้อนในความเร็วที่สูงกว่าภาษาพูดของมนุษย์หลายเท่า
ผู้แทนจากคาลดาเรียนสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเทียบเท่ากับการสนทนาหลายสิบนาทีของมนุษย์ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ผ่านการสั่นสะเทือนของเปลือกนอกที่ถูกแปลโดยระบบซีทีเอส แต่ในระหว่างนั้น พวกเขายังคงฟังการอภิปรายในสภาไปพร้อมกันผ่านช่องทางการสื่อสารอีกช่องทางหนึ่ง
และมีความเงียบที่ถูกเติมเต็มด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ผู้แทนจากลูมินาเคยใช้ในการสื่อสารก่อนที่ความสัมพันธ์ระหว่างเราจะตกอยู่ในสภาวะสงครามเย็นจากการเจรจาที่ล้มเหลวในปีที่ 460 หลังการติดต่อครั้งแรก
ดังที่ข้าพเจ้าได้บันทึกไว้ในบทที่ 8 ในปัจจุบัน ที่นั่งของลูมินาว่างเปล่า พวกเขาไม่ได้มาประชุมสภาอีกเลยนับจากความขัดแย้งระหว่างเราเริ่มต้นขึ้น
ระบบซีทีเอสทำหน้าที่ที่น่าทึ่งในการรวมเสียงทั้งหมดนี้เข้าด้วยกันและแปลงเป็นสิ่งที่ผู้แทนแต่ละคนสามารถเข้าใจได้ แต่มันก็มีข้อจำกัดที่ข้าพเจ้าได้กล่าวถึงแล้วในบทที่ 8 มันแปลคำได้ แต่มันไม่สามารถแปลน้ำหนักทางวัฒนธรรม นัยทางการเมือง หรือความหมายที่ซ่อนอยู่ในความเงียบระหว่างคำพูดได้
.
.
▫️กลิ่น คือมิติที่สาม…..ที่มนุษย์รับรู้ได้น้อยที่สุด แต่มีความสำคัญมากที่สุดสำหรับผู้แทนจากหลายอารยธรรม สำหรับเผ่าพันธุ์แมลง กลิ่นหรือฟีโรโมนคือภาษาหลักของพวกเขา
ระบบซีทีเอสไม่สามารถแปลฟีโรโมนได้อย่างสมบูรณ์เพราะมันเป็นรูปแบบการสื่อสารที่ซับซ้อนเกินกว่าที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะถอดรหัสได้ทั้งหมด
ด้วยเหตุนี้ ผู้แทนจากเผ่าพันธุ์เหล่านี้จึงมักมีผู้ช่วยที่เป็นสมาชิกของเผ่าพันธุ์เดียวกันนั่งอยู่ข้าง ๆ เพื่อแปลความหมายของฟีโรโมนที่ลอยอยู่ในอากาศให้เป็นภาษาที่ระบบซีทีเอสสามารถประมวลผลได้
กลิ่นโอโซนจากระบบระบายอากาศเป็นกลิ่นที่คงที่ที่สุดในห้องประชุม มันมาจากเครื่องฟอกอากาศขนาดมหึมาที่ทำงานตลอดเวลาเพื่อกรองและปรับสภาพอากาศสำหรับสิ่งมีชีวิตหลายร้อยรูปแบบ
ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้ก๊าซพิษจากโซนหนึ่งรั่วไหลไปยังอีกโซนหนึ่ง และเพื่อป้องกันไม่ให้ฟีโรโมนที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างผู้แทนบางกลุ่มถูกเจือจางหรือปนเปื้อน
.
.
กลิ่นกำมะถันที่คล้ายกับไข่เน่าในจมูกมนุษย์เป็นกลิ่นที่ผู้แทนจากอารยธรรมที่หายใจก๊าซมีเทนปล่อยออกมาจากชุดควบคุมสภาพแวดล้อมของพวกเขา สำหรับมนุษย์ มันคือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ แต่สำหรับพวกเขา มันคือกลิ่นธรรมชาติของร่างกายเช่นเดียวกับกลิ่นเหงื่อของมนุษย์
และมีกลิ่นที่ข้าพเจ้าไม่สามารถบรรยายได้เพราะระบบประสาทของมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับรู้หรือประมวลผลมัน ข้าพเจ้ารู้เพียงว่ามันมีอยู่เพราะข้าพเจ้าเห็นปฏิกิริยาของผู้แทนจากอารยธรรมอื่นต่อกลิ่นเหล่านี้ พวกเขาหันศีรษะหรือขยับหนวดหรือเปลี่ยนสีผิวเพื่อตอบสนองต่อกลิ่นที่ข้าพเจ้าไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีอยู่
.
.
▫️การสัมผัสและอุณหภูมิ คือมิติที่สี่…..ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในแต่ละโซนของห้องประชุม ผู้แทนจากอารยธรรมที่ต้องการอุณหภูมิสูงกว่าจุดเดือดของน้ำนั่งอยู่ในโซนที่ร้อนจัดจนผิวหนังของมนุษย์จะไหม้เกรียมภายในเวลาไม่กี่วินาที
ผู้แทนจากอารยธรรมที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรแอมโมเนียเหลวที่อุณหภูมิติดลบหลายสิบองศานั่งอยู่ในโซนที่เย็นจัด
ระหว่างสองขั้วนี้มีทุกอุณหภูมิและทุกความชื้นเท่าที่จินตนาการได้ และระบบควบคุมสภาพแวดล้อมของสภาสร้างสนามพลังที่มองไม่เห็นเพื่อแยกโซนเหล่านี้ออกจากกัน ทำให้ผู้แทนที่นั่งห่างกันเพียงไม่กี่เมตรสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงได้โดยไม่รบกวนซึ่งกันและกัน
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่มนุษย์เรียกว่าห้องประชุมสภากาแล็กซี แต่มันไม่ใช่ห้องประชุมในความหมายที่มนุษย์เข้าใจ มันคือจักรวาลขนาดย่อมที่ถูกอัดแน่นอยู่ในพื้นที่ทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางสามร้อยเมตร
จักรวาลที่สิ่งมีชีวิตทุกรูปแบบเท่าที่วิวัฒนาการในกาแล็กซีสามารถดำรงอยู่ร่วมกันและสื่อสารกันได้ แม้จะไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม
และการที่ระบบทั้งหมดนี้ทำงานได้โดยไม่ล่มสลายลงท่ามกลางความแตกต่างทางชีววิทยาและวัฒนธรรมที่มากมายมหาศาลเช่นนี้ คือความสำเร็จทางวิศวกรรมและการทูตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่กาแล็กซีเคยมีมา
มันคือข้อพิสูจน์ว่าแม้แต่สิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในทุกระดับพื้นฐานก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ หากพวกเขามีเจตจำนงที่จะทำเช่นนั้น
แต่ในขณะเดียวกัน ห้องประชุมนี้ก็คือภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของระเบียบการเมืองที่ควบคุมกาแล็กซี ทุกการจัดวาง ทุกระยะห่าง ทุกการเข้าถึงหรือการถูกกีดกันจากข้อมูล ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงลำดับชั้นทางอำนาจที่มองไม่เห็นแต่ทรงพลังยิ่งกว่าสิ่งใดที่ตามนุษย์สามารถมองเห็นได้
และนั่นคือสิ่งที่ข้าพเจ้ากำลังจะเปิดโปงในบทนี้
.
.
▪️คำถามนำของบท
ข้าพเจ้าใช้เวลาสิบสองปีในสภากาแล็กซีจนถึงวันลงคะแนนญัตติ 4782 และอีกยี่สิบเอ็ดปีหลังจากนั้นจนถึงวันที่ข้าพเจ้ายุติภารกิจทางการทูตในปีที่ 471 หลังการติดต่อครั้งแรก
รวมแล้วสามสิบสามปีแห่งการนั่งอยู่ในที่นั่งแถวนอกสุดของห้องประชุมทรงกลมขนาดมหึมานี้ สามสิบสามปีแห่งการเฝ้าดู สังเกต และบันทึกทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหลังม่านของระเบียบวาระการประชุมและการอภิปรายบนเวที
และคำถามที่ถามตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดสามสิบสามปีนั้นก็คือคำถามเดียวกันกับที่ข้าพเจ้ากำลังจะตั้งขึ้นในบทนี้
อะไรเกิดขึ้นจริงในห้องประชุมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกาแล็กซี
คำถามนี้ฟังดูเรียบง่าย แต่ผู้ที่เคยทำงานในสภาแห่งนี้จะรู้ดีว่ามันเป็นคำถามที่ตอบได้ยากที่สุดคำถามหนึ่งในรัฐศาสตร์ระหว่างดวงดาว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องประชุมสภากาแล็กซีไม่ได้เป็นสิ่งที่ปรากฏในบันทึกการประชุมอย่างเป็นทางการ
บันทึกเหล่านั้นจะระบุว่าผู้แทนคนใดกล่าวถ้อยคำใด ญัตติใดถูกเสนอและถูกปฏิเสธด้วยคะแนนเสียงเท่าใด แต่มันจะไม่บอกท่านว่าทำไมผู้แทนคนนั้นจึงกล่าวถ้อยคำนั้น ทำไมญัตตินั้นจึงถูกปฏิเสธ และอะไรคือข้อตกลงที่เกิดขึ้นในห้องรับรองข้างทางเดินก่อนที่การประชุมจะเริ่มต้น
สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในห้องประชุมนี้คือการต่อสู้ที่มองไม่เห็นระหว่างมหาอำนาจที่แข่งขันกันเพื่อรักษาและขยายอำนาจของตน ระหว่างกลุ่มการเมืองที่ต่อรองและแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันอย่างต่อเนื่อง และระหว่างอารยธรรมขนาดเล็กที่พยายามเอาตัวรอดท่ามกลางการต่อสู้ของยักษ์ใหญ่โดยไม่ถูกเหยียบย่ำจนแบนราบ
การต่อสู้เหล่านี้ไม่ได้ใช้ระเบิดหรือปืนใหญ่ แต่มันใช้ข้อมูล ข่าวลือ คำมั่นสัญญา การข่มขู่ และบางครั้งการใช้สิทธิยับยั้งที่แม้จะยังไม่ได้ถูกใช้จริง แต่การขู่เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามถอยกลับไป
.
.
▪️ใครมีอำนาจที่แท้จริงในสภาแห่งนี้
หากท่านดูเพียงรัฐธรรมนูญจักรวาลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านอาจตอบว่าสมัชชาใหญ่เป็นองค์กรสูงสุดที่มีอำนาจออกกฎหมายและตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญที่สุดของกาแล็กซี แต่หากท่านใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการสังเกตการณ์การทำงานของสภา ท่านจะพบว่าสมัชชาใหญ่เป็นเพียงพิธีกรรม
การตัดสินใจที่แท้จริงเกิดขึ้นในคณะมนตรีความมั่นคง ซึ่งมีสมาชิกเพียงสิบห้าอารยธรรมที่มีสิทธิยับยั้ง และในคณะกรรมาธิการถาวรที่มีประธานซึ่งมาจากมหาอำนาจ และในการประชุมนอกรอบที่ไม่มีใครบันทึกและไม่มีใครรู้ว่ามีการตกลงอะไรกันบ้าง
อำนาจที่แท้จริงในสภาแห่งนี้ไม่ได้อยู่ที่คะแนนเสียง แต่มันอยู่ที่ความสามารถในการควบคุมกระบวนการตัดสินใจก่อนที่มันจะไปถึงการลงคะแนน อยู่ที่ความสามารถในการเสนอหรือขัดขวางญัตติ
อยู่ที่ความสามารถในการกำหนดว่าประเด็นใดจะถูกนำเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมและประเด็นใดจะถูกฝังไว้ในคณะกรรมาธิการโดยไม่มีวันได้เห็นแสงสว่าง และอยู่ที่ความสามารถในการโน้มน้าวหรือบีบบังคับให้ผู้แทนจากอารยธรรมอื่นลงคะแนนตามที่ท่านต้องการ
.
.
▪️เหตุใดญัตติที่เกือบจะผ่านกลับพ่ายแพ้ในวินาทีสุดท้าย
นี่คือคำถามที่ข้าพเจ้าถามตนเองทุกวันในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากการลงคะแนนญัตติ 4782 ข้าพเจ้ามีเสียงสนับสนุนที่มั่นคงจากกลุ่มสมาพันธ์สิบเก้าเสียง
มีคำมั่นสัญญาจากสมาชิกกลุ่มเป็นกลางหลายคนว่าพวกเขาจะสนับสนุนหรืออย่างน้อยก็จะงดออกเสียง มีเหตุผลที่หนักแน่นและหลักฐานที่ชัดเจนว่ามนุษย์มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์การคำนวณคะแนนเสียง
แต่ทั้งหมดนี้ไม่เพียงพอที่จะเอาชนะการล็อบบี้ในนาทีสุดท้ายของจักรวรรดิโอไรออน
สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสามเดือนก่อนการลงคะแนนคือสงครามที่มองไม่เห็น จักรวรรดิส่งผู้แทนไปพบกับสมาชิกกลุ่มเป็นกลางทีละคน เสนอความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่ระบบดาวของพวกเขา ข่มขู่ว่าจะตัดการคุ้มครองทางทหารหากพวกเขาลงคะแนนสนับสนุนมนุษย์ และในบางกรณี เพียงแค่บอกให้พวกเขารู้ว่าจักรวรรดิกำลังจับตามองอยู่
สมาพันธ์ก็ทำเช่นเดียวกัน แต่ด้วยวิธีการที่แตกต่างออกไป พวกเขาเสนอความช่วยเหลือทางเทคโนโลยีและการศึกษา พวกเขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะสนับสนุนญัตติของสมาชิกกลุ่มเป็นกลางในอนาคต และพวกเขาพยายามโน้มน้าวว่าการสนับสนุนมนุษย์คือการลงทุนในพันธมิตรในอนาคตที่จะช่วยถ่วงดุลอำนาจของจักรวรรดิ
แต่เมื่อถึงวันลงคะแนน ข้อเสนอของจักรวรรดิมีน้ำหนักมากกว่า เพราะความกลัวมีน้ำหนักมากกว่าความหวังเสมอ และเหตุใดเสียงในสภาจึงถูกกำหนดด้วยสิ่งที่มองไม่เห็น มากกว่าสิ่งที่ปรากฏในระเบียบวาระการประชุม
เพราะสิ่งที่ปรากฏในระเบียบวาระการประชุมเป็นเพียงพื้นผิวของสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสภาแห่งนี้ ระเบียบวาระการประชุมจะบอกท่านว่าวันนี้มีการลงคะแนนญัตติ 4782 และผลการลงคะแนนคือ 35 ต่อ 32 แต่มันจะไม่บอกท่านว่าก่อนที่จะถึงการลงคะแนนนั้น
มีการประชุมลับกี่ครั้งที่เกิดขึ้นในห้องรับรองของคณะผู้แทนถาวรแห่งจักรวรรดิ มีข้อเสนอใดบ้างที่ถูกยื่นให้แก่สมาชิกกลุ่มเป็นกลาง และมีคำข่มขู่ใดบ้างที่ถูกกระซิบข้างหูในทางเดินของอาคารสภา
.
.
สิ่งที่มองไม่เห็นเหล่านี้คือสิ่งที่กำหนดผลลัพธ์ของการลงคะแนนทุกครั้งในสภาแห่งนี้ และมันคือสิ่งที่ข้าพเจ้ากำลังจะเปิดโปงในบทนี้
ข้าพเจ้าจะพาท่านลงไปใต้พื้นผิวของระเบียบวาระการประชุมและการอภิปรายบนเวที ลงไปยังโลกที่ซ่อนอยู่ของสภากาแล็กซี ที่ซึ่งอำนาจไม่ได้ถูกกำหนดโดยคะแนนเสียงแต่ถูกกำหนดโดยข้อมูล ความสัมพันธ์ และความสามารถในการทำให้ผู้อื่นทำในสิ่งที่ท่านต้องการ ไม่ว่าพวกเขาจะอยากทำหรือไม่ก็ตาม
ข้าพเจ้าจะแสดงให้ท่านเห็นว่าโครงสร้างของสภาถูกออกแบบมาอย่างไร เพื่อรักษาอำนาจของมหาอำนาจผู้ก่อตั้ง และกระบวนการตัดสินใจถูกควบคุมอย่างไรโดยผู้ที่มีทรัพยากรและอิทธิพลมากพอจะทำเช่นนั้นได้
ข้าพเจ้าจะเปิดเผยแผนที่อำนาจที่แท้จริงของสภา ไม่ใช่แผนที่ที่ปรากฏในเอกสารทางการ แต่คือแผนที่ของกลุ่มการเมืองที่ต่อสู้กันในเงามืด ของกลุ่มสมาพันธ์ที่มีระเบียบวินัยสูงแต่ขาดเอกภาพภายใน ของกลุ่มจักรวรรดิที่แข็งแกร่งและไร้ความปรานี และของกลุ่มเป็นกลางเจ็ดเสียงที่อาจดูเล็กน้อยแต่คือผู้ชี้ขาดในการลงคะแนนที่สูสีทุกครั้ง
ข้าพเจ้าจะเปิดโปงการล็อบบี้ซึ่งเป็นสกุลเงินที่แท้จริงของอำนาจในสภาแห่งนี้ การล็อบบี้ที่ไม่ได้มีเพียงการให้สินบนหรือการข่มขู่ แต่มันรวมถึงการให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่ระบบดาวของสมาชิกสภาก่อนการลงคะแนนสำคัญโดยบังเอิญ และการยกเลิกความช่วยเหลือนั้นหลังจากที่พวกเขาลงคะแนนผิดพลาด
และข้าพเจ้าจะแสดงให้เห็นว่าในระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาอำนาจของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด มนุษย์ซึ่งมีคะแนนเสียงเพียง 0.3 จะสามารถหาที่ยืนและส่งเสียงของเราให้ดังพอที่จะได้ยินได้อย่างไร
นี่คือคำถามที่บทนี้จะตอบ และนี่คือคำถามที่ข้าพเจ้าใช้เวลาสามสิบสามปีในการค้นหาคำตอบ
.
.

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา