22 ก.ย. เวลา 05:13 • สิ่งแวดล้อม

การเปลี่ยนไฟถนนเป็นสีแดง

🤓 ถนนหลายสายของประเทศไทยที่ใกล้กับถิ่นที่อยู่ของค้างคาว ลองเปลี่ยนดูก็ได้นะครับ
แนวคิดสำคัญของการเปลี่ยนไฟถนนเป็นสีแดง
🔸วัตถุประสงค์หลัก: ลดมลภาวะทางแสง (Light Pollution) และปกป้องสัตว์ ที่หากินเวลากลางคืน เช่น ค้างคาว ซึ่งได้รับผลกระทบจากแสงไฟสีขาวแบบเดิม
🔸เหตุผลทางวิทยาศาสตร์: แสงสีแดงมีความยาวคลื่นที่ยาวกว่าแสงสีขาว จึงไม่รบกวนหรือบดบังการมองเห็นยามค่ำคืนของค้างคาว ช่วยให้พวกมันบินล่าแมลงและใช้ชีวิตตามธรรมชาติได้เหมือนอยู่ในความมืด
🔸ประโยชน์ต่อระบบนิเวศ: ค้างคาวทำหน้าที่ควบคุมแมลงศัตรูพืชตามธรรมชาติ การช่วยให้ค้างคาวล่าเหยื่อได้ปกติ ช่วยลดความจำเป็นในการใช้สารเคมีของเกษตรกร
🔸ความปลอดภัยและพลังงาน: การใช้ไฟ LED สีแดงไม่กระทบต่อความปลอดภัยในการมองเห็นของมนุษย์ อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ปกติแล้ว ระบบส่องสว่างแบบเดิมทั่วโลก ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 5% และสิ้นเปลืองไฟฟ้าถึง 15% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในโลก แต่หลอดไฟแอลอีดีสีแดงกินไฟน้อยกว่า และต้องการการดูแลรักษาน้อยกว่าเดิม ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟสีแดง จึงมีส่วนช่วยชะลอภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกควบคู่ไปด้วย
แนวโน้มการใช้ไฟถนนแสงสีแดงหรือแสงโทนส้มแดง กำลังขยายตัวและได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทวีปยุโรป โดยเฉพาะในเมืองที่มีนโยบายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และต้องการแก้ปัญหามลภาวะทางแสงอย่างยั่งยืน
:: ปัจจุบันมีหลายเมืองและหลายประเทศทั่วโลกที่เริ่มนำร่องหรือประกาศใช้เทคโนโลยีนี้อย่างเป็นทางการ อาทิ:
🔴 เนเธอร์แลนด์ (เมือง Zuidhoek-Nieuwkoop): ถือเป็นพื้นที่แรกของโลก ที่ริเริ่มติดตั้งไฟถนน LED แสงสีแดง สำหรับที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 เนื่องจากชุมชนดังกล่าวตั้งอยู่ติดกับเขตอนุรักษ์ธรรมชาติซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวสายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์
🔴 เดนมาร์ก (ขยายผลสู่เมืองอื่น): นอกเหนือจากเทศบาลเมืองแกลดแซ็กซ์ (Gladsaxe) แล้ว เมืองใหญ่อันดับสามอย่าง โอเดนเซ (Odense) ก็ได้ติดตั้งไฟโทนส้ม-แดงระยะทาง 1.3 กิโลเมตรตามเส้นทางจักรยานและทางเดินริมแม่น้ำ Lindved Å รวมถึง เทศบาลเมือง Næstved และ Norddjurs ก็มีแผนจะนำไปปรับใช้เช่นกัน
🔴 ฝรั่งเศส (เมือง Metz): เมืองทางตะวันออกของฝรั่งเศส ได้ปรับเปลี่ยนระบบไฟส่องสว่างเป็นแสงสีแดงในโซนที่ใกล้กับถิ่นที่อยู่ของค้างคาว เพื่อช่วยฟื้นฟูทัศนวิสัยและการออกล่าเหยื่อตามธรรมชาติของพวกมัน
🔴 สหราชอาณาจักร (เทศมณฑล Worcestershire): แคว้นมิดแลนด์สของอังกฤษ ได้นำระบบไฟส่องสว่างสีแดงเข้ามาบูรณาการใช้ในพื้นที่ทางสัญจรที่ตัดผ่านหรืออยู่ใกล้กับแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่า
แผนการติดตั้งในแต่ละเมือง
1.การเลือกใช้เฉพาะจุด (Targeted Buffers): เมืองต่าง ๆ จะไม่เปลี่ยนไฟทั้งเมืองเป็นสีแดง แต่จะเน้นติดตั้งเฉพาะจุดเสี่ยง เช่น ถนนเลียบชายป่า เส้นทางจักรยานริมแม่น้ำ หรือสะพานที่ตัดผ่านแนวทางหากินของสัตว์ป่า ส่วนเขตเมืองชั้นในยังใช้ไฟโทนอุ่น (Warm White) เพื่อความปลอดภัย
2. ระบบไฟอัจฉริยะ (Dynamic Dimming): มีการผสานเทคโนโลยีเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion Sensors) เข้าไปด้วย โดยไฟจะหรี่ลงหรือเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มเมื่อไม่มีรถหรือคนผ่าน และจะสว่างขึ้นเล็กน้อยเมื่อมีผู้สัญจร เพื่อประหยัดพลังงานสูงสุด
3. ข้อจำกัดและเสียงสะท้อนจากมนุษย์: ความท้าทายหลัก คือ ความรู้สึกของคนในชุมชน ชาวเมืองบางส่วนในพื้นที่นำร่องสะท้อนว่า แสงสีแดงให้ความรู้สึก "น่ากลัว" (Creepy) หรือรู้สึกไม่ปลอดภัยเท่าแสงสีขาว และนอกจากนี้ งานวิจัยบางชิ้นยังชี้ว่า แสงสีแดงอาจดีต่อค้างคาว แต่อาจส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของแมลงหรือสัตว์ไร้กระดูกสันหลังบางชนิดแตกต่างกันไป
🇹🇭 ประเทศไทย ก็ทำได้ครับ ถ้ามีคนกล้าคิด โดยเฉพาะถนนช่วงที่ตัดผ่าน เขตอุทยานแห่งชาติ เขตอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเขตพื้นที่อนุรักษ์ท้องฟ้ามืด (Dark Sky Place) ต่างๆ
โฆษณา