22 ก.ย. เวลา 06:49 • ความคิดเห็น
พอเกิดมา มีกาย หลุดจากท้องแม่ ปุ๊บ มันก็ร้องกระแส้ๆ ไม่รู้ว่า ร้องทำไม .พอหิวก็ร้อง ปวดขับถ่ายก็ร้อง ช่วยเหลือตัวเอวไม่ได้ ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง พอมีคนเอานมมาป้อน ก็ดูดกินเอง ไม่รู้ว่า ทำเป็นได้อย่างไร พออย่าบ้าน ก็มีความสุขดี ถูกจับไปเข้าโรงเรียน ก็รผุ้สึก หวั่นๆ ไม่มีความสุข ก็ไปนั่งเรียก เป็นไม้ประดับ จำได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็เป็นอย่างนี้
จนที่เค้าเว่า เรียนจบ พอทำงาน หาเงิน . ก็ค่อย เรียนรู้ เรื่ิองราว คำว่า โลกมากขึ้น ก็ค่อย เรียนรู้จัก ส่า สัตว์โลกโลกย่อมเป็นไปตามกรรม ..เราก็..ค่อยๆ เรียนรู้ จักเรื่องราว ที่จะเข้าไปหาธรรม ก็ไปเจอพระ ท่านสอนให้ เรียนรู้จัก นำกายกรรม ที่ว่า มีกรรมนำเกิด .เอ้า. กรรมเค้านำทาเกิด รู้จัก.ว่า ชีวิตนี้มีกรรม หนุนนำ กายนี้ มีกรรม .มีภาระ มีอารมณ์ . หากเราไม่ปลีก เวลา ปลีกกาย ไปหาธรรม สร้างบุญกุศล ชีวิตกมีแต่กรรมมีแค่อารมณ์นึกคิด ไม่หยุดยั้งได้เลย
คราวนี้ ก็ได้เจอ .พระท่าน พูดว่า .จิตที่เป็นจิต .พ้นอาศัยกรรมตัวกระทำ จิตก็มีความสุข ที่ไม่มีมายารมณ์ ปรุงแต่ง เอ. แล้วจะทำอย่างไร พระท่านก็บอกว่าให้อาศัยกายบิดามารดามาสร้างบุญกุศล ให้แก่ตัวเอง เราก็ค่อยฝึกมาเลย ที่ว่า สร้างกายกรรม ให้เป็นกายบุญ เกิดขึ้น พอกายเป็นบุญ ก็สังเกตุ ว่า จิตเรามีความสุข ค่อยๆ เข้าใจ ความสุขของจิต ไที่ไม่อารมณ์เกิดเรื่อง กายเป็นบุญ จิตอาศัยในกายบุญ ก็มีความสุข
เพราะเกิดมา มีกายเป็นกรรม กายนี้ตองมีภาระ มีการเจ็บปวด ปวดเมื่อย แวดหัว ใมีทุกข์เกิดขึ้น มันไม่รู้จักได้ ตั้งอต่เกิด .มาอาศัยกาย เกิดมาก็ร้อง หิว แผดเสียง ก็ไม่รู้จัก ว่า สาเหตุมาจากอะไร . ก็ค่อยๆได้เรียนรู้ ว่า .เกิดมามีกาย เมื่อไหร่มันก็ทุกข์ ไม่ว่าจะไปเกิดในรูปร่างใด . ยุ๖ิการเกิดได้ เป็นดีที่สุด จะยุติการเกิด เราก็มองไปที่ ใคร ..เรามองที่เจ้าชายสิทธันถะ ท่านเกิดในเวียงวัง ทำไม่ไม่ยอมอยู่
ทำไมหนีเวียงวังทำไม ไปอยู่ป่า .นั่งกายนิ่ง จิตนิ่ง .ไม่นึกคิดอะไร มีพระว่า จิตที่ทำได้ เป็นจิตมีปัญญา เป็นธรรม จึงทำได้
กายนิ่ง จิตนิ่ง ในกิริยาที่ว่า นั่งพับเพียบ .ตัวตรง กายแข็งทเหมือก้อนหิน นั่งในกิริยา ของผู้ที่มีธรรม มีความสุข ที่กายนิ่ง จิตนิ่ง เราก็ฝึกหัด .นั่บกายนิ่ง จิตนิ่ง .โอ้ว.อารมณ์มันร้อง ทุกข์จังเลย ทนไม่ไหวแล้ว เมื่อไหร่จะหนุดนั่งนิ่งเสียที
เราก็เพียร ฝึกหัด ก็ได้เรียนรู้จักว่า ที่นิ่งไม่ได้ ก็เพราะอารมณ์กรรมตัวกระทำ ก็๕่ิยบเรียนรู้จักว่า อ้อฃนั่งกายนิ่งจืตนิ่งได้ ก็มีอสงรัตนส่องมาที่กาย ที่ธาตุทั้งสี่ มีแสงรัตนะเกิดขึ้น สีฟ้า สีเหลืองสีแดง เราก็ฝึกหัดทำมากขึ้น ก็ค่อยๆ เห็นสี เมื่อมีสีดำ ไหลเจ้ามาคิดอารมณ์ นึกคิด กานมันก็ จามไอ มีสีดำกระเด็นออกไปจากกาย สีเวรกรรม .ก็ค่อยๆทำมาเรื่อย มีคนมาเห็น สิ่งเรา กำลัง อ๊ยกออกมาเป็นลม .มีคนเค้าว่า ไอ้คนนี้มันหลง .
ก็เรียนรู้ ค่อยๆรับรู้ ไม่ซื่อบื้อ เหมือนแต่ก่อน ก็ค่อย ๆ เหมือว่า เค้าค่อยให้เรียนรู้ สัมผัสรับรู้ ทุกข์ของอารมณ์ ทุกข์เรื่องราวของไสยาศาสตร์ เวทมนต์คาถา มันแสบร้อนอย่างไร ก็ค้อจๆ เรียนรู้จัก ว่า ผู้ที่ไปยึดเรื่องราวไสยศาสตร์ คาถาอาถาอาคม ทำไมเค้า ไม่รู้จักทุกข์
.นั่น ก็เพราะกรรม เค้่าไม่เปิด ให้จิตรับความรู้สึกนั้นได่ .คนก็เลย รับรู้ทุกข์นั้นไม่ได้ ก็เพลิดเพลินสร้างกรรม สร้างทุกข์ ให้แก่จิตจองตัวเอง
ความสุข ของเรา ก็อยู่ที่ทำกายกายกรรม มาสร้างบุญกุศล ขยับเขยื้อน ให้เกิดเป็นกายบุญ จิตเราอาศัยอยู่ในกายบุญ ก็มีความสุข สุขกายสุขใจ
จ
โฆษณา