วันนี้ เวลา 10:02 • ข่าว

ทรัมป์เปลี่ยนชื่อ Ai เป็นSuper Intelligence หวังลดความน่ากลัว กระแสต่อต้าน Ai

โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้นำสหรัฐที่ให้ความสำคัญกับ "ชื่อ" มากจริงๆ และเชื่อเสียด้วยว่า การเปลี่ยนชื่อ สามารถแก้ปัญหาทุกสิ่งได้ ไม่ว่าจะเป็น Lake America, Gulf of America หรือ Mt. Mackinley ด้วยความเชื่อว่า ถ้าระบุชื่อมาเป็นของเรา ในอนาคตอีกไม่นาน มันก็จะค่อยๆกลายเป็นของเราเอง เหมือนดังคำพูดที่ว่า ผู้ชนะ คือผู้เขียนประวัติศาสตร์
และล่าสุด ทรัมป์ก็ได้ไอเดียใหม่ ที่อยากจะเปลี่ยนชื่อเรียก ปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence (AI) เสียใหม่ว่า เป็น Super Intelligence (SI) ปัญญาระดับสุดยอด ผู้คนจะได้เลิกกลัวว่า มันจะกลายเป็นเทคโนโลยีล้างโลก แบบที่นักพัฒนาเทคโนโลยีออกมาเตือนกันเสียที
โดยส่วนหนึ่งของสุนทรพจน์ที่ทรัมป์ได้กล่าวในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 26 ที่ผ่านมาในนครนิวยอร์คว่า รัฐบาลสหรัฐ จะเปลี่ยนชื่อเรียกเดิมจาก Artificial Intelligence (AI) เป็น Super Intelligence (SI) แทนในเอกสารราชการทุกชิ้นของรัฐบาลสหรัฐ
เพราะการใช้คำว่า "Artificial" ที่แปลว่า "ประดิษฐ์" ทำให้มันฟังดูเหมือนเป็นสติปัญญาของปลอม ซึ่งมันไม่ถูกต้อง เพราะจริงๆแล้วมันเป็นสติปัญญาที่น่าทึ่งมาก เพียงแค่เราต้องระวัง ในความเป็นจริง มันเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับชื่อเรียกอย่างสิ้นเชิง
ดังนั้น ในความเห็นของทรัมป์ ปัญญาประดิษฐ์ ควรเรียกว่า ปัญญาระดับสุดยอด Super Intelligence มากกว่า เพราะมันสุดยอดจริงๆ ไม่ใช่แค่สติปัญญาเทียม
และการตั้งชื่อเรียกว่า "Super Intelligence" ทรัมป์ก็ไม่ได้ตัดสินใจเลือกเอง แต่มีการเปิดโหวตผ่านบัญชี X ของทำเนียบขาวให้ชาวอเมริกันเลือกว่าจะใช้ชื่อ "Super Intelligence" หรือ "Superior Intelligence" ซึ่งชาวอเมริกันโหวตเลือกชื่อแรกด้วยคะแนน 50.5%
ด้วยเหตุนี้ ทรัมป์จึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า Super Intelligence ซึ่งเป็นคำเรียกที่ตรงความหมายมากกว่า และฟังดูดีกว่าคำว่า Artificial (ประดิษฐ์) ในเอกสารราชการของสหรัฐ และหวังว่าโลกจะเปลี่ยนตามมาใช้ Si แทน Ai เหมือนกัน
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศชัดเจนว่า รัฐบาลสหรัฐจะไม่ยอมรับความพยายามใดๆ ที่จะสร้างระบบสากลเพื่อมาควบคุม Ai ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในตอนนี้ ที่ก่อให้เกิดความกลัวว่า Ai อาจพัฒนาจนมีสติปัญญาล้ำหน้าเกินกว่าการควบคุมโดยสติปัญญามนุษย์ ที่อาจทำลายเผ่าพันธุ์มนุษยชาติได้ในไม่ช้า
แต่การเปลี่ยนคำเรียกจากปัญญาประดิษฐ์ เป็นปัญญาสุดยอด จะสามารถเปลี่ยนความคิดผู้คนที่มีอคติ และ ต่อต้าน Ai ได้จริงๆหรือ?
ในขณะที่ ทรัมป์ต้องการผลักดันการแข่งขันด้าน Ai แบบสุดฤทธิ์ ชนิดไม่ต้องแตะเบรค เพื่อความเป็นที่ 1 ในโลกของสหรัฐอเมริกา ใครจะมาเตือนอะไร ทรัมป์ตีเก๊หมด
เพราะเขาเชื่อว่า คนที่มีปั่นกระแสกลัว Ai คือคนกลุ่มเดียวกับที่เคยทำนายว่าทุกคนบนโลกจากตุย กันหมดภายใน 12 ปี เพราะภาวะโลกร้อน (Global Warming) ซึ่งต่อมาต้องเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) แทน เพราะโลกไม่ได้ร้อนขึ้น แต่กลับเย็นลงแทน (ในความเห็นของทรัมป์)
และคนกลุ่มเดียวกันนี้กำลังสร้างความกลัวให้กับ Ai ว่ามันจะมาล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ หุ่นยนต์จะโจมตีเรา และเปลี่ยนโลกของเราให้กลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ แต่ทรัมป์ไม่เชื่อในมโนทัศน์เหล่านี้เลย เพียงแต่เราจะต้องเข้าใจว่า การมาถึงของเทคโนโลยีใหม่ทุกชนิดมีความท้าทายเสมอ และ Super Intelligence ก็เช่นกัน
แต่ก็ต้องเข้าใจว่า โดนัลด์ ทรัมป์ มอง Ai หรือ Si ในชื่อเรียกใหม่ของเขา ในเลนส์ของทุนนิยมเพื่อผลประโยชน์ของอเมริกันเป็นหลัก โดยมีฐานเสียงสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้พัฒนา Ai ที่ต้องการแข่งขันอย่างดุเดือดกับผู้ท้าทายที่น่ากลัวอย่างจีน ที่จะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด
ในขณะที่ผู้นำชาติยุโรป มีมุมมองเป็นกลางที่ไม่เร้าร้อน รุนแรงเท่าทรัมป์ อาทิ เอมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ที่เห็นด้วยกับมาตรการควบคุม Ai เพื่อปกป้องเยาวชน และลูกหลานในอนาคต อย่ามัวแต่รอว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นในวันที่เรายังมีโอกาสป้องกันได้
ด้าน อเล็กซานเดอร์ สตับบ์ ประธานาธิบดีฟินแลนด์ ก็ไม่ได้ต่อต้าน Ai และเชื่อว่า Ai จะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกไปในทางที่ดีได้ แต่ต้องมาคู่กับการควบคุมที่เข้มแข็งด้วย และนั่นคืออำนาจของมนุษย์ที่แท้จริง ว่าเรายังมีทางเลือกว่าเราจะแข่งขัน หรือร่วมมือกัน เพื่อสร้างโลก Ai ในอนาคตร่วมกันได้
ที่น่าจะเป็นความเห็นของผู้นำประเทศส่วนใหญ่ที่มองว่า ควรมีการตั้งกฎเกณฑ์ควบคุม (หรือแค่อยากให้ชาติมหาอำนาจชะลอ ให้ชาติอื่นๆได้มีโอกาสตามทันบ้าง)
และการเปลี่ยนชื่อเรียก อาจจะไม่ได้ลดกระแสต่อต้าน Ai ได้อย่างที่ทรัมป์คาดหวังก็ได้ เพราะไม่ว่าจะเรียกมันด้วยชื่อไพเราะเพราะพริ้งสักเพียงใด มันก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าเจ้าปัญญาระดับสุดยอดนี้ กำลังจะเบียดที่ยืนของมนุษย์ที่มีสติปัญญาธรรมชาตินับล้านในไม่ช้านี้
และมนุษย์ผู้ถูกทิ้งไว้ข้างหลังคงไม่มีแรงพอที่จะคิดสรรเสริญความฉลาดล้ำของสุดยอดปัญญาแห่งอนาคตเป็นแน่
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
แหล่งข้อมูล
โฆษณา