1.โครงการเงินคืนเพื่อประหยัดพลังงานของรัฐช่วยสนับสนุนการซื้ออุปกรณ์ Smart Home
โครงการ Home Energy Rebates ของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ซึ่งมีวงเงินถึง 8.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเริ่มดำเนินการแล้วในรัฐแคลิฟอร์เนีย ฮาวาย นิวเม็กซิโก และนิวยอร์ก ได้เพิ่มกำลังซื้อให้แก่เจ้าของบ้านอย่างมีนัยสำคัญ รัฐนิวยอร์กได้เริ่มดำเนินโครงการในเดือนพฤษภาคม 2567
และเป็นต้นแบบให้รัฐอื่น เร่งใช้ประโยชน์จากงบประมาณของรัฐบาลกลางเพื่อสนับสนุนการซื้ออุปกรณ์ เช่น เครื่องควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ (Smart Thermostats) ระบบปั๊มความร้อน (Heat Pumps) และเครื่องทำน้ำร้อนที่เชื่อมต่อกับระบบดิจิทัลในรัฐแคลิฟอร์เนีย บริษัท Southern California Edison เสนอเครดิตค่าไฟฟ้าสูงสุด 75 ดอลลาร์สหรัฐแก่ผู้บริโภคที่ใช้เครื่องควบคุมอุณหภูมิที่ได้รับการรับรอง ขณะที่บริษัทการไฟฟ้า PSEG Long Island ได้จัดสรรงบประมาณ 92.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในปี 2568 โดยมุ่งเน้นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับระบบดิจิทัล ส่วนรัฐวิสคอนซินได้รับการจัดสรรงบประมาณ 149 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายใต้โครงการ Focus on Energy ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้แต่รัฐที่มีภูมิอากาศหนาวเย็นก็หันมาใช้อุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อช่วยลดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด
Amazon และ Google ครองความได้เปรียบในระบบผู้ช่วยสั่งงานด้วยเสียง โดยทั้งสองบริษัทมีอุปกรณ์หน้าจออัจฉริยะที่สามารถทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่าย Mesh เข้ากับเครือข่ายภายในบ้านอื่น ๆ เช่นWi-Fi ได้ Apple สร้างตำแหน่งในตลาดระดับพรีเมียมด้วยชื่อเสียงด้านแบรนด์และการให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว
แม้จะมีจังหวะการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ช้ากว่าคู่แข่ง ขณะที่บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน อาทิ Honeywell, Schneider Electric และ Johnson Controls ใช้ประสบการณ์ด้านระบบอาคารและระบบอัตโนมัติที่สั่งสมมานานเพื่อขยายตลาดการติดตั้ง